หน้าแรก ประชาชื่น ‘จิ่วจ้ายโกว’...

‘จิ่วจ้ายโกว’ อุทยานแห่งสวรรค์ ความสำเร็จของการท่องเที่ยว ‘จีน’

10.12.24 | 12:00 น.

‘จิ่วจ้ายโกว’ อุทยานแห่งสวรรค์ ความสำเร็จของการท่องเที่ยว ‘จีน’

ประชาชนคนจีนเรือนหมื่นที่เบียดเสียดยัดเยียดกันเคลื่อนไปตามเส้นทางเดินบริเวณหน้าอุทยานแห่งชาติ “จิ่วจ้ายโกว” สะท้อนถึงความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของจีนเป็นอย่างดี

เดินเที่ยวในหมู่บ้านซูเจิง

ไม่เฉพาะคนจีนเท่านั้น คนต่างชาติอย่างคนไทยเราก็มีจำนวนไม่น้อย ยุโรป อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี นับเป็นนาทีทองของ “จิ่วจ้ายโกว”

ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนมากมายมหาศาล หุบเขาทั้งหุบเขาของอุทยานแห่งชาติมีสีสันสดใสที่สุด แต่งแต้มด้วยสีเหลือง แดง ส้มของใบไม้ทั่วทั้งบริเวณ สะท้อนเงาตัดกับผิวน้ำสีเทอร์คอยส์ใสนิ่งราวกระจก

จนได้ฉายา “อุทยานธารสวรรค์ ดินแดนแห่งเทพนิยาย”

Advertisement

ประเทศจีนไม่เพียงทำการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบเอาจริงเอาจัง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 จีนจัดประชุม “การพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ” ที่กรุงปักกิ่ง ถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีนจัดประชุมสำคัญในเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมากกว่าที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นยังพยายามพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สะดวก สะอาด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะเห็นว่าห้องน้ำในอุทยานแห่งชาติเดี๋ยวนี้พัฒนาไปมาก ส่งผลให้ตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนอยู่ที่ประมาณ 300-400 ล้านคน และเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี มีรายได้สะพัดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละประมาณ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ร้านขายของที่ระลึกของชาวทิเบต

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของจีน 75.9% มาจากประเทศทวีปเอเชีย, 7.7% มาจากทวีปลาตินอเมริกา, 13.2% มาจากทวีปยุโรป และ 1.4% มาจากทวีปแอฟริกา ขณะที่ตัวเลขของคนจีนเที่ยวในประเทศตัวเองพุ่งสูงถึง 6,000 ล้านคนในแต่ละปี ยังระบุอีกว่าสามปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ค.ศ.2017-2019 เมืองปักกิ่ง ฉงชิ่ง และเซี่ยงไฮ้ เป็นสามเมืองอันดับแรกของจีนที่ทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเมืองชั้นในด้านตะวันตกอย่างซีอานและเฉิงตู เป็นเมืองที่มีรายได้ด้านการท่องเที่ยวเติบโตสูงสุด โดยเฉิงตูเป็นลำดับ 6 ของประเทศ และซีอานเป็นอันดับ 9

ว่ากันว่าภาคการท่องเที่ยวสร้างคุณูปการให้แก่จีดีพีจีนแต่ละปีประมาณ 11% สร้างงานสร้างอาชีพทั้งทางตรงและทางอ้อม 80 ล้านอัตรา นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนแห่งชาติครั้งที่ 18 เป็นต้นมา

จีนประสบความสำเร็จในหนทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ และนับว่าการท่องเที่ยวมีส่วนสนับสนุนโดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ทุกวันนี้การเดินทางท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของชาวจีน ด้วยภูมิประเทศที่มีลักษณะหลากหลาย อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม ทำให้แหล่งท่องเที่ยวของจีนนอกจากจะสวยงามแล้วยังมีความแตกต่างกันออกไป

ร้านขายของที่ระลึกของชาวทิเบต

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแต่ละแห่งจะมีการบอกระดับต่อท้าย เช่น 5A, 4A เป็นต้น จากทะเบียนของทางการจีนมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับ A จำนวน 15,700 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ด้วย 339 แห่ง และมีแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศระดับประเทศและระดับมณฑลอีกรวม 854 แห่ง

‘จิ่วจ้ายโกว’ สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A

ก่อนชมความงามของ “จิ่วจ้ายโกว” มาทำความรู้จักกันก่อนว่า “จิ่วจ้ายโกว” เป็นชื่อของพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติผืนป่าขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเทือกเขาหมินซาน และเป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำเจียหลิง สาขาหนึ่งของแม่น้ำแยงซีเกียง

เป็นเขตเชื่อมต่อจากที่ราบสูงทิเบตกับมณฑลเสฉวน ห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางเหนือนั่งรถราว 4-5 ชั่วโมง ถือเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอหนันผิง เขตปกครองตนเองของเผ่าเชียงและชนชาติทิเบตทางตอนเหนือ กระทรวงท่องเที่ยวจีนจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดย UNESCO และยังได้เป็น World Biosphere Reserve หรือพื้นที่สงวนชีวมณฑล อนุรักษ์สังคมพืชและสัตว์ ในสภาวะของระบบนิเวศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรม และเพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ พื้นที่ “จิ่วจ้ายโกว” แต่เดิมมีชนเผ่าทิเบตและเชียงตั้งรกรากอาศัยกันมานานหลายศตวรรษ

รูปสลักสีสันสดใสที่วัดชาวทิเบต

กระทั่งปี พ.ศ.2515 มีการทำธุรกิจตัดไม้อย่างหนัก ทางการจีนจึงสั่งหยุดกิจการดังกล่าว และทำการสำรวจประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ.2525 จนถึงปี พ.ศ.2527 จึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เฉพาะเขตที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 2,000-3,100 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 7-10 องศาเซลเซียส จึงมีพืชพันธุ์ที่หลากหลายและซับซ้อน ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 3,000 ตารางกิโลเมตร และพันธุ์พืชกว่า 2,000 ชนิด สัตว์อนุรักษ์อีก 17 ชนิด

สำหรับเส้นทางอุทยานจิ่วจ้ายโกวที่เปิดให้เที่ยวชมมีความยาว 49 กิโลเมตร รัฐบาลจีนจัดทำทางเดินไม้เป็นทางยาวเลียบไปกับเส้นทางน้ำ ผ่านทะเลสาบบึงน้ำ และน้ำตก นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดในแต่ละจุดของการท่องเที่ยวจะมีรถบัสไฟฟ้าคอยรับส่งบริการในแต่ละจุดมนต์เสน่ห์ของผืนป่าแห่งนี้อยู่ที่ธรรมชาติอันงดงามแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและน้ำในทะเลสาบที่ใสนิ่งราวกระจก แต่มีสีแตกต่างกันไป บางแห่งเขียวราวมรกตบางแห่งเป็นสีฟ้าใส หรือน้ำเงินเข้ม ตามพืชพันธุ์สาหร่ายที่อยู่ใต้น้ำ

ชื่อ “จิ่วจ้ายโกว” มีความหมายว่า “ธารน้ำแห่งหมู่บ้านทั้ง 9” เพราะบริเวณริมลำธารเดิมเป็นที่ตั้งรกรากของหมู่บ้านชาวทิเบต 9 หมู่บ้าน ส่วนชาวทิเบตเองเรียกบริเวณนี้ว่า “ขุนเขาธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์” ดังนั้น สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจึงได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี หุบเขาน้อยใหญ่เต็มไปด้วยทะเลสาบหลากสีสัน มีมากกว่า 100 แห่ง และน้ำตกที่สวยงามประดุจภาพวาดในจินตนาการของเหล่ากวี

ภายในอุทยานแห่งชาติยังคงมีหมู่บ้านที่ตั้งเป็นร้านค้าและร้านอาหารของคนทิเบตไว้บริการนักท่องเที่ยว บางคนยังสวมใส่ชุดพื้นเมืองขายของที่ระลึกและโปสการ์ดแก่นักท่องเที่ยว

น้ำจากน้ำตกซูเจิงแยกไหลเป็นสายๆลัดเลาะไปตามซอกเขา

สัมผัสจุดไฮไลต์ ใครไปต้องได้ยล

เนื่องเพราะพื้นที่ที่อนุญาตให้ท่องเที่ยวของอุทยานจิ่วจ้ายโกวกว้างใหญ่หลายร้อยตารางกิโลเมตร ทั้งหุบเขาและพื้นราบ ระดับความสูงจากน้ำทะเลก็แตกต่างกัน โดยเฉพาะทะเลสาบมีอยู่ร้อยกว่าแห่ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถไปเที่ยวชมได้ทุกจุด

มัคคุเทศก์ประจำรถบริการแต่ละคันจะนำพาไปชมจุดสำคัญที่เป็นไฮไลต์ของอุทยาน ซึ่งมีอยู่ 3 เขต ได้แก่ “เขตทิวทัศน์ซู่เจิง” บริเวณตอนบนของธารน้ำซู่เจิงโกว ได้แก่ ทะเลสาบดอกไม้เพลิง น้ำตกซู่เจิง ทะเลสาบเสือ และทะเลสาบแรด

“เขตทิวทัศน์ยื่อเจ๋อ” อยู่บริเวณตอนล่างของธารน้ำยื่อเจ๋อโกว ได้แก่ น้ำตกนั่วยื่อหลัง ทะเลสาบกระจก น้ำตกไข่มุก ทะเลสาบดอกไม้ทั้งห้า น้ำตกและทะเลสาบแพนด้า เขตนี้เป็นทิวทัศน์ที่เป็นไฮไลต์ของอุทยาน แหล่งเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเริ่มต้นด้วย

ทะเลสาบห้าสี

“ทะเลสาบห้าสี” เป็นทะเลสาบที่สีของน้ำแปลกตา ไล่เฉดสีฟ้าไปจนถึงสีเขียว เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบผืนน้ำสีของน้ำในทะเลสาบจะเปล่งประกายเป็นสีรุ้งดูงดงาม ทะเลสาบแห่งนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,472 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร กว้างประมาณ 90,000 ตารางเมตร ผืนน้ำใสจนมองเห็นพื้นทะเลสาบและพืชน้ำชนิดต่างๆ รวมถึงซากต้นไม้ที่จมอยู่ในน้ำ ว่ากันว่าสีของน้ำทะเลสาบเกิดจากแคลเซียมคาร์บอเนต เป็นจุดที่สวยที่สุดของจิ่วจ้ายโกว และนักท่องเที่ยวแวะชม ถ่ายรูปมากที่สุด

ทะเลสาบยาว

“ทะเลสาบยาว” เป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุด ลึกและใหญ่ที่สุดในจิ่วจ้ายโกว ความยาว 7 กิโลเมตร รูปร่างของทะเลสาบเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว น้ำสีฟ้าใสสวยงามมาจากหิมะที่ละลายบนภูเขา ล้อมรอบด้วยวิวต้นสน ในหน้าหนาวน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งหนามาก และยาวถึง 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเล่นสเก็ตน้ำแข็งกัน

“ทะเลสาบกระจก” ได้ชื่อนี้เพราะผืนน้ำใสนิ่งเหมือนแผ่นกระจกสะท้อนวิวภูเขาและท้องฟ้าออกมาได้ราวกับส่องกระจกเงา โดยเฉพาะในวันที่ฟ้าแจ่มใสและมีแสงแดดจะสวยงามเป็นพิเศษ

ทะเลสาบแรด

“ทะเลสาบแรด” จัดเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากทะเลสาบยาว มีตำนานเล่าขานที่มาของชื่อทะเลสาบว่า พระเกจิรูปหนึ่งซึ่งอาพาธหนัก ขี่แรดมาที่ทะเลสาบและดื่มน้ำพุอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้ๆ ทะเลสาบ จากนั้นได้หายตัวไปโดยทิ้งแรดไว้ที่ทะเลสาบนั่นเอง ชาวบ้านจึงเรียกว่าทะเลสาบแรด ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปฮอตอีกจุดหนึ่งของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญเป็นแห่งเดียวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่องเรือยอชต์ได้ ในหน้าร้อนและฤดูใบไม้ผลิน้ำในทะเลสาบจะมีสีเขียวมรกต ส่วนฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ผิวน้ำในทะเลสาบสะท้อนภาพของขุนเขาที่มีสีสันสดใส วิวของที่นี่จึงสวยงามเป็นพิเศษ

“ทะเลสาบนกยูง” มีพื้นที่เพียง 310 เมตรเท่านั้น จึงเป็นทะเลสาบที่เล็กสุดของที่นี่ มีลักษณะคล้ายรูปนกยูงกำลังรำแพน แต่จะให้เห็นเป็นรูปนกยูงได้ต้องมองจากที่สูงเท่านั้น หรือใช้โดรนถ่ายภาพ ความพิเศษของทะเลสาบนกยูง คือสีของน้ำเป็นสีฟ้า ไล่เฉดสีจากอ่อนไปเข้ม ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของน้ำ

“ทะเลสาบแพนด้า” เป็นทะเลสาบที่มีความลึกมากถึง 14 เมตร และเป็นอีกแห่งที่ในหน้าหนาวที่ผืนน้ำจะจับตัวเป็นน้ำแข็งหนา ส่วนที่ชื่อทะเลสาบแพนด้า มาจากเดิมบริเวณนี้เคยมีแพนด้าอาศัยอยู่ชุกชุม แต่ทุกวันนี้ไม่มีเหลือแล้ว เพราะป่าไผ่อาหารของแพนด้ายืนต้นตายหมดหลังออกดอก และส่วนหนึ่งถูกย้ายไปอยู่ในเฉิงตู

น้ำตกธารไข่มุก

นอกเหนือจากความงามของทะเลสาบ เป็นมนต์เสน่ห์ของน้ำตกอย่าง “น้ำตกธารไข่มุก” น้ำตกที่มีสายน้ำทอดยาวลงมาจากหน้าผาภูเขาลูกใหญ่ เมื่อต้องแสงแดดจะส่องประกายราวกับเส้นไข่มุกที่ร้อยเป็นสาย สวยงามจนใช้เป็นโลเกชั่นถ่ายภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง รวมทั้งซีรีส์จีนเรื่อง “ไซอิ๋ว” อีกแห่งไฮไลต์ของอุทยานแห่งชาติคือ “หมู่บ้านซูเจิง” หมู่บ้านเก่าแก่ 1 ใน 9 ของ ชาวทิเบต ตั้งอยู่ริมธารน้ำตก “ซูเจิง” ที่มีความสูง 25 เมตร สายน้ำจะแยกออกเป็นเส้นทางเล็กๆ มากมายไหลต่อกันมาเป็นขั้นบันได ไหลลงสู่ “ทะเลสาบซูเจิง” หล่อเลี้ยงผู้คนในหมู่บ้านและป่าแถบนี้ ที่หมู่บ้านยังจัดเป็นแหล่งขายสินค้าและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว

หมู่บ้านซูเจิงของชาวทิเบตและศูนย์นักท่องเที่ยว

“จิ่วจ้ายโกว” เป็นผลงานสร้างสรรค์อันมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ขุนเขา สายน้ำ ลำธาร สอดประสานกับป่าเขียวขจี กลายเป็นทิวทัศน์อันสดใสสวยตระการตา เป็นความงามอมตะที่ชาวจีนมุ่งรักษาเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ “สี จิ้น ผิง” ประธานาธิบดีจีน เสนอภารกิจ 5 ประการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการประชุมสำคัญครั้งล่าสุด ได้แก่ บริการเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน, ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ, สร้างบ้านที่ให้ความรู้สึกว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง, แสดงภาพลักษณ์ของจีนและเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อารยธรรมและประการสุดท้าย มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงระบบการท่องเที่ยวสมัยใหม่

เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

กรรณิการ์ ฉิมสร้อย