“ผมคาดการณ์ว่ารัฐประหารในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่จะไม่เอารถถัง หรือกองทัพมายึดอำนาจแล้ว
แต่จะใช้ ‘กฎหมาย’ ใช้ ‘รัฐธรรมนูญ’ ที่คณะรัฐประหารร่างเอาไว้ในการ นิติรัฐประหาร”
คำทำนายของ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ จะเป็นจริงหรือไม่? เพราะหากแฟลชแบ๊กมองสังคมไทยเกือบศตวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 รัฐประหารมาแล้วถึง 13 ครั้ง
ดูแค่ในรอบ 18 ปีมีถึง 2 หน ยังไม่นับกลุ่มการเมืองที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน ครั้งแล้วครั้งเล่า
‘สถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน’ เท่านั้น คือทางรอดที่ประธานสถาบันปรีดีฯมองเห็น ก่อนไทยกลายเป็น ‘รัฐล้มเหลว’
เนื่องในวันรัฐธรรมนูญปีนี้ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดเวทีเสวนาวิชาการ PRIDI Talks #28 x PBIC: ‘ยุตินิติรัฐประหาร รื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’ ผู้มีส่วนได้-เสียจากบทบัญญัติของกฎหมายสูงสุด นั่งล้อมวงฟังล้นห้อง

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw
รัฐธรรมนูญจะได้แก้? ฉบับใหม่ในฝันที่ไม่ปิดกั้นสิทธิ จะแท้งตั้งแต่ยังไม่ปฏิสนธิหรือเปล่า? นับจากนี้จะไปยังไงต่อ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะหน้าตาแบบไหน? องค์กรอิสระและกระบวนการทำประชามติ เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจ้องห้ามกะพริบตา
ช่วยกันออกแรงส่งเสียง ออกแบบให้ละเอียดทุกดีเทล เพื่อหลบวังวนหลุมพราง
ดีไซน์ รธน.สกัดรัฐประหาร ประชามติ 2 ครั้งถึงทันเลือกตั้งหน้า
จีรนุช เปรมชัยพร ที่ปรึกษาเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ยกเหตุการณ์เร็วๆ นี้ที่ ยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก ทำเอาประชาชนลุกขึ้นมาต้านจนต้องยกเลิกไป
เกิดแรงบันดาลใจว่า ‘รัฐธรรมนูญสามารถสกัดรัฐประหารได้’ ถ้าออกแบบดีๆ
ซึ่งถ้าย้อนดู เรามีอย่างน้อย 2 ฉบับที่เป็นประชาธิปไตย คือ ฉบับปี2517 มาจากการต่อสู้ของนักศึกษา-ประชาชนในปี 2516 แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกรัฐประหารไป และฉบับปี 2540 ที่มาจากเหตุการณ์พฤษภา 2535 ประชาชนลุกขึ้นมาต้านนายกฯคนนอก ซึ่งจะเห็นว่าหัวใจสำคัญคือ ‘ประชาชนมีส่วนร่วม’

“คำว่า ‘อํานาจอธิปไตย’ อ่านทีไรก็ขนลุก คือให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศ ทั้ง 20 ฉบับ เราเห็นการต่อรอง ดึงกันไป-มา ระหว่างประชาธิปไตยกับการกินรวบอำนาจ
“80 ปีที่เราอยู่ในวังวน ฉบับปัจจุบัน (2560) เหมือนเบียดประชาชนไปที่นิ้วก้อย ประชาชนแทบไม่มีอำนาจอยู่เหลือในรัฐธรรมนูญเลย ถูกไปอยู่ฝั่งขวา จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเขียนใหม่ หรือรื้อทิ้ง”
“ผ่านไป 3 ปี ประชามติครั้งที่ 1 ก็ยังไม่เกิดขึ้น แล้วจะได้รัฐธรรมนูญปี 2570 ทันไหม” จีรนุชยืนยันว่าต้องทำประชามติ 2 ครั้งเท่านั้น ถึงจะทันใช้ก่อนเลือกตั้งครั้งต่อไป
ม.ค.69 โอกาสสุดท้าย ฉบับใหม่ไม่ทันชุดนี้-อย่างดีมี ส.ส.ร.
ด้าน นิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา มองเรื่องที่ยากสุดคือ หลังฉบับปี 2540 ‘ไม่มีรัฐบาลไหนประกาศเป็นนโยบาย’
“แต่ขณะนี้ รัฐบาลปัจจุบันประกาศจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับของประชาชนแล้ว”
“ผมนั่งนับทุกวัน ขณะนี้จะมีโอกาสอยู่เหลือแค่ ส.ส.ร.แล้ว เรื่องประชามติ 2 ครั้งไม่ต้องไปคิด ศาลรัฐธรรมนูญทุบมาแล้ว”

อย่างไรก็ดี หาก 18 ธ.ค.นี้ ที่ประชุมสภาโหวตไม่เห็นด้วยกับการ ‘ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น’ แก้ไขมาตรา 256 (เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.) ก็จะกลับไปใช้ชั้นเดียวแบบที่ ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ปลื้ม วันเวลาก็ถูกยืดออกไปอีก 180 วัน เท่ากับว่าเลทไปอีกราว 1 ปี กว่าจะได้ทำประชามติรอบแรก (ธ.ค.68-ต้น ม.ค.69)
สำหรับ ‘นิกร’ มองว่า โอกาสของรัฐบาลชุดนี้มีครั้งเดียว คือตอนยื่นมาตรา 256 ในเดือน ม.ค.2569 ที่จะทำประชามติครั้งแรก ซึ่งถ้าไม่ผ่านก็ยื่นซ้ำไม่ได้ ต้องรอ ก.ค. ปัญหาคือต้องผ่านวุฒิสภาให้ได้
“ผมเสนอว่าให้รัฐบาลทำเป็นร่างมาตรา 256 ของตัวเอง มันจะได้แรปคำพูดที่สัญญาไว้ว่า จะทำรัฐธรรมนูญประชาชนให้ได้ในนามรัฐบาล อย่าให้พรรคแต่ละพรรคยื่น ซึ่งที่ยื่นได้มี 2 พรรค คือเพื่อไทยและประชาชน พรรคภูมิใจไทยยื่นไม่ได้เพราะไม่ถึง 100 เสียง เป็นมาตรา 256 ของ ครม. หรือของร่วมรัฐบาลเท่านั้นที่ร่วมกัน จะได้มีคนไปคุยกับ ส.ว. โอกาสเดียวของเราที่มี คือครั้งเดียว
“เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้ทันสภาชุดนี้ มี ส.ส.ร.ก็ยังดี แต่ว่าโอกาสน้อยมาก ต้องพยายามอย่างยิ่งและต้องคุยกับทางวุฒิสภา” นิกรแสดงความหวั่นใจ ทว่ามั่นใจอย่างหนึ่ง หากไม่คุยกับ ส.ว.ไม่มีทางไปต่อได้แน่
ย้ำโจทย์ใหญ่ หวั่นสังคมลืมไป ทำไมต้องแก้ รธน.?
“การที่ยังไม่ได้แก้ไขในมาตราอะไร การมีรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนเลือกตั้ง 2570 ดูเป็นความหวังริบหรี่ ประชามติที่ต้องเกิดขึ้น 2 ครั้ง ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเมื่อไหร่ นี่คือสภาวะที่กำลังเผชิญอยู่”
พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยอมรับว่าเวลาเป็นช่วงท้าทาย ของการทำตามข้อเสนอที่เป็นฉันทามติร่วมทั้งรัฐบาลที่เคยประกาศ และพรรคฝ่ายค้าน

มี ‘2 โจทย์ใหญ่’ ที่จะเป็นตัวหนุนให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชอบธรรมทางประชาธิปไตย คือ
1.Why ทำไมข้อเสนอนี้ถึงจะเป็นประโยชน์ 2.How ทำอย่างไรถึงจะผลักดันสำเร็จ ซึ่งเราเถียงกับโจทย์ How ค่อนข้างเยอะว่าต้องประชามติกี่ครั้ง จะใช้ พ.ร.บ.ประชามติ ที่ใช้กติกาเสียงข้างมาก 1 หรือ 2 ชั้น ฯลฯ แม้จำเป็นต้องพูดคุย แต่เราอาจหลงลืมโจทย์ Why ไป
ทำไมรัฐธรรมนูญใหม่ถึงจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศนี้?
ไอติมอธิบายลึก ปัญหาคือ ถ้าเราไม่ได้ฉบับใหม่ จะต้องอยู่ภายใต้สภาวะการเมืองที่ ‘ประชาชนมีความอ่อนแอ’ ทั้งอำนาจและสิทธิเสรีภาพ เพราะในบรรดา 279 มาตรา ได้ออกแบบโครงสร้างรัฐที่บั่นทอนอำนาจจากปลายปากกาประชาชน รวมถึง ส.ว.ยังมีอำนาจชี้ขาด รับรองคนที่จะมานั่งในองค์กรอิสระ
ในมุม ‘สิทธิเสรีภาพของประชาชน’ ก็อ่อนแอลง เพราะเขียนไว้ให้ถูกจำกัดด้วยความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย อย่างเช่นในมาตรา 25ขณะที่สิทธิชุมชน สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ก็ถูกเขียนในลักษณะรัดกุมน้อยกว่าฉบับปี 2540 รวมถึงยังใช้ข้อความ ‘ชายและหญิงมีสิทธิเสมอกัน’ แทนที่จะใช้ข้อความว่า ‘บุคคล’
‘สวัสดิการของประชาชน’ ก็มีช่องโหว่ ที่ในอนาคตอาจทำให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งถูกลดสิทธิบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สิทธิรักษาพยาบาลฟรี หรือจำนวนปีในการเรียนฟรี
“เราพูดเรื่องนี้มาหลายปีมาก ในวันที่สังคมเราถูกดึงอยู่ในบทสนทนาเรื่อง กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร? ผมกลัวเราจะลืมกันไปว่า เรามาพูดเรื่องนี้ด้วยเหตุผลอะไร? ทำไมต้องแก้และจัดทำฉบับใหม่ ที่จะทำให้อำนาจและสิทธิเสรีภาพเข้มแข็งขึ้น
“แล้วเราควรจะแก้ปัญหานี้เช่นไร? จุดยืนของพรรคยืนยันมาตลอดว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะ 1.ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่มาตราใด ต้องยกร่างหลายส่วน 2.ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดย ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100% และ 3.กระบวนการเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด” ส.ส.พรรคประชาชนทิ้งท้าย
ลูกพระยาพหลฯลั่นสิ้นอายุขัยจะได้แก้ไหม? ส.ว.ย้ำ ต้องช่วยกันส่งเสียง
ส.ว.ย้ำ ต้องช่วยกันส่งเส’ยง
‘รัฐธรรมนูญ’ อาจเป็นเส้นแบ่งสิ่งที่พลเมืองทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย
แต่หากถูกปรับแก้ให้ชี้ขาดอย่างไม่แฟร์ ก็อาจกลายเป็นแรงต้าน
รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ผู้เคยร่วมสู้กับชาวบ้านบนท้องถนน บอกเลยว่า สมัชชาคนจน ที่มีคำขวัญว่า ‘การเมืองที่กินได้ ประชาธิปไตยที่เห็นหัวคนจน’ ถือกำเนิดขึ้นด้วยเหตุนี้
เพราะสิทธิที่ดินทำกินของชาวบ้านถูกละเมิด จากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ มีพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับที่กระทบกับวิถีชีวิต
“การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญที่สำคัญคือเรื่อง ‘สิทธิชุมชน’ รวมถึงการมีส่วนร่วมตัดสินใจของคนจน (โอกาส)
“ฉบับ 2540 เรียกว่าเป็นยุคทองที่ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ แต่เมื่อมาถึงฉบับปี 2560 หลังรัฐประหาร 2557 ถือเป็นยุคตกต่ำที่สุดของการเมืองภาคประชาชน” รศ.ดร.ประภาสชี้
ในฐานะ ส.ว.ที่อยู่ใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เห็นภาพใหญ่ที่เป็นปัญหาสุดคือ ‘สิทธิเสรีภาพ สิทธิชุมชน และการร่วมตัดสินใจในนโยบายรัฐ’ บทเรียนที่สำคัญตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่ชาวบ้านพอจะฟ้องร้องได้ แต่ไม่มีกลไก สิ่งที่รัฐธรรมนูญ 2560 พยายามอ้างเรื่องสิทธิในชุมชน ก็เกิดขึ้นไม่ได้จริง ถูกขวางด้วยมาตรา 25, 26 หากกระทบกับความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อย ซึ่งยังไม่นับ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2562
“เป็นรูปธรรมที่ต้องเร่งแก้ไข ไม่อย่างนั้นพี่น้องเขตป่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งในภาคใต้ จะกระทบ ข้อเสนอที่สั้นที่สุด คือกลับไปถอดบทเรียนฉบับปี 2540 คิดเรื่องสิทธิเสรีภาพและกระบวนการตรงกลาง การใช้อำนาจรัฐ ทั้งกลไกและกฎหมาย พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯ พ.ร.บ.สิทธิชุมชนฯ และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ เป็นต้น” อดีต NGO แนะทางออก
เน้นหนักดังเดิมว่าจากประวัติศาสตร์ ‘รัฐธรรมนูญที่ดี’ ไม่เคยเกิดขึ้นจากชนชั้นนำ เป็นภารกิจร่วมของสังคมที่ต้องทำให้เกิดเครือข่าย
ในช่วงท้าย ประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างแอ๊กทีฟ ผู้สูงวัยบางท่านถึงกับลั่น! ‘ไม่รู้ว่า 10 ปีหรือจนสิ้นอายุขัย จะได้แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยไหม’ หนึ่งในนั้นคือ พ.ต.พุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา บุตรชายคนที่ 4 ของพระยาพหลพลพยุหเสนา
สองพรรคต้องจับมือ ‘เพื่อไทย’ จะยิ่งเสียหลังพิง ถ้ายังนิ่ง
รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ รั้วจุฬาฯ ชวนมองยาวๆ ไม่ว่าการดีไซน์รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกที่ผ่านมา มันคือการทำให้การเมืองไม่ได้สะท้อน ‘อำนาจประชาชน’
ทำให้พรรคที่ไม่พึงประสงค์อ่อนแอลง เพื่อปิดกั้น-ทำลาย รัฐบาลเองก็สูญเสียความศรัทธา สวนทางกับการทำให้กลไกของกลุ่มอำนาจเดิม เข้มแข็งขึ้น
“รัฐธรรมนูญจากคณะรัฐประหารจะทำอยู่ 3-4 อย่างนี้ คือทำให้ 1.อำนาจการเมืองของประชาชน-พรรคลดลง 2.กลไกกองทัพมีอำนาจในกิจการในประเทศ 3.เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับประชาชน และ 4.รัฐบาลไร้กลไกควบคุมระบบราชการและกองทัพ
เหล่านี้คือหัวใจสำคัญทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ซึ่งเปลี่ยนทั้งเกมในสภา รวมถึงทำให้ระบบราชการหันมารับใช้, ออกกฎหมายจำกัดสิทธิ” รศ.ดร.พวงทองขยี้ปัญหา
ยก พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่ในปัจจุบันทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาชน ต้องการแก้ โดยเฉพาะ ‘ซุปเปอร์บอร์ด’ 6 คน ที่มีอำนาจโยกย้ายนายทหารระดับบิ๊ก อันจะเป็นกลไกสำคัญในการทำแท้งรัฐประหาร
“ตัว ‘สภากลาโหม’ ตอนกำเนิดขึ้นมาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเท่านั้น แต่พอเกิดรัฐประหาร 2520 ก็มีการแก้ พ.ร.บ.กลาโหม อำนาจก็ถูกยกระดับขึ้นไป ควบคุมนโยบายทั้งหลายแหล่ที่เกี่ยวกับกิจการทหาร หาทางขยายอำนาจให้เป็นอิสระจากรัฐบาลพลเรือน ดังนั้น ‘กองทัพในปัจจุบัน ไม่ใช่รัฐซ้อนรัฐ แต่เป็นรัฐอิสระเลย’ ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีทางแก้กฎหมายเกณฑ์ทหารได้” ผู้วิจัยจนเชี่ยวชาญด้านกองทัพ เผยสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ ‘องค์กรอิสระ’ แทนที่จะถูกสร้างขึ้นมาตรวจสอบ-ถ่วงดุลอำนาจรัฐ กลับกลายเป็นเครื่องมือลงโทษ
มองหน่วยราชการของไทย ต่างไปจาก 20 ปีที่แล้ว ‘มีพลังเยอะขึ้นมาก’ อย่างตอนที่พรรคประชาชนเสนอร่าง ‘แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม’ แล้วถูก ครม.ตีกลับไม่รับบรรจุ (22 ต.ค.) เพราะ ‘หน่วยราชการไม่เห็นด้วย’ เช่น สมช., สำนักงบฯ กลายเป็นช่วยกันปกป้องอำนาจหน่วยราชการด้วยกันเอง
“ถ้าเราไม่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก ก็จะทำอะไรไม่ได้ในหลายๆ เรื่อง รวมถึงเปลี่ยนให้เป็น ‘กองทัพมืออาชีพ’ ถ้าไม่แก้นิยามเกี่ยวกับภารกิจกองทัพ ซึ่งได้ขยายออกไปไกลอย่างมาก”
“ที่ตลกคือ เพื่อไทยดูเหมือนจะไม่มีปากเสียง ไม่กล้าตอบโต้ ทั้งที่ควรจับมือต่อสู้ ก็รัฐธรรมนูญจะแก้ได้ด้วย 2 พรรคนี้ (พรรคเพื่อไทยและประชาชน) ต้องจับมือกัน ไม่อย่างนั้นโอกาสที่แก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2570 มันห่างไกลไปเรื่อยๆ”
ระหว่าง 180 วันนี้ ยังมีกฎหมายอื่นที่แก้ไปก่อนได้ เช่น กฎอัยการศึก ให้มาอยู่ในมือรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดการรัฐประหารอีก, แก้ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน กระทั่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน
รศ.ดร.พวงทองขอร้องเพื่อไทย อย่าถอนร่าง ‘แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม’ ถกกันแล้วผลักดัน จึงจะกลายเป็นพลังต่อรองอำนาจเก่า หรือแม้แต่ต่อรองทางรัฐธรรมนูญได้
“แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไร ดูอ่อนแอ ปวกเปียก ยอมจำนน เราจะไม่ได้อะไรเลยจากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา อย่าทำให้อำนาจต่อรองที่ได้จากประชาชนสูญเปล่า ถ้าเพื่อไทยไม่ทำแบบนี้ ประชาชนจะเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าพรรคไม่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เสียงจะกระหึ่มว่าการกำหนดนโยบายต่างๆ อิงกับผลประโยชน์”
“ระยะยาวคุณจะสูญเสียความชอบธรรม และไม่มีหลังพิง” นักรัฐศาสตร์ ม.ดัง ออกโรงเตือนล่วงหน้า
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

