Isan Next
นั่งดูโครงการสัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก แล้วเร่งวันเร่งคืนให้ถึงเร็วๆ
วันที่ 20 ธันวาคม ที่หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
งานนี้เครือมติชนจับมือกับราชภัฏโคราช ตั้งใจผลักดันให้อีสานแผ่นดินทองของไทยเป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
จึงตั้งชื่องานสัมมนาครั้งนี้ว่า ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก
ไฮไลต์ของงานมีหลายช่วงเวลา ทั้งช่วงเวลาที่บอกเล่าถึง “มูนมัง” หรือขุมทรัพย์ของอีสาน
ทั้งนี้เพราะภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีขนาดพื้นที่ใหญ่ มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ
แผ่นดินที่ใหญ่ยิ่งนี้ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งอารยธรรม และเป็นขุมทรัพย์ทางภูมิปัญญา
พื้นที่ภาคอีสานยังมีทำเลทอง เชื่อมโยงกับภาคอื่นๆ ของไทย และต่อเชื่อมไปถึงจีน และโลกได้
อีสานเป็นเสมือนประตูเข้าสู่อินโดจีน เชื่อมต่อกับจีนซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมใหม่ หรือโครงการแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม หรือ “Belt and Road Initiative (BRI)” ที่จะมีเครือข่ายถนนและเส้นทางรถไฟเชื่อมจีนกับยุโรปผ่านเอเชียกลาง
ยิ่งหากโครงสร้างด้านคมนาคม ทางถนน ทางราง ในอนาคตเสร็จสมบูรณ์ ยิ่งทำให้ภาคอีสานมีศักยภาพด้านคมนาคมขนส่ง และอุตสาหกรรม การค้า การศึกษา ตลาดทุน มากขึ้น
สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการรวบรวมวัตถุดิบการเกษตรและการผลิตอาหารเพื่อการส่งออก ศูนย์กลางการกระจายสินค้าและบริการสู่อินโดจีน ศูนย์กลางการพัฒนาเครื่องจักรกลและโลหะการ และศูนย์กลางการท่องเที่ยว
ใต้แผ่นดินอีสาน มีความอุดมสมบูรณ์เรื่องแร่ธาตุธรรมชาติ
ด้านแหล่งอารยธรรมทางประวัติศาสตร์คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะทุกคนล้วนประจักษ์ว่าภาคอีสานเป็นแหล่งอารยธรรม
ปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีโบราณสถาน เทวสถาน ปราสาทหินต่างๆ ที่สวยงาม มากมาย
มีวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของคนในแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าในระดับนานาชาติ
จังหวัดนครราชสีมาได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่ง 3 มงกุฎ “Khorat The UNESCO Triple Heritage City”
เป็นเมืองที่ 4 ของโลก ต่อจากอิตาลี, เกาหลีใต้ และจีน
โดย มงกุฎแรก คือ มรดกโลก (World Heritage) ได้แก่ มรดกโลกป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่
มงกุฎที่ 2 คือ เขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserves) ได้แก่ ป่าสะแกราช อ.ปักธงชัย
และ มงกุฎที่ 3 คือ โคราชจีโอพาร์ค พื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง ซึ่งมีภูมิประเทศเขาเควสตา (เขารูปอีโต้) และฟอสซิล 3 ยุค โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (Cuesta & Fossil Land) เชื่อมโยงกับระบบนิเวศป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และวิถีชีวิตผู้คนกว่า 4,000 ปี ในพื้นที่ภูมิศาสตร์บริเวณลุ่มน้ำลำตะคอง ตอนกลางถึงตอนล่าง
ด้วยศักยภาพของภาคอีสาน เมื่อตรวจสอบข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไม่ผิดหวัง
จากข้อมูลปี 2566 พบว่าภาคอีสานมีขนาดจีดีพี 1 ล้านล้านบาท มีอัตราเติบโตเป็นบวกต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่า จีดีพีจะบวก 3% และมีโอกาสบวกถึง 4%
เมื่อประเทศไทยมีของดีเช่นนี้ เครือมติชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี ร่วมกันคิดว่า ถึงเวลาที่จะคิกออฟอีสานอีกครั้ง จึงระดมภาครัฐ ภาคเอกชน และรัฐบาล มาร่วมกันตีปี๊บ
เชิญท่านผู้รู้จากสภาพัฒน์ มาเล่าเรื่องขุมทรัพย์ภาคอีสานที่มีทั้งทำเลทองและสินทรัพย์บนดินใต้ดิน เชิญผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาเล่าเรื่องการท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์ของภาคอีสาน ตัวท่านอธิการฯเองจะมาบอกเล่าของดีเมืองโคราช
ขณะเดียวกันยังมีท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรี ทั้ง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเล่าถึงนโยบายขับเคลื่อนอีสาน
ทั้งเรื่องปลดหนี้ เรื่องเส้นทางคมนาคมเชื่อมโลก และเรื่องการจัดการดินและน้ำเพื่อการเกษตร
จบท้าย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาบรรยายพิเศษ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตอีสาน
งานครั้งนี้เครือมติชนและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาจัดเต็มกำลัง
วิทยากรแต่ละท่านล้วนทรงภูมิและมีความรู้
ดังนั้น โปรแกรมวันที่ 20 ธันวาคม ไม่ควรพลาด
ใครไม่สามารถไปฟังที่โคราชได้ สามารถรับฟังทางช่องทางเฟซบุ๊ก ยูทูบ และอื่นๆ ในเครือมติชน
ฟังแล้วร่วมผลักดันเศรษฐกิจอีสาน
ร่วมกันพลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก
นฤตย์ เสกธีระ

