แสงสี ดนตรี กีฬา อาหาร
โปรดักต์‘เที่ยวไทย’ ของขวัญกล่องใหญ่ ททท.
ปั้นอีเวนต์ทางวัฒนธรรม เคลื่อนทั้งห่วงโซ่
ปฏิเสธได้ยากว่า ‘การท่องเที่ยว’ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นเครื่องยนต์สำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ
เพราะไม่เพียงเคยสร้างรายได้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 20% ของจีดีพี ในมุมเศรษฐกิจ หากแต่ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมต่อสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คือหนึ่งในเรี่ยวแรงสำคัญ ที่รับบทบูสต์การท่องเที่ยวของไทยแลนด์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่เพียงมุ่งสู่การเป็นผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้ ‘ไทย’ เป็นแลนด์มาร์กที่ติดหู ป๊อปปูลาร์ในหมู่ชาวต่างชาติ แต่ยังสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและทรงคุณค่า
ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบ้านเรา ประทับใจไม่รู้ลืม
คุณภาพ มาพร้อมคุณค่า
ยกระดับทั้งห่วงโซ่ ‘ท่องเที่ยว’
เพราะวิสัยทัศน์ของ ททท. คือ ‘การเป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน’ หรือ ‘Strategic Leader in Driving Thailand towards Meaningful and Sustainable Tourism’
ในปี 2566 ที่เรียกว่า ทำถึง! เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาทะลุกว่า 28.1 ล้านคน
ปลายปีนี้ ททท.คาดเอาไว้ว่าจะปังยิ่งกว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะทะลักเข้ามาน่าจะไม่ต่ำกว่า 35-36.7 ล้านคน นักท่องเที่ยวในประเทศ 200 ล้านคน-ครั้ง
ประเมินเม็ดเงินรวมจากอุตสาหกรรมนี้ จะทะลักเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 2.7-3 ล้านล้านบาท
ในไตรมาส 4 ตุลาคม-ธันวาคมนี้ ททท.คาดว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศ 9.4 ล้านคน เติบโตขึ้น +16% จากปี 2562 นักท่องเที่ยวในประเทศ 52.95 ล้านคน-ครั้ง เติบโตขึ้น +3% จากปี 2562 คาดการณ์รายได้รวมจากการท่องเที่ยว 683,813 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น +15% จากปี 2562 แบ่งเป็น 427,556 ล้านบาทจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ 256,257 ล้านบาทจากในประเทศ

จิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. นั่งเปิดใจถึงยุทธศาสตร์ของ ททท.ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน (Drive Demand) ไปพร้อมๆ กับสร้างคุณค่าและยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว (Shape Supply) และยกระดับองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง (Strive for Excellence)
ในมุม ‘สินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว’ จึงแบ่งทีมงานเป็น 3 ฝ่ายเพื่อความเป๊ะ ทั้งฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และฝ่ายกิจกรรม ทำงานสอดประสานโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ‘ยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว’ มุ่งพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว
ด้วยกลยุทธ์สำคัญที่ผสมผสานระหว่าง ‘การกระตุ้นความต้องการ’ และ ‘พัฒนาห่วงโซ่อุปทาน’ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อพิชิตเป้าหมาย ให้เกิดการกระจายตัวในการเดินทางท่องเที่ยว อัพเกรดขีดความสามารถด้านการแข่งขัน สร้างโอกาสเติบโตทั้งห่วงโซ่อุปทาน
เป็นดั่งไฮเวย์ นำความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวมาสู่ไทย
“การ Shape Supply เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน มีแนวทางการดำเนินงานมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญคือ
1.ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวจากอัตลักษณ์อย่างยั่งยืน 2.ยกระดับคุณภาพสินค้า บริการ และผู้ประกอบการสู่ความยั่งยืน 3.ผลักดันการพัฒนาสภาพแวดล้อมและการอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว” จิระวดีเผยไม่เพียงเท่านั้น เรียกว่ายังเป็นลมใต้ปีก ส่งเสริมความร่วมมือกับสตาร์ตอัพและภาคเอกชน ในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการจอง และเดินทางที่สะดวกสบาย ไปจนถึงรับบทให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแก่ผู้ประกอบการตัวเล็ก
“เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลในทุกมิติ นำไปสู่การส่งมอบประสบการณ์สินค้าและบริการที่มี คุณภาพ และมี คุณค่า ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ”

เน้นดึงดูด-รับผิดชอบต่อโลก
พาไทยสู่หมุดหมาย World Class
หากมองข้ามช็อตไปในปีหน้า (2568)
ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว มีแผนการดำเนินการคือ ขับเคลื่อน ‘Krabi Model’
นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้ายั่งยืนในพื้นที่ต้นแบบ (Sustainable Product Prototype) เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่ยืนอยู่บนพื้นฐานความยั่งยืน ใน 3 มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
เน้นท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ
โดยจังหวัดกระบี่ จะเป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด BCG มีการดำเนินงาน คือ 1.การสร้างสรรค์สินค้า 2.ผลักดันการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง อาทิ เชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทาง พาหนะท้องถิ่น รถพลังงานไฟฟ้า 3.การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า บริการ และผู้ประกอบการสู่ความยั่งยืน ด้วยเกณฑ์รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และ Sustainable Tourism Acceleration Rating (STAR) 4.จัดกิจกรรมกรีน อีเวนต์ 5.ชี้นำการลงทุนเพื่อเติมเต็ม Business Supply และ 6.ผลักดันพื้นที่สู่การเป็น Net Zero Pathways ด้วยการขยายเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้าร่วม CF-Hotels
นอกจากนี้ ยังมีแผนงานที่จะมุ่งผลักดันมูลค่าท่องเที่ยวไทย ผ่าน 5 IN คือ
1.เป็นผู้เชื่อมต่อผู้ประกอบการสู่การสร้างมูลค่า โดยทำธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการและพันธมิตร (Tourism Value Chain Integrator) 2.เป็นผู้บ่มเพาะนวัตกรรมท่องเที่ยวสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาด (Tourism Innovation Incubator) 3.เป็นผู้ชี้นำยุทธศาสตร์การลงทุนภาคธุรกิจบนพื้นศักยภาพสำหรับการลงทุน (Tourism Investment Introducer) 4.เป็นผู้ลงทุน/ร่วมทุนเพื่อเติมเต็มในธุรกิจที่ขาดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourims Business Investor) 5.เป็นผู้บริหารทรัพย์สิน ททท.เพื่อเป็นเครื่องมือในการนำร่องการเพิ่มมูลค่าธุรกิจท่องเที่ยว (TAT’s Asset Incorporator)
จากการที่รัฐบาลจะประกาศให้เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘IGNITE Thailand’s Tourism’ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ด้วยสุดยอดอีเวนต์และสิทธิประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวนั้น
จิระวดี เห็นว่า ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองปีแห่งการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสัญญาณเชิญชวนผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ให้เดินทางมาสัมผัสความเป็นไทย ซึ่งมั่นใจว่าจะเกิดความประทับใจแน่
ททท.รับผิดชอบในส่วนของ ‘Grand Festivity’ จัดให้มีกิจกรรมใหญ่ตลอดทั้งปี เพราะเป็นจุดขายหลัก เป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ครบครัน
เรียกว่าเป็นแผนใหญ่ ที่ยกให้ Big Event เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ World Class Event Hub ในอนาคต

อิ่มล้นความสุข
สนุกกับบิ๊กอีเวนต์จุกๆ ท้ายปี
เพื่อมอบความสุขส่งท้ายปี ททท.มีของขวัญกล่องใหญ่
จับมือกับพันธมิตรคุณภาพ เตรียมสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ภายใต้แนวคิด 7 Wonders of Thailand ของเทศกาล Thailand Winter Festivals 2024
ชวนสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ๆ ในช่วงปลายปี ผ่าน 7 หมวดหมู่กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลลอยกระทง เทศกาลแสงสี (Lighting & Illumination) เทศกาลดนตรี กีฬา อาหาร วัฒนธรรม และเทศกาล Countdown ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึง มกราคม 2568
ไฮไลต์โมเมนต์ความประทับใจ ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง! ไม่ว่าจะเป็น
1.Vijit Chao Phraya ระหว่างวันที่ 16 พ.ย.-15 ธ.ค.นี้ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใน 8 พื้นที่หลัก ตั้งแต่สะพานพระราม 8, อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา กองทัพเรือ, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, สะพานพระพุทธยอดฟ้า, อาคารสุนันทาลัย, ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) และไอคอนสยาม ผู้สนใจสามารถเข้าชมสีสันและบรรยากาศในแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมุมมองที่เหมาะแก่การชมเป็นเส้นทางล่องเรือเที่ยวแม่น้ำพระยา และริมแม่น้ำตรงข้ามจุดที่ทำการแสดง
2.Bangkok Illumination จัดขึ้นวันที่ 17 ธ.ค. บริเวณจุดท่องเที่ยวไฮไลต์ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เชื่อมโยงถนนพระราม 1-สุขุมวิท
3.Countdown ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งหลายภาคส่วนร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองทั่วประเทศ โดย ททท.กำหนดจัดกิจกรรม 2 พื้นที่ ได้แก่ กทม.และเชียงใหม่
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Sport Tourism สายนักวิ่งมาราธอน ที่ได้มีการจัดแข่งขันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 7 คือ งาน Amazing Thailand Marathon ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธ.ค. บริเวณหน้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และท้องสนามหลวง เป็นการแข่งขันรายการวิ่งมาราธอนที่จัดขึ้นในเมืองหลวง (Capital City Marathon) ที่ดีที่สุด ติด 1 ใน 3 มาราธอนของทวีปเอเชีย และในปีนี้ยังได้รับเกียรติจาก มิสเตอร์ เอเลียด คิปโชเก นักวิ่งมาราธอนชื่อก้องโลกแชมป์โอลิมปิก 2 สมัยชาวเคนยา ร่วมวิ่งในระยะ 10 กม. ประเภทประชาชนทั่วไป ชาย-หญิง

33,712 คน จาก 77 ประเทศทั่วโลก คือยอดผู้ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันล่าสุด คาดว่าตำนานนักวิ่งมาราธอนโลกจะดึงดูดคนทะลักเข้ามารันบนถนนเมืองไทยมากกว่า 50,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่า 900 ล้านบาท
พร้อมส่งแคมเปญ ‘สุขทันที ปลายปีเที่ยวไทย’ เป็นโครงการที่ ททท.มุ่งสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงปลายปีด้วยกลยุทธ์ Celebrity Marketing กับตัวแทน 4 กลุ่ม ได้แก่ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม ตัวแทนกลุ่มวัยเก๋า, กาย-ฮารุ และครอบครัว เป็นตัวแทนกลุ่ม Multi Generation, วีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช ตัวแทนกลุ่ม Gen Woman และเจ้านาย จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ตัวแทน Gen Z โดยได้รวบรวมที่พักชั้นนำทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง พร้อมส่วนลดสุดพิเศษ สูงสุด 45% ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการและเป็นไอเดียในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลแห่งความสุข ช่วงปลายปี ผ่านเว็บไซต์ www.สุขทันทีปลายปีเที่ยวไทย.com
“ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง
นับเป็นโอกาสพิเศษในการพักผ่อน เปิดประสบการณ์ใหม่ และสนับสนุนการกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งในเมืองหลักที่เต็มไปด้วยสีสัน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั่วประเทศ” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.กล่าวปิดท้าย

