ลุยจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องทั่วกรุง สำหรับแผงค้าและตลาดร้านรวงต่างๆ หวังบ้านเมืองเป็นระเบียบสะอาดตา ลดการจราจรติดขัด หนึ่งในนั้นคือ ตลาดริมคลองหัวลำโพง หรือ ‘ตลาดลาว’ซึ่ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยตั้งแต่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่าหารือผู้ค้าเรียบร้อย เชื่อว่าไม่มีความรุนแรง ปักหมุดวันรื้อ 2 ธันวาคมนี้ เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมเล็งขยายจุดคอขวดถนนพระราม 4
สำหรับตลาดดังกล่าว ตั้งอยู่บนทางเท้าริมถนนพระรามที่ 4 โดยมีระยะทางกว่า 300 เมตร ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด
“กทม.จะเริ่มรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ซึ่งได้มีการพูดคุยหารือทำความเข้าใจกับผู้ค้าเรียบร้อยแล้ว คงไม่เกิดความรุนแรง โดยแผงค้าส่วนใหญ่ก็ย้ายเข้าไปในตลาดคลองเตย แต่ที่มีความกังวลคือเรื่องมีรถสามล้อ รถขนของ จอดริมถนนเสียช่องทางสัญจรไป 1 เลน ทำให้การจราจรติดขัด ทั้งที่เป็นเขตห้ามจอดรถ จึงได้ประสานไปยัง สน.ท้องที่ว่า ถ้ามีการย้ายตลาดแล้วให้ดูแลการจราจรให้ดีขึ้นด้วย รวมถึง กทม.อาจจะมีการขยายถนนในบางจุดด้วย เพราะบริเวณนั้นเป็นจุดคอขวดของถนนพระรามที่ 4” ผู้ว่าฯชัชชาติเผย

ตัดน้ำ–ตัดไฟ 1 ธันวา
สำนักฯโยธาจ่อลุยรื้อ ‘ตลาดลาว’ ไม่เกิน 5 วันจบ
ย้อนไปใน ‘การประชุมการปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดระเบียบหาบเร่–แผงลอย ตลาดริมคลองหัวลำโพง (ตลาดลาว) ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย’ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. เจ้าเก่า เป็นประธานการประชุมมอบหมายภารกิจการรื้อถอน รายล้อมด้วยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารเขตคลองเตย การไฟฟ้านครหลวงคลองเตย การประปานครหลวง สาขาพระโขนง สถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ สำนักงานเขตคลองเตย ได้ออกประกาศสำนักงานเขต เรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณตลาดริมคลองหัวลำโพง (ตลาดลาว) ถนนพระรามที่ 4 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ให้กลุ่มผู้ค้าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำการค้าออกจากบริเวณตลาดภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 โดยในวันที่ 2 ธ.ค.67 การไฟฟ้านครหลวงจะเข้าดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้า และการประปานครหลวงตัดน้ำประปา
จากนั้นสำนักการโยธา ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาทิ หลังคาโครงเหล็ก เสา จันทัน แป วัสดุมุงหลังคา ผนัง และทำการล้อมรั้วสังกะสีชั่วคราว สำนักการจราจรและขนส่ง รื้อย้ายกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 8 จุด
ขณะที่สำนักเทศกิจ จะจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ จำนวน 2 ผลัด ดูแลรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย สำนักงานเขตคลองเตย จัดทำแผนปฏิบัติการปรับปรุงภูมิทัศน์ฯ จัดตั้งกองอำนวยการร่วม และกำหนดจุดสกัด ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการขอรับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ และมอบหมาย NT ดำเนินการจัดเก็บสายสื่อสาร ตามแผนใช้เวลาดำเนินการ 3-5 วัน คาดว่าจะรื้อถอนแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ธันวาคมนี้

ปรับปรุงทางเดินเท้า จัดจราจรใหม่
ขยับขยายแก้ ‘คอขวด’ พระราม 4
ตัดภาพมาอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในกิจกรรม ‘ผู้ว่าฯ สัญจร ซีซั่น 2 ครั้งที่ 10 เขตคลองเตย’ ผู้ว่าฯชัชชาติ เปิดเผยอีกครั้ง ถึงการเตรียมรื้อถอนตลาดลาวว่า พื้นที่ดังกล่าว เดิมมีการผ่อนผันให้ขายบนทางเดินเท้าของ กทม.ได้ แต่ปัจจุบันจะต้องยกเลิก
“เราได้ขอความร่วมมือ ค่อยๆ คุยกัน แล้วให้มีเดดไลน์เป็นวันที่ 2 ธันวาคมนี้ จะขยับผู้ค้าไปที่ตลาดด้านใน ซึ่งต้องขอบคุณผู้ค้าทุกคน โดย (พื้นที่ตลาดลาวเดิม) จะมีการปรับปรุงให้เป็นทางเดินที่ดี รวมทั้งจัดการเรื่องการจราจรเนื่องจากมีปัญหาเรื่องป้ายรถเมล์ที่อยู่ตรงใกล้แยก อาจทําให้รถติด มีการจอดรถส่งของ รถสามล้อจอดรับ–ส่งคน ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องสําคัญ เพราะตลาดคลองเตยเป็นตลาดที่พ่อค้าแม่ค้าทั่วกรุงเทพฯ มาจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากของมีราคาถูก เรื่องการส่งของ จอดรับ–ส่งของก็เป็นเรื่องจําเป็น คงต้องคุยกับตลาดเรื่องการจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสม ป้ายรถเมล์ที่เหมาะสม อาจมีการปาดถนนบ้างเพื่อให้การเดินทางสะดวกขึ้นโดยสำนักการโยธาจะดูต่อไป ถนนพระรามที่ 4 เป็นหัวใจสำคัญของเมือง เพราะมีโครงการต่างๆ มากมาย ต้องดูการจราจรให้ดีขึ้นด้วย” ผู้ว่าฯกทม.อธิบาย
มาถึงตรงนี้ เกศจริน สามิภักดิ์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย เสริมว่า ผู้ค้าที่ตลาดลาวมีจำนวน 91 ราย ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยบางส่วนย้ายที่ทำการค้าไปยังตลาดคลองเตย 2 บางส่วนย้ายกลับภูมิลำเนา บางส่วนย้ายกลับเข้าแผงค้าเดิมข้างใน

‘ปีนัง–ฮ่องกง’ 2 ตลาดเก่าซบเซา หนุนเฟ้นอัตลักษณ์
ปรับการค้าตรงเป้า ‘ไม่ง่าย แต่ต้องประคองกันไป’
นอกจากตลาดลาวแล้ว ผู้ว่าฯชัชชาติเยี่ยมเยือนชุมชนบริเวณท่าเรือ และชุมชนที่เป็นพื้นที่ค้าขายเก่าแก่ อย่าง ‘ตลาดปีนัง’ และ ‘ตลาดฮ่องกง’ อีกทั้งรับฟังปัญหาของ ‘ชุมชนตลาดปีนังพัฒนา’ เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้เป็นย่านเศรษฐกิจ
“ปัจจุบันซบเซาลงไปค่อนข้างมาก เหมือนกับเศรษฐกิจเปลี่ยนไป คนมาซื้อของน้อยลงเราก็พยายามช่วยเขาในแง่ให้หาอัตลักษณ์ตัวตนของตัวเองให้เจอ แล้วไปปรับในการค้าขายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ซึ่งก็ไม่ได้ง่าย แต่ต้องพยายามช่วยเหลือประคับประคองกันไป สำหรับทางเท้าได้มีการทําใหม่หลายแห่ง จุดที่อยู่ระหว่างดำเนินการคือที่บริเวณหน้าสโมสรท่าเรือ ซึ่งได้ทําไปเกือบเสร็จแล้วก้าวหน้าไปด้วยดี เป็นพื้นที่ฟุตปาธกว้างอาจจะมีโอกาสทํากิจกรรมถนนคนเดิน” ชัชชาติกล่าว
จากนั้น ไม่พลาดในการส่อง ‘จุดน้ำท่วม’ ของเขตคลองเตย โดยเข้าตรวจสอบระบบระบายน้ำของท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างซอยสุขุมวิท 26 ไปยังสุขุมวิท 22

พร้อมเผยว่า ‘เบาใจขึ้น’ เพราะ กทม.มีแผนทั้งหมดแล้ว และสถานการณ์ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก คาดว่าศักราชหน้า 2568 จะดีขึ้นอีก
“เขตคลองเตยมีจุดน้ำท่วมที่สําคัญหลายจุด เช่น ถนนพระราม 4 ตรงหน้าช่อง 3 ที่ต้องระบายน้ำออกคลองด้านข้างโรงพยาบาลเทพธารินทร์ บริเวณซอยสุขุมวิท 26 ตรงปลายซอย ซอยสุขุมวิท 24 และบริเวณ 5 แยก ณ ระนอง ถนนสุนทรโกษา จริงๆ แล้ว กทม.มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าน้ำท่วมปีนี้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่นที่ช่อง 3 น้ำท่วมอย่างมาก 20 นาทีก็ระบายลงได้ ดังนั้น คิดว่าจุดที่ท่วมประจํา ปีหน้าจะดีขึ้น เรื่องจุดน้ำท่วมก็เบาใจขึ้น” ผู้ว่าฯชัชชาติกล่าว หลังกิจกรรมแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่ว่าจะเป็นการร่วมปลูกต้นไม้ ณ สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ถนนพระราม 4 โดยปลูกต้นพิกุลจำนวน 2 ต้น ตรวจเยี่ยมลานกีฬาชุมชนน้องใหม่ บริเวณถนนอาจณรงค์ ตรวจเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่ชุมชนคลองเตย และติดตามตรวจเยี่ยมนโยบายด้านการศึกษาและปัญหาอุปสรรคที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา ตรวจพื้นที่และหารือแนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์ รวมทั้งปัญหาการลดผิวจราจรที่ส่งผลกระทบต่อต้นไม้ในพื้นที่เขตคลองเตย
ส่วนการรื้อถอนและปรับภูมิทัศน์ตลาดลาวให้กลับมาเป็นทางเดินเท้า รวมถึงคัดไฮไลต์อัตลักษณ์ตลาดปีนัง และตลาดฮ่องกงเพื่อชูความโดดเด่นหวังให้กลับมาคึกคัก จะได้ผลเป็นอย่างไร ยังต้องร่วมติดตาม
ศศวัชร์ คมนียวนิช

