หน้าแรก ประชาชื่น สถาบันราชสุดา...

สถาบันราชสุดา สานฝันวิชาชีพครู-ล่ามภาษามือ เมื่อความพิการ (ทางการได้ยิน) ยังเป็นข้อจำกัด

17.11.24 | 11:46 น.
อาจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ ลีละศิธร

สถาบันราชสุดา
สานฝันวิชาชีพครู-ล่ามภาษามือ
เมื่อความพิการ (ทางการได้ยิน) ยังเป็นข้อจำกัด

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

คือปัญหาสำคัญที่สังคมไทยไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีอยู่จริง

ไม่เพียงนักเรียนนักศึกษาที่มีภาวะร่างกายปกติสมบูรณ์พร้อม

หากแต่ผู้พิการย่อมเป็นอีกกลุ่มคนที่ต้องเผชิญอุปสรรคดังกล่าวอย่างหนักหนาสาหัส

Advertisement

ยังไม่นับเงื่อนปมของการใช้ชีวิตในสังคมที่แม้ปัจจุบันจะได้รับการโอบรับและสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพออย่างที่ควรจะเป็น

ความฝัน และความหวังในชีวิต วิชาชีพที่อยากปักหมุดไปให้ถึง จึงต้องไต่ระดับความยากกว่าคนทั่วไป

‘ผู้บกพร่องทางการได้ยิน’ คือ ส่วนหนึ่งคนกลุ่มนั้นซึ่งข้อมูลล่าสุดมีสถิติเกือบครึ่งล้าน

คิดเป็น 19.19% ของผู้พิการทั้งหมด

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาไปจนถึงระดับปริญญาตรี โท เอก

 

สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คือ หน่วยงานสำคัญยิ่งในการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้พิการทางการได้ยินได้ศึกษาในหลักสูตรต่างๆ จนได้เป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต

ปัจจุบัน สถาบันราชสุดา มีนักศึกษาในระดับปริญญาตรี 148 คน แบ่งเป็นนักศึกษาทางการได้ยิน 67 คน และนักศึกษาผู้พิการบกพร่องทางการได้ยิน 81 คน นับว่ามีผู้พิการบกพร่องทางการได้ยินจำนวนมาก หากเทียบกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ

โดยจำนวนนักศึกษาที่พัฒนามาตั้งแต่ยุคก่อตั้งในนาม ‘วิทยาลัยราชสุดา’ เมื่อกว่า 3 ทศวรรษก่อน จนมาเป็น ‘สถาบันราชสุดา’ ในวันนี้ มีบัณฑิตจบการศึกษาทั้งสิ้นกว่า 500 คน

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย ยังมีปัญหาขาดแคลน ‘ล่ามภาษามือ’ เป็นจำนวนมาก จากสถิติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พบว่าล่ามภาษามือที่จดแจ้งมีเพียง 178 คน โดยเป็นล่ามภาษามือที่มีการได้ยิน 170 คน และล่ามภาษามือหูหนวก 8 คน

สถาบันราชสุดา จึงมุ่งผลิตบุคลากรเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของสังคม พร้อมทั้งส่งมอบความรู้ ความเข้าใจในผู้พิการ เพื่อให้สังคมไทยเปิดโอกาสยอมรับคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น โดยมี ‘มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุน ระดมทุนเพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้พิการอย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ อาจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ ลีละศิธร ผู้อำนวยการสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุณาบอกเล่าถึงเรื่องราวและพัฒนาการของสถาบันราชสุดาที่ยังคงมุ่งมั่นฝ่าฟันทุกข้อจำกัดเพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยิน มีคุณภาพชีวิตที่ดีเฉกเช่นปุถุชนคนทั่วไปในสังคม

⦁ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีความเป็นมาอย่างไร?

สถาบันราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล เดิมมีชื่อว่า วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาคุณ พระมหากรุณาธิคุณและพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเชื่อในศักยภาพของคนพิการ ด้านการศึกษา พัฒนาอาชีพ และสามารถพึ่งตนเองได้ แต่สิ่งที่คนพิการส่วนใหญ่ยังขาดแคลนคือโอกาสทางการศึกษา จึงพระราชทานแนวพระราชดำริแก่มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับคนพิการ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

โดยมีพระราชกฤษฎีกาประกาศการจัดตั้งวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2536 และในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2536 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการ วิทยาลัยราชสุดา จนกระทั่งปัจจุบันเป็นสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2566 เป็นต้นมา เพื่อร่วมกันทำภารกิจสำหรับคนพิการให้เกิดสังคมแห่งการให้ที่ไม่ทอดทิ้งกัน เป็นสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาบุคลากรกลุ่มวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านคนพิการให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย อีกทั้งช่วยสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการ รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อาจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ ลีละศิธร

⦁ ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลให้ผู้พิการขาดโอกาสทางด้านการศึกษา?

ปัจจัยแรกเริ่มตั้งแต่ครอบครัว เป็นความเข้าใจของครอบครัวในหลายๆ มิติ ทั้งการไม่ได้รับการศึกษา หรือการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น รวมถึงปัจจัยทางสังคม เกิดจากความไม่เข้าใจ ทำให้ผู้พิการแยกตัวเองออกมาจากสังคม เพราะคิดว่าคนที่เป็นผู้พิการหากอยู่ในสังคมก็เป็นเรื่องที่ยาก ยกตัวอย่างการเข้าถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้นหรือการเข้าถึงหน้าจอทางสังคม มีผู้พิการทางสายตา บอกว่า เขาน่าจะเป็นคนเสียชีวิตคนแรกของครอบครัวแต่เขาพบว่าคิดผิด เมื่อเขาเข้าสู่ระบบการศึกษาก็สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างง่ายๆ และหลายๆ อย่าง

คนพิการคือกลุ่มคนที่ต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ โดยเฉพาะการได้รับการศึกษา แม้ว่าในทางกฎหมาย ภาครัฐจะให้ความสำคัญต่อการศึกษาโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องได้รับและสามารถเข้าถึงได้ แต่ในทางปฏิบัติ การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มคนพิการนั้นยังคงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากและอาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในด้านหลักสูตร โครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาสำหรับคนพิการ ความสามารถในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

⦁ สถาบันราชสุดาได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ อย่างไรบ้าง?

สถาบันราชสุดาสามารถของบประมาณการศึกษาจากทางภาครัฐได้ และภาครัฐได้สนับสนุนค่าธรรมเนียมการศึกษาให้ผู้พิการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ มูลนิธิรามาธิบดีฯก็ได้เข้ามาซัพพอร์ตเป็นหลัก ทางด้านทุนการศึกษา เรื่องหอพักเรื่องปรับปรุงสิ่งความสะดวกทางการศึกษา และยังมีภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนด้วย

⦁ การศึกษาจะเชื่อมโยงกับการรักษาได้หรือไม่?

ในเชิงทางการแพทย์มีเรื่องของการป้องกัน ในระดับที่ 1 การสร้างเสริมสุขภาพ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ระดับที่ 2 การรักษาสามารถวินิจฉัยได้รวดเร็ว และระดับที่ 3 การฟื้นฟูสมรรถภาพ

เพราะฉะนั้น 3 สิ่งนี้ หากผู้พิการเข้าถึงระดับการศึกษา จะสามารถได้ความรู้ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดโรค รวมทั้งเมื่อมีอาการแบบไหน ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน การศึกษาทำให้คนรับรู้ว่าจริงๆ แล้ว ถึงเจ็บปวดเมื่อเกิดการพิการ ก็จะทำให้คนรู้ว่ายังสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพกลับมาได้

อาจารย์ ดร.ปรเมศวร์ บุญยืน

จากภาพกว้างของสถาบันราชสุดา มาลงลึกในหลักสูตร โดย อาจารย์ ดร.ปรเมศวร์ บุญยืน ประธานหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาของคนหูหนวก ตอบคำถามสำคัญ ดังนี้

⦁ สถิติของคนพิการทางการได้ยินในประเทศไทยมีมากแค่ไหน?

ตัวเลขทางสถิติประจำปี 2567 พบว่ามีจำนวนคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายในประเทศไทยทั้งสิ้น 423,936 คน คิดเป็น 19.19% ของคนพิการทั้งหมด โดยในจำนวนคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายทั้ง 423,936 คนเหล่านี้ มีผู้ได้รับการศึกษาในระดับประถมศึกษาสูงที่สุด 282,410 คน รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาที่ 35,899 คน ในขณะที่ผู้ที่ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามีเพียง 9,227 คนเท่านั้น จากข้อมูลข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าคนหูหนวกในประเทศไทยยังคงขาดโอกาสทางการศึกษาเป็นจำนวนมาก นำมาซึ่งปัญหาการขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ จากตารางการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ พบว่าจำนวนคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย ได้รับการว่าจ้างตามมาตรา 33 และมาตรา 35 รวมกันมีเพียง 10,463 คนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าความพิการยังเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเข้าถึงอาชีพในประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมุ่งมั่นเป็นสถานศึกษาที่เปิดโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตั้งแต่ระดับชั้นปริญญาตรี โท และเอก เป็นสถานศึกษาที่ผลิตครูสำหรับคนหูหนวกโดยเฉพาะ รวมทั้งเป็นที่พึ่งพิงให้กับคนพิการที่ต้องการความช่วยเหลือดูแลสุขภาพทางกายและจิตใจผ่านงานบริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับทุกคนในสังคมได้

⦁ ปัจจุบันจำนวนโรงเรียนสำหรับผู้พิการที่บกพร่องทางการได้ยินมีเพียงพอหรือไม่?

ในประเทศไทยมีโรงเรียนสอนผู้พิการบกพร่องทางการได้ยินมีชื่อว่าโรงเรียนโสตศึกษา จำนวน 20 แห่ง แต่ยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพของชีวิตผู้พิการ การให้การศึกษาถือว่าเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่โรงเรียนพัฒนาคนพิการยังมีไม่มาก แต่ในขณะเดียวกัน สถิติของผู้พิการทางการได้ยินมีจำนวนมากและเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำการให้การศึกษา ในหลักสูตรสถาบันราชสุดา เราพัฒนาครูหูหนวกและครูหูดี เพื่อที่จะทำหน้าที่ในการสอนในระดับชั้นประถมศึกษา หรือระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เราเชื่อว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะส่งเสริมให้ผู้พิการทางการได้ยิน มีพัฒนาการ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

⦁ สถาบันราชสุดาเปิดสอนทั้งสิ้นกี่หลักสูตร ครอบคลุมตั้งแต่ปริญญาตรี-เอกหรือไม่?

ปัจจุบันสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดสอนทั้งหมด 5 หลักสูตร ในระดับปริญญาตรี สำหรับนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และนักศึกษาที่มีการได้ยิน 1.หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาหูหนวกศึกษา วิชาเอกการออกแบบเชิงพาณิชย์ และวิชาเอกล่ามภาษามือไทย โดยหลักสูตรนี้ เน้นทางด้านวิชาชีพให้กับผู้พิการบกพร่องทางการได้ยิน 2.หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาของคนหูหนวก โดยหลักสูตรนี้ พัฒนานักศึกษาที่มีการได้ยิน และผู้พิการบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อสอนนักเรียนหูหนวกในระดับประถมศึกษา และในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ในระดับปริญญาโท ได้แก่ 1.หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 2.หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา สำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ

ระดับปริญญาเอก คือหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

⦁ ทราบว่ามีการจัดการเรียนการสอน 2 ภาษา 2 วัฒนธรรม อยากให้ช่วยขยายความในส่วนนี้?

สถาบันราชสุดาให้ความสำคัญกับการเรียน 2 ภาษา 2 วัฒนธรรม คือ มีการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างผู้พิการบกพร่องทางการได้ยิน และนักศึกษาที่ได้รับการได้ยินในตลอดทั้งหลักสูตร แต่มีบางวิชาผู้พิการบกพร่องทางการได้ยินก็ไม่สามารถเข้าเรียนได้ โดยทางสถาบันราชสุดาให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตร่วมกัน จึงพยายามพัฒนาให้นักศึกษาใช้ชีวิตร่วมกันทั้งภายในหอพัก และการใช้ชีวิตภายนอก เขาต้องอยู่ด้วยกันและสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ นี่คือความสำคัญของการเรียนของ 2 ภาษา 2 วัฒนธรรม เนื่องจากผู้พิการบกพร่องทางการได้ยินเขามีวัฒนธรรมแตกต่างจากเรา และภาษาก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม คนหูหนวกใช้ภาษามือเป็นภาษาที่ 1 ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 2 ในขณะเดียวกันคนหูดี ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 1 ความแตกต่างตรงนี้ สามารถส่งผลในหลายๆ ด้าน คนหูหนวกไม่สามารถเรียนรู้ภาษาจากการฟังได้ ฉะนั้น เขาจึงมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ภาษาที่แตกต่างจากคนที่ได้ยิน

เพราะฉะนั้น สถาบันราชสุดาจึงจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะความพิการ ซึ่งภายใน 1 ห้องเรียนต้องมีผู้ให้การเรียนการสอนถึง 6 คน อาทิ การบริการล่ามภาษามือในห้องเรียน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าล่ามภาษามือในห้องเรียนค่อนข้างเพียงพอ และบริการจดคำบรรยาย เนื่องจากการเรียนการสอน นักศึกษาหูหนวกต้องดูล่ามภาษามือ เขาไม่สามารถบันทึกเนื้อหาการเรียนการสอนในขณะที่เขากำลังดูล่ามภาษามือได้

⦁ การมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะเปิดโอกาสให้คนพิการสามารถเรียนรวมกับคนทั่วไปอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร?

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในห้องเรียนจะช่วยสร้างพื้นที่การเรียนรู้ระหว่างคนพิการและบุคคลทั่วไป รวมถึงสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา มีการจัดบริการสนับสนุนการศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อลดปัญหาอุปสรรคด้านการเรียนรู้ที่เกิดจากข้อจำกัดด้านความพิการ การนำสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น สำหรับนักศึกษาที่พิการทางการมองเห็น ก็มีการให้บริการเทคโนโลยีที่ช่วยในการมองเห็น และการเข้าถึงข้อมูลผ่านสื่อในหลากหลายรูปแบบ เช่น สื่อหนังสือเสียง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่ออักษรเบรลและสื่อภาพนูน อีกทั้งมีผู้สอนที่มีความเข้าใจลักษณะความพิการและความต้องการเฉพาะของนักศึกษาพิการ มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาพิการ เพื่อให้นักศึกษามีการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ นำไปสู่การผสานความแตกต่างระหว่างนักศึกษาพิการและนักศึกษาทั่วไป และการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ

⦁ ในปีการศึกษา 2568 จะมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรอย่างไรบ้าง?

ทางสถาบันราชสุดาจะปรังปรุงหลักสูตรในสาขาวิชาอุดมศึกษาและการศึกษาของคนหูหนวก โดยจะกลับมารวมวิชาชีพทางด้านครูและวิชาชีพทางด้านภาษามืออยู่ในหลักสูตร ฉะนั้น นักศึกษาที่ได้รับการได้ยินสามารถไปเป็นครูหรือล่ามภาษามือก็ได้ นักศึกษาผู้พิการบกพร่องทางการได้ยินเราก็จะพัฒนาให้เขาไปเป็นครูต่อไป

⦁การรับนักศึกษาผู้พิการ รับสมัครผ่านทางช่องทางใด?

สถาบันราชสุดารับนักศึกษาผ่านระบบ TCAS ตามปกติเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไป สำหรับปีการศึกษา 2568 รับนักศึกษา ผู้พิการทางการได้ยิน 15 คน ผู้ที่ได้ยิน 15 คน ซึ่งเป็นจำนวนนักศึกษาที่ไม่ได้มาก อันเนื่องมาจากสาเหตุการคงคุณภาพของห้องเรียนเพื่อให้ตอบโจทย์นักศึกษามากที่สุด โดยทางสถาบันราชสุดาได้ไปแนะนำหลักสูตรแบบออนไซต์ในโรงเรียนโสตศึกษา ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หากเป็นโรงเรียนโสตศึกษาที่ห่างไกลทางสถาบันราชสุดาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์และช่องทางโซเชียลมีเดียก็จะเห็นคลิปสอนภาษามือของน้องๆ สถาบันราชสุดา

⦁อยากให้แชร์ตัวอย่างความสำเร็จของนักศึกษาสถาบันราชสุดา?

สถาบันราชสุดาพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2536 ซึ่งมีบัณฑิตที่อยู่ทางด้านวงการด้านการศึกษา ด้านล่ามภาษามือ มีบัณฑิตที่ดำรงตำแหน่งทางด้านการบริหารในสถาบันการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐาน การเป็นผู้อำนวยการสถาบันการศึกษา รองผู้อำนวยการสถาบันการศึกษา บัณฑิตสถาบันราชสุดาได้รับรางวัลการสอนดีเด่น ทั้งทางด้านการบริหาร ด้านวิชาการ ทางด้านล่ามภาษามือ อีกทั้งยังมีการประกวดล่ามภาษามือ ซึ่งมีศิษย์เก่าสถาบันราชสุดาได้รับรางวัลอยู่บ้าง เพราะฉะนั้น การพัฒนาบัณฑิตของสถาบันราชสุดาจะพัฒนาไปสู่วิชาชีพครูและล่ามภาษามือ

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ

ปิดท้ายที่ พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่มาบอกเล่าภารกิจสำคัญยิ่งต่อการสนับสนุนการศึกษาแด่ผู้พิการในสังคมไทย

⦁ ภารกิจการมอบโอกาสทางการศึกษาของมูลนิธิรามาธิบดีฯ?

มูลนิธิรามาธิบดีฯเดินหน้าสนับสนุนโครงการทุนสถาบันราชสุดา เพื่อให้คนพิการในสังคมไทยมีโอกาสทางการศึกษา ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา และสามารถมีอาชีพที่มั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพครูที่สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ในอนาคต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการในสังคมไทยอย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นมูลนิธิในดวงใจ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี

⦁ มูลนิธิรามาธิบดีฯระดมทุนสนับสนุนสถาบันราชสุดาอย่างไร?

โครงการทุนสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันราชสุดา และมอบทุนการศึกษาให้แก่เหล่านักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เนื่องด้วยสถาบันราชสุดาเป็นสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมการศึกษาให้แก่คนพิการระดับอุดมศึกษา ช่วยสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการ รวมถึงพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านคนพิการและการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาศักยภาพของคนพิการ เพราะการมอบการศึกษาช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม

นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนของคนพิการในประเทศไทย

ชญานินทร์ ภูษาทอง