เปิดทุกฉากที่ประวัติศาสตร์ไทย‘ไม่ให้ซีน’
ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องฯ สู่ปีที่ 9

กําลังขายังดีไม่มีตก แม้วัยจะล่วงเลยสู่เลข 8 แล้วทั้งคู่ สำหรับดูโอรุ่นใหญ่ ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ควงกันทอดน่องท่องเที่ยวไปในแหล่งโบราณคดีทั่วไทยเข้าสู่ปีที่ 9 ในพุทธศักราช 2568 นี้
แม้ตะคริวกินถามหาบ้างเป็นบางเวลา แต่พละกำลังในการเปิดฉากประวัติศาสตร์ที่ถูก ‘กันซีน’ ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นบนไทม์ไลน์ 12 เดือนตลอดปีที่ผ่านมา ออกอากาศ 2 ทุ่มตรงทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูบมติชนทีวี ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร เช่นเคย
เริ่มต้นปีในเดือนมกราคม 2567 ด้วยตอน ‘สุริยเทพ เมืองศรีเทพ โลกแบนสู่โลกกลม’ รับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ขึ้นแท่น ‘มรดกโลก’


ขรรค์ชัย-สุจิตต์ แวะชิมไอติมรูปคนแคระสุดฮิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรมปูนปั้น ‘เขาคลังใน’ แล้วอธิบายว่า เรารับความเชื่อเรื่องสุริยเทพมาจากอินเดีย ในช่วงหลัง พ.ศ.1000 โดยเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่คุมเวลา มีพลังสูงส่ง
ด้าน ขรรค์ชัย ให้ไอเดียว่า นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว รัฐบาลต้องส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียนรู้ความเป็นมาของท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม ส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตร่วมสมัยให้เจริญก้าวหน้า มีรายได้ การศึกษา และความปลอดภัย
จากนั้นเข้าสู่กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ในตอน ‘เฟสติวัลพันปี ศาสนาผี การเมืองของคน’ จูงมือ ทอดน่องอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 2,500 ปี บอกเล่าเรื่องราวของพิธีกรรมความเชื่อที่ปรากฏหลักฐานบนเพิงผา โดยพิธีกรรมที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ คือ ‘ขอฝน’
“พิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์มีในทุกชุมชนเกษตรกรรม และล้วนเกี่ยวข้องกับคน เป็นการเมืองของคนทั้งสิ้น ทั้งเพื่อสร้างบ้านแปลงเมืองให้ใหญ่โต เพื่อผดุงอำนาจชนชั้นนำ” สุจิตต์อธิบาย
ครั้นเข้าสู่เดือนมีนาคม ขรรค์ชัย-สุจิตต์ จัดเต็มในตอน ‘ปลดล็อกประวัติศาสตร์ คนไทย ลูกผสมจากสยาม’ ยืนยัน ไทยแท้ไม่มีจริง กางหลักฐานผ่านโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ
แล้วเยือนบ้านเก่า อย่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ซึ่งเมื่อ 60 ปีก่อนเคยมีสัมมนาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย
“เมื่อ พ.ศ.2507 ผมเป็นนักศึกษา ปี 1 คณะโบราณคดี ในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน มีการจัดสัมมนาเรื่อง บรรพบุรุษคนไทยเป็นใคร ซึ่งเป็นคำถามใหญ่มากในสมัยโน้น การสัมมนาวันนั้น ไม่มีคำตอบ แต่เป็นการอภิปรายถึงปัญหา และนำเสนอข้อมูลหลักฐานต่อสังคม
ประวัติศาสตร์ที่เรียนกันมาอย่างยาวนานเป็นประวัติศาสตร์คลั่งชาติ ก่อเกิดความขัดแย้ง ดังนั้นต้องปลดล็อกแล้วสร้างใหม่
เราถูกหลอกมานานกว่า 100 ปี เรื่องคนไทยแท้ทั้งที่ไม่มีจริง เพราะคนไทยคือลูกผสม เราต้องสร้างนิยามคำว่าคนไทยตามหลักฐานใหม่ อย่างผลการวิจัยดีเอ็นเอจากแหล่งโบราณคดีที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน” สุจิตต์ร่ายยาว
กระทั่งเข้าสู่ฤดูร้อน เมษายน ขรรค์ชัย-สุจิตต์ เช็กอินเกาะรัตนโกสินทร์ ในตอน ‘ศาลหลักเมือง เรื่องผีสางเทวดา’
“ศาลหลักเมือง คือสถานที่สิงสู่ของอำนาจเหนือธรรมชาติที่พิทักษ์หลักการ กฎเกณฑ์ของบ้านเมืองซึ่งสืบเนื่องมานานย้อนหลังเป็นพันปี
ผี เป็นความเชื่อสากล ก่อนมีเทวดา ทั้งโลกเชื่อเรื่องผี ในทางวิชาการ ผี เป็นศาสนาหนึ่ง มีความเก่าแก่ที่สุดในโลก ส่วนเทวดาก็เป็นอำนาจเหนือธรรมชาติ มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต แต่ผีเป็นคำพื้นเมืองตระกูลไท-ไต ในความหมายเดียวกัน ขอให้ยอมรับความจริงอย่างรู้ทัน ไม่งมงาย” สุจิตต์แนะ
ว่าแล้วเปิดปฏิทินต่อไปในเดือนพฤษภาคม ในตอน ‘คางคกยกรบ คันคากหักแถน บั้งไฟขอฝน’ สุดมันส์ นิทานพญาคันคาก ยกทัพรบแถน จุดกำเนิด ‘บุญบั้งไฟ’ ทำไมต้องจุดขึ้นฟ้า ?
“พญาคันคาก เป็นวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก โดยเป็นที่มาของประเพณีการจุดบั้งไฟ คันคาก หรือคางคก เป็นสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ มีความขัดแย้งกับพญาแถนบนฟ้า ซึ่งไม่ยอมปล่อยน้ำให้ตกลงมาเป็นฝนเพื่อให้คนทำนา จึงตัดสินใจยกทัพขึ้นไปรบ” สุจิตต์กล่าวโดยมีพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นฉากหลังสุดอลังการ

จากนั้น เดินทางมาถึงครึ่งปี ปักหมุดเดือนมิถุนายนที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง รวมถึง ‘บ้านยางโป่งสะเดา’ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ถิ่นกำเนิด ‘โกลเด้นบอย’ ประติมากรรมสำริดที่เดินทางกลับถึงไทยหลังถูกลักลอบพาไปทอดน่องยังสหรัฐเมื่อราว 50 ปีก่อน
ขรรค์ชัย-สุจิตต์ จัดหนักในตอน ‘โกลเด้นบอย การเมืองเครือญาติ นครวัด, นครธม-พนมรุ้ง, พิมาย’ โวยประวัติศาสตร์ไทยเมินราชวงศ์มหิธร
“ปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นหลักแหล่งของราชวงศ์มหิธรที่สืบเชื้อสายเป็นกษัตริย์เขมรหลายพระองค์ มีศูนย์กลางอยู่เมืองพิมาย พบหลักฐานในจารึกปราสาทพนมรุ้ง กษัตริย์องค์สำคัญจากราชวงศ์นี้ไปเป็นกษัตริย์เขมร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอย่างน้อย 3 พระองค์” สุจิตต์กล่าว ก่อนย้ำด้วยว่า ไทยไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นที่ราชวงศ์มหิธรไปเป็นกษัตริย์เขมร กระทรวงวัฒนธรรมต้องทำหน้าที่นี้ โดยย่อยข้อมูล และจัดแสดงบนป้ายให้รับทราบความจริงตามหลักฐาน
“ไม่เห็นต้องโกหก เพราะทั่วโลกเขาก็รู้ถ้าศึกษาด้านนี้ เนื่องจากหลักฐานชัดเจน ความจริงตามหลักฐานคือจุดขายการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น ผลพลอยได้คือการศึกษาประวัติศาสตร์ที่ไม่บิดเบือน ไม่อคติ” นายสุจิตต์ชี้เป้า

ถัดมาในเดือนกรกฎาคม ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องกำแพงเมืองโคราช ในตอน ‘นครราชสีมา ต้นทางสยาม ความเป็นไทย’ โดยมี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมคณะ ร่วมรับชม โดยกล่าวขอบคุณมติชนที่ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองโคราชซึ่งเป็นเมืองที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา นอกจากโบราณสถานแล้ว ยังมีอุทยานธรณีโคราชซึ่ง UNESCO รับรองให้เป็นอุทยานธรณีโลก เมื่อปี 2566
“กำแพงเมืองโคราช ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญยิ่ง โดยทางเทศบาลช่วยกันดูแล นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานต่างๆ อีกมากมาย
เราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมและธรรมชาติ เชื่อมโยงเป็นย่านการท่องเที่ยวของประเทศ เป็นแนวทางในการร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนการพัฒนาต่อไป” สุวัจน์กล่าวในวันนั้น
ครั้นเข้าสู่เดือนสิงหาคม ขรรค์ชัย-สุจิตต์ เยี่ยมเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ที่เพิ่งได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกแห่ง โดยมาในชื่อตอนเก๋ๆ ‘ภูพระบาท อุดรธานี เลิฟสตอรี่หินตั้ง’
สุจิตต์เผยว่า เรื่องนางอุสาท้าวบารส ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีต้นตอมาจาก ‘อนิรุทธ์คำฉันท์’ วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น สำหรับภูพระบาท รุ่งเรืองอย่างน้อย 2,000 ปีมาแล้ว
“ภูพระบาทถูกใช้เป็นฉากในเรื่องอุสาบารส แต่วิธีคิดของนักวิชาการไทยไม่ค่อยให้เกียรตินิทานพื้นบ้าน จึงไม่ได้เน้นย้ำ แต่ผมคิดว่าต้องเอาออกมาขายมากๆ ความจริงแล้วครูที่สอนวรรณคดี ต้องมาภูพระบาท” สุจิตต์กวักมือชวน
คิวต่อมา เดือนกันยายน ขรรค์ชัย-สุจิตต์ เปิดชีวิต ‘มหาเถรศรีศรัทธา’ คาใจ ประวัติศาสตร์ไทยไม่ให้ซีน! งานนี้จึงต้องจัดหนักในตอน ‘มหาเถรศรีศรัทธา ศาสนา-การเมือง พิษณุโลก, นครราชสีมา, สุโขทัย’
“มหาเถรศรีศรัทธา เป็นชนชั้นนำ เกิดที่สองแคว โตที่เมืองราด ปัจจุบันคืออำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เคยเป็นขุนศึกออกรบหลายครั้ง แต่งงานมีบุตรธิดา 3 คน ต่อมาปลงอนิจจัง ไปแสวงบุญยังลังกา แล้วกลับมาสุโขทัย
“มหาเถรศรีศรัทธามีบทบาทสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาวสยามและความเป็นไทย โดยเฉพาะเถรวาทแบบลังกา ใช้อักษรไทย ภาษาไทย จารึกบนศิลา โดยเป็นการทำงานเชิงการเมืองผ่านศาสนา ถือบุคคลที่มีความสำคัญแท้จริงต่อต้นทางประวัติศาสตร์ไทย” สุจิตต์ออกโรง
จากนั้น เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเมื่อเดือนตุลาคม มาในตอน ‘วังวรดิศ กรมดำรงฯ ดงมหรสพ สมัยแรกกรุงเทพฯ’ โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ทายาท สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้เกียรตินำชมวังวรดิศในตอนพิเศษด้วย
สุจิตต์กล่าวว่า วังวรดิศ ของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตั้งอยู่บนถนนหลานหลวง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นย่านที่มีชุมชนหลากชาติพันธุ์ตั้งบ้านเรือนประกอบอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะการมหรสพ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้อนรำ ดีดสีตีเป่าตั้งแต่ยุคแรกๆ ของกรุงเทพฯ ศูนย์กลางชุมชนอยู่ที่วัดแค นางเลิ้ง หรือวัดสุนทรธรรมทาน โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแห่งลิเก และสืบมาจนถึงยุคหลัง ครูลิเกคนสำคัญมีนามว่า ดอกดิน ศรีสง่า บ้านอยู่นางเลิ้ง รวมถึงเป็นแหล่งพำนักของ ยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ, ดอกดิน กัญญามาลย์ และมิตร ชัยบัญชา พระเอกชื่อดังในอดีตอีกด้วย
ถัดมาในเดือนพฤศจิกายน ขรรค์ชัย-สุจิตต์ อินเทรนด์ เล่า เกม ออฟ โทรน #แม่หยัว โดยย้ำว่า ‘อย่าเชื่อทุกอย่างในพงศาวดาร’ ปักหมุด พระราชวังโบราณ อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ในตอน ‘ศรีสุดาจันทร์ Game of Thrones ทวงคืนอยุธยา’

สุจิตต์มองว่า ศรีสุดาจันทร์ คือหญิงเหล็กที่ต่อสู้ทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นชาย ทั้งหมดคือเรื่องการทวงคืนอำนาจในอยุธยาเพื่อฟื้นวงศ์รามาธิบดี โดยสู้กับวงศ์สุพรรณ แต่ไม่สำเร็จ เมื่อผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ จึงถูกใส่ร้ายเกินจริงว่าเป็นหญิงคนชั่ว โดยมีข้อหานับไม่ถ้วน ดังนั้น จึงต้องใช้สติมากๆ
“ผมไม่ได้หมายความว่าศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศาบริสุทธิ์ผุดผ่อง แค่อย่าไปเชื่อเต็ม 100% แต่จะไม่เชื่อเลยก็ไม่ได้” สุจิตต์ฝากไว้ให้คิด
ปิดจบเดือนสุดท้ายของปี ในตอน ‘ผีผู้หญิง เจ้าแม่ แผ่อำนาจ’ โดยย้ำว่า เรื่องสำคัญที่อยากให้ทำความเข้าใจคือร่างทรง ซึ่งในอดีต มีความเชื่อว่าผีกับคนติดต่อกันได้แม้อยู่ต่างมิติ ปรากฏในพงศาวดารล้านช้าง ความตอนหนึ่งว่า กาลเมื่อก่อนนั้น ก่อเป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเทียวไปมาหากันบ่ขาด การเข้าทรงสมัยดั้งเดิม เป็นพิธีกรรมรวมหมู่ของคนทั้งชุมชน ขอคำทำนายเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ การทำมาหากิน และรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย
“ร่างทรงสมัยเริ่มแรกเป็นหญิง ซึ่งเป็นบุคคลพิเศษที่มีสายตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์ จึงเป็นใหญ่ในพิธีกรรม มีพลังอำนาจติดต่อสื่อสารได้กับผีฟ้า” สุจิตต์กล่าวพร้อมเปิดเผยภาพ ‘เจ้าแม่โคกพนมดี’ โครงกระดูกผู้หญิงจากแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งประดับด้วยลูกปัดและเครื่องประดับทำจากเปลือกหอยนับแสนชิ้น อายุราว 3,000 ปีมาแล้ว ทั้งยังกล่าวถึงเรื่องราวของ ‘แม่นาค’ ซึ่งมีการเชิญหม้อใส่ ‘ขวัญ’ ไปถ่วงน้ำ ไม่ได้เชิญ ‘ผี’ แม่นาคแต่อย่างใด สะท้อนวิธีคิดคือการเชิญขวัญคืนสู่ครรภ์มารดานั่นเอง
ทั้งหมดนี้คือไฮไลต์ตลอด 12 เดือนในขวบปีที่ 8 เลขอินฟินิตี้ ส่วนปีนี้เลขมงคลปีที่ 9 จะเร้าใจเพียงใด พลาดไม่ได้ทุกพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

