หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : เทคนิคสู้ PM2.5

8.12.24 | 11:09 น.

เทคนิคสู้ PM2.5

ฝุ่นละออง PM2.5 กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้รัฐบาลประกาศแผนรับมือ

คณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ ไฟเขียวใช้แผนรับมือ PM2.5 ตั้งแต่เนิ่นๆ

พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1.พื้นที่ป่า ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จ.กาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เป้าหมายให้ลดลงร้อยละ 25

Advertisement

2.พื้นที่เกษตร ควบคุมพื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน และควบคุมการเผาในกลุ่มพืชเป้าหมาย

3.พื้นที่เมือง ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยควบคุมให้ยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรมให้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ 100%

ระดับการปฏิบัติการ แบ่งเป็น

1.ระยะเตรียมการ เช่น จัดทำแผนที่เสี่ยงเผาและแผนปฏิบัติการจัดการไฟป่า รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกรายชนิดของพืชเกษตรที่เสี่ยงต่อการเผา

2.การจัดการไฟในป่า เช่น ประกาศจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ จัดตั้งจุดตรวจและจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการเผาป่า ควบคุม ฝุ่นละอองในเขตเมือง

ขณะที่ภาคเอกชนก็มีขยับ โดย CPP เข้าสแกนแหล่งที่มาของข้าวโพดในพื้นที่เมียนมา เพื่อป้องกันผลผลิตที่ได้มาจากไร่ที่สร้างมลพิษ

และที่กำลังลุ้น คือ การปฏิบัติการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ใช้กรมฝนหลวงเข้าช่วยเหลือ

ปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคเหนือ และพื้นที่อื่นๆ

วันที่ 2 ธันวาคม เปิดปฏิบัติการครั้งแรก

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากที่ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้กำกับดูแลกรมฝนหลวง

และได้รับมอบหมายให้ติดตามโปรเจ็กต์นี้ก็ดูจะหมายมั่นปั้นมือว่าจะเอาชนะฝุ่น PM2.5 ให้ได้

ปฏิบัติการเริ่มเวลา 13.45 น. ด้วยเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำระบายฝุ่นละออง

ทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน

การปฏิบัติงานใช้เครื่องบินคาซ่า 2 ลำ ใช้น้ำปรับลดอุณหภูมิหรือน้ำเย็น จำนวน 1,600 ลิตร

บินทำการตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 14.17 น. และเวลา 14.47 น. ถึง 15.02 น.

บินโปรยเป็นวงกลมก้นหอยรัศมี 5-7 ไมล์ บริเวณพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.สมุทรสาคร

หลังการปฏิบัติการพบว่า ภาพรวมพื้นที่ กทม. มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ดีขึ้น

ช่วงเช้า จาก 154 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงเหลือ 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

พื้นที่ภาคเหนือ ใช้ฐานหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ขึ้นบินปฏิบัติการ

มีพื้นที่เป้าหมาย จ.เชียงใหม่ เริ่มปฏิบัติการบินเวลา 14.00 น. ใช้เครื่องบินคาซ่า 1 ลำ ใช้น้ำปรับลดอุณหภูมิ จำนวน 800 ลิตร

บินโปรยตั้งแต่เวลา 14.24 น. ถึง 14.52 น. โดยโปรยเป็นวงกลมก้นหอยรัศมี 5-7 ไมล์ บริเวณพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่

หลังปฏิบัติการพบว่า พื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ดีขึ้น

สำหรับเทคนิคที่ใช้ปฏิบัติการคือเทคนิคการแปรสภาพอากาศ 3 ขั้นตอน

หนึ่ง การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอน “การก่อกวน”

ใช้สารฝนหลวงสูตร 1 (โซเดียมคลอไรด์) ปฏิบัติการบริเวณต้นลมและโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อก่อเมฆและเพิ่มปริมาณเมฆในพื้นที่เป้าหมาย

สอง การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอน “การเลี้ยงให้อ้วน”

ใช้สารฝนหลวงสูตร 8 แคลเซียมออกไซด์ หรือสูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์ ปฏิบัติการบริเวณต้นลมและโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากที่สุด เพื่อเลี้ยงเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีแรงดูดซับฝุ่นละออง

และสาม การปฏิบัติการเทคนิค “การลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน”

การปฏิบัติการนี้จะโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำ เพื่อระบายฝุ่นละอองบริเวณระดับชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) หรือสูงกว่าระดับ Inversion เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองให้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศทางด้านบน

ตามทฤษฎีแล้ว ฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นเพราะฝุ่นที่เกิดไม่สามารถระบายไปที่ไหนได้

การปฏิบัติการของกรมฝนหลวงจะช่วยให้ท้องฟ้าเกิดช่องระบายฝุ่น

เมื่อมีช่องระบายฝุ่นก็จะทำให้ปริมาณฝุ่นที่ฟุ้งอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพลดน้อยถอยลง

เทคนิคนี้เริ่มใช้ดำเนินการในปีนี้ กระทรวงเกษตรฯทดลองใน 2 พื้นที่

หนึ่งคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกหนึ่งคือ จังหวัดเชียงใหม่

ผลเบื้องต้นที่ออกมาน่าพอใจ แต่ต้องลุ้นต่อไปว่าจะแก้ไขได้เรื่อยๆ หรือไม่

หากประสบความสำเร็จก็ต้องปรบมือให้รัฐบาล

ปรบมือให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปรบมือให้กรมฝนหลวง

แล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะ

ก็อย่าท้อ ค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อรับมือ PM2.5 กันต่อไป

นฤตย์ เสกธีระ