
ISAN NEXT เวทีใหญ่ส่งท้ายปี’67
ซูมจุดแข็ง พลิกเศรษฐกิจไทย
เปิดแผนเชื่อมโลก
นับเป็นงานยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2567 สำหรับ ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก ซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ ‘เครือมติชน’ พร้อมด้วยพันธมิตร จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสำคัญที่ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ อีกทั้งขุมทรัพย์ทางอาหาร แหล่งอารยธรรม ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษ จึงมีศักยภาพในการเติบโตหลากหลายด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และยังมีความได้เปรียบเชิงพื้นที่ด้านคมนาคมในอนาคต มีแนวโน้มของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
เช้าตรู่ของศุกร์ที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คลาคล่ำและคึกคักไปด้วยผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนทั่วทุกสารทิศ ที่จับจ้องรอฟังวิสัยทัศน์จาก 8 วิทยากรคนสำคัญ ทั้งภาคเช้า ภาคบ่าย จนถึงภาคเย็นย่ำและค่ำคืนอันเป็นไฮไลต์ นั่นคือการปรากฏตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผลักดันเศรษฐกิจอีสานสู่วันพรุ่งนี้อย่างภาคภูมิ
ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ, ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ, นฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชน, สุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กองบรรณาธิการมติชน, สมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายเทคโนโลยี และจำลอง ดอกปิก ที่ปรึกษากองบรรณาธิการมติชน เป็นต้น
สุวัจน์ เปิดเวทีซูม 5 จุดแข็ง
‘จากนี้ไปเราต้องเลิกรบบนจุดอ่อน’

เปิดเวทีด้วยวาทะ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่กล่าวถึงจุดแข็งอีสาน ได้แก่ 1.การมีประชากรหนึ่งในสามของประเทศ 2.จีดีพี 10% ของประเทศ 3.พืชผลเกษตรอุดมสมบูรณ์ 4.อาหารมีเอกลักษณ์ 5.แหล่งอารยธรรม-โบราณคดี 6.แหล่งท่องเที่ยว7.โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเชื่อมเพื่อนบ้าน 8.ขุมทรัพย์แรงงาน 9.แหล่งผลิตพลังงานทดแทน 10.การเป็นประตูสู่อินโดจีน
สุวัจน์ยืนยันว่า แม้จะเสียเปรียบเรื่องเทคโนโลยี แต่เรามีสิ่งได้เปรียบอยู่ 5 อย่างที่เป็นจุดแข็งของสังคมไทย เรื่องแรก คือ การเป็นประเทศเกษตร วันนี้ประชากรโลกขยายตัวถึง 8 พันล้านคน ต่อไปความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารสูงมาก
เรื่องที่ 2 ไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารป้อนโลก
จุดแข็งที่ 3 คือ ไม่มีใครมีจิตวิญญาณการให้บริการเท่ากับพี่น้องคนไทย
จุดแข็งที่ 4 เราเป็นประเทศท่องเที่ยวของโลก และสุดท้ายเราเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายด้านวัฒนธรรม
“จากนี้ไปเราต้องไม่รบบนจุดอ่อน เราต้องรบบนจุดแข็ง เราต้องหาตัวตนว่าเมืองไทย คนไทย มีพื้นฐานอะไรที่แข็งแกร่ง แล้วสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน และสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชน” สุวัจน์ฝากคำสำคัญทิ้งท้าย
ส่อง ‘มูนมัง’ ลุ้นระเบียงเศรษฐกิจใหม่
‘บริหารซอฟต์พาวเวอร์ คือบริหารเสน่ห์’ ดันท่องเที่ยวปัง!

จากนั้นถึงคิว รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขึ้นบรรยายในหัวข้อ ‘มูนมังอีสาน พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย’ โดยกล่าวถึงมูนมังที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ‘คนอีสาน’ ซึ่งมีใจสู้อดทน ไม่ลืมรากเหง้า ไม่ยอมแพ้ และรักความสนุกสนาน
“ข้อเสนอยกระดับรายได้คนอีสาน คือ 1.เร่งรัดจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.พัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพตามแนว BCG Economy 3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงประวัติศาสตร์ เชิงสุขภาพ 4.พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) 5.นำทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมาใช้ประโยชน์ 6.ยกระดับรายได้ การบริหารรายจ่าย และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน” รศ.ดร.อดิศรกล่าว

ตามด้วยมุมมองของ จินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งมาบรรยายในหัวข้อ ‘อีสาน ทำเลทองอินโดจีน ระเบียงเศรษฐกิจใหม่’ โดยระบุว่า ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสร้างฐานอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ส่งเสริมการลงทุนด้านการเกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพ อาหาร เช่น โปรตีนทางเลือก

ปิดท้ายเวทีภาคเช้า โดย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บรรยายในหัวข้อ ‘การท่องเที่ยวอีสาน ผ่าน Soft Power : จากอัตลักษณ์สู่ความยั่งยืน’ โดยมองว่า เสน่ห์อีสานที่สามารถเชื่อมโลก คือ วิถีแห่งศรัทธา และการชำระล้างจิตใจ เป็นที่ต้องการของทั้งนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวระยะไกล
“เราต้องมีการพัฒนาโครงสร้าง Supply ต้นทุนทางวัฒนธรรมเกี่ยวโยงกับทรัพยากรธรรมชาติ จะไปตอบโจทย์ในส่วนของนักท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวในภาคอีสานคิดเป็นสัดส่วน GDP เพียง 3.3% ในปี 2565 ส่วนปี 2567 ตัวเลขดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจาก Gastronomy (การท่องเที่ยวเชิงอาหาร) หลังจากที่มีการเปิดมิชลิน ไกด์ ในภาคอีสาน” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว ทั้งยังชี้เป้าไฮไลต์ว่า “การบริหารซอฟต์พาวเวอร์คือการบริหารเสน่ห์ โดยการรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มเติมลูกค้าใหม่ ขยายซึ่งความเชื่อมเกี่ยว สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการบริหารออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ คุณจะชนะแน่นอน” ฐาปนีย์ฟันธง
3 รัฐมนตรี ทอล์ก ‘แก้หนี้’
กางแผนอีสานเชื่อมโลก ดึงเกษตรทะยานเกินต้าน

หลังเวทีภาคเช้าจบลงอย่างยิ่งใหญ่ เวทีภาคบ่ายก็จัดเต็มระดับเข้มข้นขั้นสุด กับ Section อนาคตอีสาน อนาคตประเทศไทย ซึ่ง พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติขึ้นบรรยายในหัวข้อ ‘แก้หนี้คนอีสาน’ โดยย้ำว่า รัฐจะแก้หนี้ให้สำเร็จ และเตรียมตัวภาคอีสานให้พร้อมในการสร้างรายได้ใหม่ ทั้งจากไบโอเทคโนโลยีเพื่อภาคเกษตร และโลจิสติกส์เชื่อมจีน-อันดามันสู่โลก
“ประเทศไทยถูกมองจากภายนอกว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม รายได้น้อย แต่เรื่องนี้เป็นอดีต เพราะตอนนี้เป็นโอกาสของประเทศที่ทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ซึ่งเมื่อพูดถึงสินค้าเกษตรทุกคนก็มุ่งมาที่ประเทศไทย ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 7 เท่า ไปจนถึง 1,000 เท่า ตามประเภทสินค้า อาหาร หรือยา ที่มีสารตั้งต้นจากการเกษตร เพราะฉะนั้น เรื่องไบโอเทคเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนจากสินค้าเกษตรไปสู่การทำรายได้มูลค่าสูง” ขุนคลังกล่าว

จากนั้น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บรรยายในหัวข้อ ‘อนาคตประเทศไทย : อีสาน เชื่อมโลก’ โดยเปิดมุมมองการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคอีสานเชื่อมโลก ทั้งรถไฟทางคู่สายใหม่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน พัฒนาเมืองรอบสถานีรถไฟ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายใหม่ แหลมฉบัง-นครราชสีมา ศูนย์เปลี่ยนถ่ายและย่านกองเก็บสินค้านาทา ศูนย์การขนส่งชายแดน นครพนม ท่าเรือบก สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) พัฒนาท่าอากาศยาน
“ภาคอีสานจำเป็นต้องตื่นตัว และมองเห็นทุกโอกาสเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวโอกาสที่จะมาถึงในการรองรับการลงทุนของนักลงทุนและการเดินทางของนักท่องเที่ยว มิฉะนั้นแล้วจะเป็นการปล่อยโอกาสให้ภาคอีสานเป็นเพียงแค่ทางผ่านของความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้” รมว.คมนาคมฝากไว้ให้คิด

จากนั้น ปิดเวทีภาคบ่ายด้วยการบรรยายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในหัวข้อ ‘ดิน น้ำ เส้นเลือดใหญ่เกษตรกรอีสาน’ โดยเผยว่า การพัฒนาผลผลิตภาคการเกษตรภาคอีสานจะเกิดขึ้นได้ด้วย ดินดี น้ำดี บริหารจัดการดี ด้วยโครงการด้านการบริหารจัดการดินและน้ำ 49 โครงการ ในปี 2568 งบประมาณ 688 ล้านบาท
‘กันดารคือสินทรัพย์’ ทักษิณ โชว์วิชั่นอนาคต
มองโอกาสไทย ‘ต้องสร้างคนให้แข็งแกร่ง’

และแล้วก็มาถึงไฮไลต์ อย่าง Special Talks for Isan โดย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีบรรยายพิเศษหัวข้อ ‘อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย’ ใจความสำคัญระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ชาวอีสานยังไว้วางใจ ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำอย่างไรจึงจะพลิกฟื้นอีสานได้
จะว่ายากก็ยาก จะว่าไม่ยากก็ไม่ยาก แต่ปัญหาคือหลังจากวางแนวทางแล้วต้องมีเจ้าภาพในการปฏิบัติ เพราะประเทศไทยไม่ค่อยมีเจ้าภาพ ต่างคนต่างทำ ไม่มีใครรวมพลังของแต่ละภาคส่วนเข้าหากัน
สำหรับความกันดาร อดีตนายกฯทักษิณมองว่า นั่นคือ ‘สินทรัพย์’
“อีสานก่อนหน้านี้กันดาร ความกันดารและยากจนทำให้คนอีสานแข็งแรง เข้มแข็ง เพราะต้องดิ้นรนช่วยตัวเองมาตลอด มีวัฒนธรรมของความเป็นนักสู้… นี่คือข้อดีของความยากลำบาก แต่ลำบากมานานพอแล้ว สิ่งที่คนอีสานมี คือพื้นที่กว้างขวาง ประชากรมากที่สุด วัฒนธรรมเก่าแก่
เราต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับคน เริ่มต้นด้วยสิ่งที่เขามีอยู่แล้ว คือ ซอฟต์พาวเวอร์ วัฒนธรรม ความอดทน แตกแขนงไปตามแต่ละสาขา เช่น ครัวไทยสู่ครัวโลก กีฬา เคยไปออสเตรเลีย ปรากฏว่าเชฟออกมาเป็นแถว เป็นคนอีสานทั้งนั้น
เราต้องเริ่มพัฒนาคน โลกทุกวันนี้สนใจกันเรื่องทักษะ สกิล คิดวิเคราะห์ และสามารถสั่งเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเราให้ได้ ต่อไปนี้คนอีสานต้องผสมผสานเทคโนโลยีเข้าไปสู่ชีวิตประจำวัน โดยอาศัยมหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักสร้างคน เป็นศูนย์ฝึกความชำนาญในแต่ละด้าน” ทักษิณกล่าว
ก่อนร่วมดินเนอร์ ‘สำรับโคราช’ พร้อมดื่มด่ำซอฟต์พาวเวอร์อีสานผ่านการแสดงตระการตา 6 ชุด อาทิ ‘สะออนโคราช ด๊ะดาดรำโทน’, ภูษาศิลป์ถิ่นอีสาน, การบรรเลงโหวด โดย ทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านอีสาน) ประจำปี 2562 ร่วมกับวงโปงลางสายแนนลำตะคอง, เพลงลูกทุ่งหวานหู โดย แพรว รัตนาพร นอสูงเนิน ศิลปิน The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ยกกำลัง 3 ลูกหลานชาวปักธงชัย, สืบสานยุทธศิลป์ แผ่นดินสยาม (มวยไทยร่วมสมัย) นำโดย ‘ปิ่นเพชร’ ยอดมวยไทยหญิง ปิดท้ายด้วยดนตรีสากลผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดย NRRU Contemporary Band มรภ.นครราชสีมา
ปิดจบอย่างสมศักดิ์ศรี ครบมิติเศรษฐกิจ อีกทั้งศาสตร์ ศิลป์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม เน้นย้ำศักยภาพอีสาน โอกาสประเทศไทยในวันพรุ่งนี้
