หน้าแรก ประชาชื่น 1 มกรา กว่าจะ...

1 มกรา กว่าจะ(เป็น)ปีใหม่ ย้อนประดิทิน เปิดราชกิจจาฯ ‘(เพื่อ) ได้ระดับกับนานาอารยประเทศ’

1.01.25 | 11:24 น.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 58 หน้า 31-33 ประกาศให้ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่

วันนี้ปฏิทินบอกวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2568 

ตรงกับวันพุธ 

วันแรกของของคริสต์ศักราช 2025 ในโลกสากล 

มหาศักราช 1947 จุลศักราช 1387 ตามแบบโบราณ 

นักษัตรมะเส็ง 

Advertisement

รัตนโกสินทรศก 244 

เทวะประติทิน พระพุทธศักราช 2462 สร้างตามปฏิทินปรับเทียบของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ สมัย ร.5(ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม)

พระเจดีย์ศรีมหาโพธิพุทธคยา วัดมหาโพธิวิหาร ประเทศอินเดีย คือพระธาตุประจำปี โดยมี พระเจดีย์ศรีมหาโพธิพุทธคยา วัดโพธารามมหาวิหาร หรือวัดเจดีย์เจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ แทนในไทย

แม้วันนี้คนไทยจะคุ้นเคยกับปีใหม่แบบสากล คือ 1 มกราคม ทว่า แท้จริงแล้ว เราไม่เคยกล่าวสวัสดีปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม เพราะปีใหม่เดิมของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออุษาคเนย์คือเดือนอ้าย หลังลอยกระทง 

ต่อมา ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่ พ..2432 เป็นต้นมา แต่ไม่ได้เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลาย

ครั้นหลังอภิวัฒน์สยามเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย มีการประกาศให้มีงานรื่นเริงในวันขึ้นปีใหม่เป็นครั้งแรกเมื่อ พ..2477 ที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก ก่อนกระจายไปยังในต่างจังหวัด

หลังจากนั้นมีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธาน มติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม เริ่มตั้งแต่ พ..2484 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

กล่าวโดยสรุปคือ สมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 8 ปีใหม่คือ 1 เมษายน นับแต่ พ..2432-1 เมษายน 2483 

ก่อนคติปีใหม่เดิมของคนไทย ไม่มีสำนึกเรื่องปีใหม่แบบสากล ทว่า รู้จักการเปลี่ยนปีนักษัตร ตอนขึ้นเดือนอ้าย หลังลอยกระทงเดือน 12 ซึ่งตรงกับปฏิทินสากลราวเดือนพฤศจิกายน รับรู้เรื่องการเปลี่ยนผันจากฤดูกาลต่างๆ ไปสู่อีกฤดู

หลักฐานประจักษ์ชัด คือ พระราชบัญญัติประดิทินพุทธศักราช 2483

พ.ร.บ.ปีประดิทิน พุทธศักราช 2483 กำหนดวันขึ้นปีใหม่เป็น 1 มกราคม เริ่มใน พ.ศ.2484

เปิดราชกิจจาฯเล่ม 58 หน้า 31 

ประกาศให้ใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ 

การประกาศอย่างเป็นทางการให้ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 58 หน้า 31-33 ประกาศเมื่อ 24 ธันวาคม พุทธศักราช 2483 ในสมัยรัชกาลที่ 8 ลงนามสนองพระบรมราชโองการโดยพิบูลสงครามนายกรัฐมนตรี 

ข้อความตอนหนึ่ง ว่า

โดยจารีตประเพณีของไทยแต่โบราณมา ได้ถือวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นการสอดคล้องต้องกับคติแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งถือฤดูเหมันต์เป็นการเริ่มต้นปี ต่อมา จารีต

อันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ ซึ่งใช้วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นวันขึ้นปีใหม่ ครั้นภายหลังเมื่อทางราชการนิยมใช้สุริยคติ จึ่งได้ถือวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นต้นปีมาตั้งแต่พุทธศักราช 2432

แต่ในนานาอารยประเทศทั้งปวง ตลอดถึงประเทศใหญ่ๆ ทางปลายบุรพทิศนี้ ได้นิยมใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นต้นปี การนิยมใช้วันที่ 1 มกราคมนี้มิได้เกี่ยวข้องกับลัทธิศาสนา จารีตประเพณีหรือการเมืองของชาติใด ประเทศใด แต่เป็นการคำนวณโดยวิทยาการทางดาราศาสตร์และนิยมใช้กันมาเป็นเวลากว่าสองพันปี

เมื่อประเทศไทยได้นิยมถือสุริยคติตามอย่างนานาประเทศแล้ว ก็ถือเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นต้นปีเหมือนอย่างประเทศทั้งหลาย เพราะวันที่ 1 มกราคม ก็ใกล้เคียงกับวันแรม 1 ค่ำของไทย และเป็นการใช้ฤดูหนาวเริ่มต้นปี

การใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ จะเป็นการสอดคล้องต้องตามจารีตประเพณีโบราณของไทย ต้องตามคติแห่งพระบวรพุทธศาสนา และได้ระดับกับนานาอารยประเทศทั้งมวล…’

ปฏิทินรูปแบบต่างๆ ในอดีต (ภาพจากนิทรรศการ ‘ศุภฤกษ์เบิกชัย สวัสดีปีใหม่’ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.2566)

จากปฏิทินไทย ถึงคาเลนด้า 

จากดวงจันทร์ถึงสุริยคติ

แม้ปีใหม่แบบสากลจะเพิ่งถูกใช้ในสยามเมื่อ 80 กว่าปีก่อน ในสมัยรัชกาลที่ 8 ทว่าปฏิทินฝรั่งมีการตีพิมพ์ในสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่เป็นแบบฝรั่งพิมพ์ ฝรั่งใช้เอง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 จึงมีการพิมพ์ปฏิทินฝรั่งให้เป็นภาษาไทย จากเดิมที่ใช้เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม เดือนสี่ เดือนห้า ก็ปรับเป็นชื่อเดือนภาษาฝรั่ง อย่าง แจนยูอารี แฟบยูอารี มาร์ช กระทั่งพิมพ์ชื่อเดือน 12 เดือน ในภาษาไทยว่า มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ฯลฯ

สำหรับปีแรกซึ่งรัชกาลที่ 5 ให้ใช้รัตนโกสินทร์ศก 108 ก็ทรงให้ใช้เดือนเรียกแบบฝรั่งที่แปลงแล้ว สำหรับใช้เป็นปฏิทินของราชการด้วย นับแต่นั้นมาปฏิทินแบบฝรั่งก็เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนไทยมากขึ้นตามลำดับ

ปฏิทิน (calendar) ในอดีตอาจเขียนเป็น ประดิทิน ประนินทิน หรือประฏิทิน ซึ่งเป็นระเบียบวิธีการจัดแบ่งช่วงเวลาวัน เดือน ปี ให้เป็นแบบแผน โดยอาศัยวิชาดาราศาสตร์เป็นหลักในการจัดทำ เพื่อประโยชน์สำหรับดูวัน เดือน ปี ในการกำหนดอายุ กำหนดการพิธีต่างๆ และใช้สำหรับระบุในการบันทึกเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์

ปฏิทินไทยเดิมเป็นแบบจันทรคติ ใช้ดวงจันทร์เป็นหลัก เรียกวันเป็น วันข้างขึ้น วันข้างแรม กรมโหรหลวงมีหน้าที่คำนวณ วัน เดือน ปี จัดทำปฏิทินแต่ละปีขึ้นเป็นต้นแบบในสมุดไทยดำ ผู้ใดประสงค์ก็จะขอคัดสำเนาไปใช้ทั้งในส่วนราชการและส่วนตัว ภายหลังจึงมีการจัดพิมพ์ปฏิทินขึ้นบนกระดาษฝรั่ง

การพิมพ์ปฏิทินในเมืองไทยเกิดครั้งแรกเมื่อหมอบรัดเลย์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน จัดพิมพ์หนังสือ Bangkok Calendar, For the year our of Lord ขึ้นในวันที่ 14 มกราคม พ..2385 ปลายรัชกาลที่ 3 โดยพิมพ์เป็นเล่ม มีรายละเอียดวัน เดือน ปี และช่องว่างสำหรับจดบันทึก แต่การพิมพ์ปฏิทินนี้ยังใช้ภาษาอังกฤษ

ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ปฏิทินภาษาไทยขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ..2404 กระทั่งเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ..2416

บัตรอวยพรจากนายรองศัลยวิชัย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรัชกาลที่ 6 ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2464 หรือเมื่อ 104 ปีมาแล้ว

แรกมี ส... ส่งความสุขทั่วสยาม

เริ่มที่ชนชั้นนำ กระจายสู่ราษฎร 

สำหรับการส่งความสุขผ่าน ส... หรือบัตรอำนวยพรปีใหม่ ซึ่งปัจจุบันส่งไลน์ถึงกันได้อย่างรัวๆ อย่างไวๆ ไม่ต้องพึ่งบุรุษไปรษณีย์ เช่น ยุคอะนาล็อก 

ย้อนไปเมื่อกว่าร้อยปีก่อน สยามรับวัฒนธรรมการส่งบัตรอำนวยพรปีใหม่มาจากตะวันตก 

ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช เจ้าของผลงานกรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่งค้นพบการ์ดอวยพรปีใหม่ฉบับแรกของไทยเท่าที่พบในขณะนี้

จากประเทศอังกฤษ โดยเป็น ส... ฉบับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้แก่ กัปตันจอห์น บุช หรือหลวงวิสูตรสาครดิฐ ที่ดูแลกรมเจ้าท่าในขณะนั้น เมื่อ พ..2409 มีลักษณะเป็นกระดาษฝรั่งสีครีม พับครึ่ง เหมือนกระดาษเขียนจดหมาย กว้าง 18 เซนติเมตร ยาว 23 เซนติเมตร ความยาว 4 หน้า ซองกว้าง 8.1 เซนติเมตร ยาว 13.9 เซนติเมตร

การเรียกชื่อเดือนอย่างใหม่ จากอ้าย ยี่ สู่แจนยูอารี และมกราคม

ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างสรรค์ ส...มากขึ้น ทั้งแบบตีพิมพ์และเขียนด้วยลายมือ โดยโปรดให้พระราชทานแด่ขุนนาง ภาพบน ส...เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ รวมถึงพระราชโอรส ครั้นสมัยรัชกาลที่ 6 ยิ่งมีมากขึ้น และได้รับความนิยมต่อมาจนถึงราษฎรทั่วไทย

ตัวอย่างเช่น โคลงให้พรปีใหม่ของพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิโคลงให้พรปีใหม่ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ สภานายกทรงแต่ง

ความตอนหนึ่งว่า

      ศรีศรีสิทธิศกแก้ว            โกสินทร์

ร้อยเศษเก้าปฏิทิน                  ใหม่นี้

เจริญรัตนบุรีพิญ                   โญยิ่ง ยิ่งเทอญ

ไข้ทุกข์ ขุกเข็ญลี้                   หลีกพ้น ไผทไทย

ต่อมา การส่ง ส...กระจายความฮิตสู่ราษฎรชาวสยามสืบมา

แม้เทคโนโลยีก้าวล้ำ แม้เกิดแพลตฟอร์มหลากหลาย แต่ความปรารถนาดีที่มีต่อกันยังไม่เคยเปลี่ยน จาก ส...กระดาษ สู่ ส...อากาศผ่านช่องทาง (ออนไลน์) ที่ล้วนดีต่อใจรับศักราชใหม่ในทุกขวบปี

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร