มหามงคล
มีโอกาสร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
และร่วมพิธีทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถือเป็นการร่วมงานมหามงคลส่งท้ายปี
เพราะปีนี้เป็นปีมหามงคล เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
ทั่วประเทศพร้อมใจกันเฉลิมฉลอง ร่วมกันเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย
พิธีทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกครั้งนี้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นำชาวจุฬาฯ เข้าร่วม
สำหรับครุยตาม พ.ร.ก.เสื้อครุยบัณฑิตของจุฬาฯ พ.ศ.2473 นั้นแบ่งเป็น 4 ประเภท
ได้แก่ ครุยบัณฑิตชั้นเอก ครุยบัณฑิตชั้นโท ครุยบัณฑิตชั้นตรี และครุยบัณฑิตพิเศษ หรือครุยพระบรมราชูปถัมภก
ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกนี้ เป็นครุยที่จุฬาฯทูลเกล้าฯถวายพระมหากษัตริย์
ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยฯมาแล้ว 2 พระองค์
หนึ่ง ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
สอง ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอพระบรมราชานุญาตทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยนี้
การทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยฯ เป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
และขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ปกเกล้าปกกระหม่อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสืบต่อไป
หลังเสร็จสิ้นพิธีทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ “รวมใจภักดิ์ เฉลิมทศมจักรีนฤบดินทร์ : มหาดุริยางค์ไทย-สากล”
แบ่งเป็น 6 องก์ แต่ละองก์คัดเลือกนักแสดง นักดนตรี นักร้อง ยอดฝีมือวงดนตรีไทย และวงซิมโฟนี ออร์เคสตรามานำเสนอ
3 องก์แรกใครได้ชมจะหลงใหลกับดนตรีไทย เริ่มจากองก์แรก เพลงโหมโรงเฉลิมวชิรราช องก์ 2 เพลงเชิดนอก บรรเลงระนาดเอก 11 ราง องก์ 3 เพลงชุดเจ้าพระยา : สายน้ำแห่งกาลเวลาและอารยธรรม
ตอนการแสดงหยุดพักครึ่ง ได้ยินเสียงชื่นชมการแสดงทั้ง 3 องก์
ฟังแล้วรู้สึกมีความสุข และภาคภูมิใจแทนนักแสดง นักร้อง นักดนตรี และผู้จัด
จากนั้นเวลาพักครึ่งหมดลง ทุกคนเข้าสู่การแสดงองก์ 4-6 คราวนี้เป็นบทบาทของวงซิมโฟนี ออร์เคสตรา ที่มีผู้เล่นจาก จุฬาฯ กองทัพไทย และตำรวจ
องก์ 4 Triumphal March from Aida ประพันธ์โดย Giuseppe Verdi (ค.ศ.1813-1901) บรรเลงโดยวง Symphony Orchestra จุฬาฯ กองทัพไทย และตำรวจ
อำนวยการเพลงโดย นาวาอากาศโทลิขิต บุญญา
องก์ 5 บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นำเสนอบทเพลงมาร์ช ทั้งมาร์ชราชวัลลภ มาร์ชธงไชยเฉลิมพล และมาร์ชราชนาวิกโยธิน
มีผู้อำนวยการเพลงจากกองทัพบก โดย พันโทเกรียงไกร คงสบาย, ตำรวจโดย พันตำรวจโทกิตติกุล วรรณกิจ และกองทัพเรือโดย นาวาเอกชุมพล วาราชนนท์ สลับกันขึ้นมาควบคุมวง
2 องก์ที่ได้ฟัง กระหึ่มด้วยเครื่องเป่า คึกคักด้วยทำนองมาร์ช ฟังแล้วคึกคักสนุกสนาน
โดยเฉพาะในองก์ 4 ตอนที่ได้ยินเสียงประโคมแตรยาวที่ผู้เป่าแตรยืนอยู่บนบริเวณชั้น 2 ของหอประชุม
ฟังแล้วยิ่งใหญ่ สง่างาม และทรงพลัง
จบท้ายองก์ 6 พระเกียรติยศยิ่งฟ้า มหาวชิราลงกรณ์
เป็นบทเพลงที่ร้องกับวง Symphony Orchestra บทเพลงพระเกียรติยศยิ่งฟ้า มหาวชิราลงกรณ์นี้ ประพันธ์ดนตรีโดย พันเอกสมเกียรติ จุลโอภาส ประพันธ์บทร้องโดย พันเอกกิรชิต คุณาวงศ์ และ พันเอกสมเกียรติ จุลโอภาส
ขับร้องโดย รัดเกล้า อามระดิษ เสาวนิตย์ นวพันธ์ และ กิตตินันท์ ชินสำราญ
จุดเด่นขององก์ 6 คือ เนื้อร้องที่เข้ากับเสียงดนตรี เมื่อฟังความหมายแล้วซาบซึ้ง
ดังนี้…
หยาดฝนหลั่งดั่งเทวัญร่วมสรรสร้าง พรนำทางประสูติกาลสานความหวัง
เพลงบรรเลงปืนใหญ่โหมประโคมดัง เสียงแตรสังข์ยังความสุขทุกดวงใจ
ธ เสด็จจากชั้นฟ้ามหาดุสิต มาสถิตสร้างราษฎร์ทุกสมัย
ทรงเคียงข้างพระชนกนาถนิราศไกล ทั่วถิ่นไทยเพื่อไพร่ฟ้าพ้นอาดูร
คราวิกฤตพิบัติภัยไทยทั้งชาติ ภูวนาถช่วยผ่อนร้ายคลายทุกข์โศก
สืบสานรักษาต่อยอดไปยิ่งไพบูลย์ สุขเพิ่มพูนทรงเพียรสร้างอย่างอดทน
ดั่งวชิระจรัสช่วงบนห้วงฟ้า ดั่งธาราเย็นพร่ากลางไพรสณฑ์
ดั่งจอมบพิตรผู้ปิดทองหลังพระเพื่อปวงชน เต็มเปี่ยมล้นด้วยขันติธรรมล้ำเลิศงาม
พระเกียรติยศยิ่งฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ ถวายพระพรทศทิศสัมฤทธิผล
เจ็ดสิบสองพรรษาทศมราชามหามงคล น้อมไตรรัตน์ดลแด่พระองค์ทรงพระเจริญ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
นฤตย์ เสกธีระ

