พ.ท.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ
ประธานสภาอุตสาหกรรมอุดรธานี
‘อนาคตอุดรฯเป็นเมืองหลวงอีสานตอนบน’
หากดูตามแผนที่ประเทศไทยแล้วจะเห็นว่า “จังหวัดอุดรธานี” ตั้งอยู่ในภาคอีสานตอนบน และมีเขตติดต่อกับจังหวัดชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ถือว่าใกล้กับ สสป.ลาว มีพื้นที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของภาคอีสาน
มีเขตติดต่อหลายจังหวัด ตั้งแต่ทิศเหนือ ติดกับหนองคาย ทิศใต้ ติดกับขอนแก่นและกาฬสินธุ์ ทิศตะวันออก ติดกับสกลนคร ทิศตะวันตก ติดกับหนองบัวลำภูและเลย จึงถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจและการคมนาคม
อุดรธานียังเป็น 1 ใน 10 เมืองไมซ์ (MICE-Meetings,Incentive Travel,Conventions,Exhibitions) สามารถรองรับการประชุมสัมมนา การจัดงานนิทรรศการขนาดใหญ่ได้ โดยในปี 2569 อุดรธานีจะเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo 2026) ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าชมงานมากกว่า 3 ล้านคน และจะทำให้เกิดรายได้ในอุดรธานีกว่า 32,000 ล้านบาท
สภาพเศรษฐกิจของเมืองอุดร มีรายได้หลักจากการส่งออกแรงงานไปตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2520 จนเกิดคำว่า “ซาอุดร” ขึ้น ต่อมาเศรษฐกิจของจังหวัดพึ่งพาภาคบริการเป็นหลัก ตัวเลขปี 2565 แสดงให้เห็นรายได้จากภาคบริการ 73,854 ล้านบาท (61%)
ภาคอุตสาหกรรม 24,465 ล้านบาท (20%) และภาคเกษตรกรรม 22,219 ล้านบาท (18%) มูลค่าเศรษฐกิจมากเป็นอันดับ 4 ของอีสาน และมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 5 ของอีสาน ปัจจุบันอุดรธานีเริ่มหันมาพัฒนาด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น
นอกจากภาคบริการ โดยมีนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ซึ่งขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมพัฒนาเสร็จแล้ว พร้อมให้นักลงทุนเข้ามาซื้อพื้นที่ประกอบกิจการ จากศักยภาพของเมืองใหญ่อันดับ 4 แห่งภาคอีสาน ย่อมหนีไม่พ้นสายตานักธุรกิจที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี “พ.ท.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ” เจ้าของธุรกิจโรงโม่หิน บ้านจัดสรร และตลาดสด
คนอุดรฯเรียกวรายุส์ว่า “เสี่ยกวง” ได้มองภาพรวมอุตสาหกรรมในอุดรธานี ว่ายังเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานได้แก่ ข้าว โรงงานน้ำตาล โรงมันสำปะหลัง และยางพารา แต่ยางพาราไม่ใช่แค่จังหวัดอุดรธานีเท่านั้น แต่รวมทั้งจังหวัดหนองคาย, บึงกาฬ
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีเป็นการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งมี 4-5 รายเข้าไปซื้อพื้นที่ไว้แล้ว แต่ยังไม่สร้างโรงงาน และมี 1 รายเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดที่ไปสร้างโรงงานแล้วเป็นโรงแรกในนิคมอุตสาหกรรม
“เพราะฉะนั้น นิคมอุตสาหกรรมเป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐาน หรือเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมจะรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะมาในวันข้างหน้า และคงต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพราะอุดรฯอยู่ใกล้กับจีน ขณะเดียวกันจีนเริ่มขยับมาหาเรา
ถ้าเกิดมีการลงทุนโดยจีนเห็นว่าทางเรามีวัตถุดิบที่ตอบโจทย์เขาได้ อุดรฯก็พร้อมจะรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ใช่แค่ขั้นต้น” ประธานสภาอุตสาหกรรมอุดรฯกล่าว
“เสี่ยกวง” กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมตัวหนึ่งที่กำลังเกิดในอุดรฯ อยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม ได้ใบสัมปทานเรียบร้อย มีการร่วมลงทุนกับต่างชาติเรียบร้อย พร้อมกดปุ่ม คือ “ทำเหมืองแร่โปแตช” ซึ่งขณะนี้เอกสารต่างๆ ไม่มีปัญหา เป็นไปตามขบวนการทั้งหมด
และเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยยังมีไม่มาก แต่ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ล้วนสนับสนุน อย่างไรก็ตามไม่ได้ทิ้งปมเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องมีการทำรายงานและต้องติดตามต่อไป
“ทุกคนมีความเป็นห่วงอยู่แล้วในเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมว่าทุกวันนี้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่และเจ้าของสัมปทานเป็นนักลงทุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการลงทุนในแง่วิศวกรรมถ้ามีแผน มีเม็ดเงินงบประมาณ ผมเชื่อว่าเรื่องมาตรการสิ่งแวดล้อมสามารถควบคุมได้
ในเมื่อเขาบอกว่าควบคุมได้เราก็ต้องปล่อยไปตามที่เขาว่า ต้องยอมให้ทำ แล้วคอยติดตามเฝ้าดู สภาอุตสาหกรรมเราพร้อมรองรับอุตสาหกรรมโปแตช ถ้าสามารถเปิดทำเหมืองขึ้นมาได้ แน่นอนว่าต้องมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกิดขึ้น เหมือนกับเมื่อมีเมืองเกิดขึ้น อย่างอื่นก็จะตามมา อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบช่วงนี้เป็นช่วงก่อสร้าง กว่าจะถึงขั้นเอาแร่ขึ้นมาได้ต้องใช้เวลาน่าจะปีครึ่ง”
⦁ การทำเหมืองโปแตชจะพัฒนาเมืองอุดรได้อย่างไร?
โห…ผมว่ามันเป็นอิมแพกต์นะ สมัยก่อนอุดรฯยุคจีไอ สร้างนู่นสร้างนี่ทำให้เกิดการจ้างงาน เกิดการซื้อขาย เกิดเม็ดเงินส่งผลกระทบไปสู่ภาคธุรกิจในเมืองแล้วเมืองก็พัฒนาไปของมันเอง อันนี้ก็เหมือนกัน มีเม็ดเงินลงทุนเป็นหมื่นล้าน พอลงทุนเสร็จแต่ละเดือน
แค่เงินจ่ายค่าจ้างเป็นเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 50 ล้านขึ้นไป แล้วเงินหมุนกี่รอบ ทุกเดือนจะมีเงินมาหมุน ส่วนการก่อสร้างก็ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหลายแหล่ และการจ้างงานต่างๆ เงินสะพัดอยู่ในเมืองอุดร ผมมองในระยะยาวว่าทำเหมือง 25 ปี
พอเริ่มตั้งต้นได้ในส่วนของค่าภาคหลวงแร่ก็จะต้องตกไปให้กับท้องถิ่น อบต.ทั้งหลายเมื่อได้เงินก็สามารถพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง อยู่ที่ว่าจะวางแผนยังไง เมืองก็จะเติบโตไปเอง เมื่อมีเม็ดเงินเข้ามา เท่าที่มีการศึกษาหากมีเหมืองโปแตชทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 1,000 อัตรา
⦁ การทำเหมืองโปแตชต้องใช้น้ำมากจะมีปัญหาไหม?
คิดว่าทางผู้ได้รับสัมปทานคงวางแผนให้จบในพื้นที่อยู่แล้ว ทุกอุตสาหกรรมถ้ามีการใช้น้ำต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำของตัวเอง เราต้องมองน้ำของตัวเองที่สามารถรีไซเคิล ทุกโรงงานอุตสาหกรรมต้องมี
ปัญหาแหล่งน้ำในภาคอีสาน สภาอุตสาหกรรมเรามีคณะกรรมการเข้าไปเป็นตัวแทนในเรื่องน้ำอยู่ หากเกิดอะไรจะมีการส่งสัญญาณบอกให้คำนึงถึงทั้งใช้น้ำเพื่อบริโภค เพื่อเกษตร และเพื่ออุตสาหกรรม ที่อุดรฯผมรู้สึกว่าใช้น้ำเพื่อการบริโภคเยอะกว่า
ใช้ในด้านอุตสาหกรรมอีก ส่วนภาคเกษตรแน่นอนว่าต้องใช้น้ำเยอะอยู่แล้ว เท่าที่ทราบมาจะมีแผนปรับปรุงลำห้วยหลวง แบ่งเป็น 3 ตอน มีแผนมาเรื่อยแต่ยังไม่เสร็จทั้งหมด
⦁ ทางหอการค้าจังหวัดมองว่าต้องพัฒนาอุดรฯเป็นฮับโลจิสติกส์?
เป็นไปได้อยู่แล้ว ถ้าเรากางแผนที่จังหวัดอุดรธานี ทิศเหนือเป็นหนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู เลยไปอีกเป็นสกลนคร ส่วนทิศใต้เป็นขอนแก่น อุดรฯอยู่ตรงกลาง แล้วทางอากาศมีเครื่องบินไปลงที่กรุงเทพฯ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ไปเชียงใหม่
ภาคใต้ก็ไปถึงภูเก็ต หาดใหญ่ แล้วยังมีเที่ยวบินไปเวียงจันทน์อีก ผมเองเวลาจะไปจีนก็ข้ามไปขึ้นเครื่องที่เวียงจันทน์บินไปแป๊บเดียวถึงคุนหมิงแล้ว สะดวกมาก
⦁ ถ้าเป็นอุตสาหกรรมภาคเกษตรดูไม่มีอนาคต?
อย่างที่บอกว่าต่อไปอุดรฯต้องเป็นอุตสาหกรรมขั้นสูง เวลานี้ผมกำลังส่งเสริม การปลูกไผ่ซางหม่นถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่ง เป็นไผ่ที่เจริญเติบโตได้เร็ว ลำต้นมีขนาดใหญ่ 3-5 นิ้ว ลำไผ่ตรงยาวสม่ำเสมอ สูงประมาณ 25-30 เมตร
เนื้อไม้หนาแข็งแรง แขนงน้อย สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งลำ เหมาะสำหรับการแปรรูปไม้ไปสู่อุตสาหกรรมไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้เทคโนโลยีแปรรูปทำเป็นไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด หรือแปรรูปเป็นไม้โครงสร้างอะไรได้เลย การปลูกใช้เวลา 3 ปี ก็สามารถตัดมาใช้ได้แล้ว แต่ถ้าปลูกดูแลดีๆ แค่สองปีก็สามารถตัดขายได้ ตอนนี้ผมกำลังส่งเสริมปลูกและขยายพันธุ์-กิ่งพันธุ์ ผมเองก็มีสวนไผ่และทำเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ปลูกไผ่ซางหม่น” ด้วย ญาติพี่น้องหันมาปลูกไผ่กันหมด เริ่มปลูกเมื่อปีที่แล้ว
ที่อำเภอเมือง อำเภอศรีธาตุ และจังหวัดหนองบัวลำภู ศูนย์การเรียนรู้ของผมจะเป็นแบบครบวงจร สอนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำกิ่งพันธุ์ ดูแล กระทั่งการนำไปขาย ให้ความรู้นำไปแปรรูปทำอะไรได้บ้าง เป็นต้น ผมเองก็รับซื้อ ตอนนี้ก็ตระเวนช้อปปิ้ง
เครื่องจักรแปรรูป เตรียมสร้างโรงงานไว้รอ และติดตามตรวจสอบเรื่องราคา ผมมองว่าไผ่เวลาเราปลูกอาจจะเหนื่อยครั้งแรก แต่ต่อไปมันแทงหน่อตลอด เราแค่ตัดลำมันออกที่เหลือก็ยังอยู่ ยังแทงหน่อขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นผมเห็นถึงความยั่งยืนของตัวไผ่ จึงส่งเสริมพืชตัวนี้
⦁ ทิศทางอสังหาฯในอุดรธานีซบเซาไหม?
ในอุดรฯ ได้ยินว่าธุรกิจยังทรงตัว ต้องระมัดระวัง ตอนนี้ทั่วประเทศก็อยู่ในช่วงทรงตัว แต่ถ้าต่อไปมีเหมืองโปแตชเกิดขึ้น หรืออะไรที่เกี่ยวกับโปแตช คิดว่าเศรษฐกิจในภาคอสังหาฯจะบูมขึ้นมาใหม่ อย่างที่ผมบอกถ้ามีเม็ดเงินเข้ามา มีคนเข้ามาทำงานในเหมืองมากขึ้น อสังหาฯก็ตามมา และไม่เฉพาะอสังหาฯ ภาคบริการ ทุกภาคธุรกิจจะรีบูสต์ขึ้นมาใหม่
⦁ อุตสาหกรรมผ้าทอผ้าพื้นเมืองซอฟต์พาวเวอร์ของจังหวัดมีการพัฒนาหรือไม่?
เรื่องผ้าทอไทยในพื้นที่แถบอีสานดีมีคุณภาพแทบทั้งนั้น มีปัญหาเรื่องการตลาดอย่างเดียว เราต้องทำการตลาดสม่ำเสมอ ทำเรื่อยๆ และต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามแฟชั่นว่าเป็นอย่างไร สามารถไปแมตชิ่งจับคู่กับลูกค้าคนซื้อให้เจอ บอกเลยว่าจังหวัดแถบอีสานตอนบนไม่ว่าอุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เก่งหมดเรื่องทอผ้า ย้อมผ้า อยากได้ลายแบบไหน แม่ๆ ป้าๆ ครีเอตได้หมด เพราะเขาทอผ้าเป็นวิถีชีวิตอยู่แล้ว ส่วนตลาดผ้าที่ตำบลนาข่า อาจจะดูเงียบๆ เพราะแม่ค้าส่วนใหญ่เริ่มไปขายทางออนไลน์
ซึ่งผมมองว่าการตลาดต้องเปลี่ยนแล้วแหละ สภาอุตสาหกรรมเราก็ไปช่วยได้ในเรื่องของการจัดนิทรรศการ จัดงานเอ็กซ์โป จัดประชุมส่งเสริม ดูแลทางด้านการตลาด
⦁ ทิศทางแนวโน้มปีหน้า (2568) อุดรธานีจะเป็นอย่างไร?
ตอบยากเหมือนกัน ถ้ารัฐบาลปล่อยงบประมาณออกมา ต้องดูว่ารัฐบาลตอบสนองหรือเปล่า ถ้าตอบสนองสภาพต่างๆ มันก็ดีขึ้นอยู่แล้ว ในพื้นที่ของผมมีแต่งานโครงสร้างพื้นฐาน ปล่อยงบมาเมื่อไหร่มันก็ดีเมื่อนั้น
ผมทำงานตรงนี้ไม่หนักใจ สิ่งที่อยากเห็น คืออยากให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ รุ่นน้อง เข้ามาร่วมให้มาก เพียงแต่ว่าทุกคนที่เข้ามาอยากให้เข้าใจระบบราชการด้วย เราเป็นภาคเอกชนส่วนมากต้องการความคล่องตัว ความรวดเร็ว ขอให้เรียนรู้
การแก้ปัญหา ถ้ายังแก้ไม่ได้ก็ใช้ตามระเบียบไปก่อน แล้วค่อยๆ หาทางแก้ อย่าเพิ่งไปบ่น
สำหรับผม อุดรธานีถึงวันนี้มีอายุครบ 132 ปี ถึงวันจัดงานพืชสวนโลกจะครบ 134 ปี คิดดูว่าในช่วง 134 ปี เมืองโตมาขนาดนี้ ดังนั้น ที่อุดรฯโตมาได้ขนาดนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เกิดเมืองเพราะเราเสียดินแดนใน รศ.112 ที่สำคัญต่อมาคือ อเมริกามาตั้งฐานทัพ ถ้ามองในแง่การลงทุนแล้วไม่เกี่ยวกับสงคราม แต่เป็นการนำเอาเม็ดเงินมาลงทุน มีเงินหมุนเวียนอยู่ในอุดรฯ สมัยนั้นมีทั้งโรงแรม สนามมวย โบว์ลิ่ง ภาคเอ็นเตอร์เทนมาเปิดที่นี่หมด แม้แต่งานเปิดตัวมิสยูนิเวิร์สก็ยังมาเปิดที่อุดรฯ
รวมทั้งนักร้องต่างๆ กิจกรรมเกิดที่อุดรฯเยอะมาก เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เมืองโตขึ้น จากยุคนั้นผ่านมาถึงยุคแรงงาน แล้วมาช่วงเปิดสะพานมิตรภาพอินโดจีน มาสู่ยุคโมเดิร์นเทรด ถึงตอนนี้ถึงยุคที่มีทั้งนิคมอุตสาหกรรม มีทั้งเหมืองโปแตช
ทั้งรถไฟความเร็วสูงจากจีน และจะเป็นฮับโลจิสติกส์อีก ผมว่าอนาคตอุดรธานีจะเป็นเมืองสดใส อาจจะกลายเป็นเมืองหลวงของอีสานตอนบนก็ได้
กรรณิการ์ ฉิมสร้อย

