หน้าแรก ประชาชื่น อ่านไม่ออก เข...

อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แถมเสี่ยงภัยไซเบอร์ ถกปัญหา เยาวรุ่นปฐมวัย กทม.แก้อย่างไร?

14.01.25 | 12:15 น.

อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แถมเสี่ยงภัยไซเบอร์ ถกปัญหา เยาวรุ่นปฐมวัย กทม.แก้อย่างไร?

ผ่านพ้นงานวันเด็กแห่งชาติแห่งใจทั่วไทยไปหมาดๆ เมื่อเสาร์ที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯกทม. นาม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดห้องทำงานรับอนาคตของชาติ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

เน้นย้ำว่า ‘เวลา’ คือสิ่งล้ำค่าที่สุด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดห้องทำงานชั้น 32 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม.(ดินแดง) ต้อนรับน้องๆ 100 คน

เปลี่ยนนิสัยให้ดี

ทำทันที ไม่ต้องให้ถาม ‘กี่โมง’

Advertisement

“ชีวิตเราจะดีขึ้นได้เพราะใคร คำตอบคือ ตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดวันเด็กต้องเปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้น

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นคือ นิสัย ทำได้โดยอัตโนมัติ สำคัญยิ่งกว่าของเล่น เงิน และเพื่อน เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่อยู่กับเราตลอดเวลาจึงต้องพัฒนานิสัยที่ดี เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น

อะไรที่ทุกคนมีเท่ากันหมด คำตอบคือ ‘เวลา’ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เวลาให้มีประโยชน์อย่างไร

วันเด็กปีนี้อยากเปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งมีตัวเลือกให้หลายอย่าง เช่นไม่แกล้งเพื่อน อ่านหนังสือทุกวัน แยกขยะ ช่วยเหลือคนอื่น ตั้งใจเรียน เริ่มกินผักและผลไม้ ช่วยพ่อแม่ทำงาน และไม่โกหก” ชัชชาติเอ่ย ก่อนทิ้งท้ายด้วยว่า วันนี้ไม่ได้ให้โอวาท เพราะผู้ว่าฯไม่ใช่ผู้วิเศษ ขอให้ทุกคนคิดถึงความสำคัญของเวลา นิสัย ชีวิตเปลี่ยนได้ด้วยนิสัยดีๆ เริ่มได้ทันทีไม่ต้องให้ครู พ่อแม่ หรือผู้ว่าฯ ถามว่า ‘กี่โมง’

สอดรับคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2568 ที่ว่า ‘ชีวิตเปลี่ยนได้ ด้วยนิสัยดีๆเริ่มเลยทันที ไม่ต้องให้ถามกี่โมง’ อันเป็นวลีฮิตในโลกออนไลน์ที่ผู้ว่าฯ เฉลยที่มา ว่าทุ่มค้นคำฮิตผ่านกูเกิล

ห่วงเด็ก กทม.กว่า 2 หมื่นคน

‘อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้’ ดูแลสุขอนามัยไม่เป็น

สุทธิชัย วีรกุลสุนทร

ย้อนไปก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2568 ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา

สุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ ‘เฮียล้าน’ ส.ก.เขตจอมทอง เสนอญัตติขอให้กทม.พัฒนาคุณภาพของนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม.ให้อ่านออกเขียนได้ และดูแลร่างกายให้มีสุขอนามัยที่ดี

เนื่องจากโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการเรียนการสอน เช่น การจัดหลักสูตรและห้องเรียนดิจิทัล การเปิดสอนหลักสูตรโรงเรียนสองภาษาไทย-อังกฤษ ไทย-จีน การปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น การจัดการศึกษาพิเศษ (เรียนร่วม) การสนับสนุนเทคโนโลยี ฯลฯ

“โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรเดียวกันสำหรับนักเรียนทุกคน แต่เด็กนักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.มีพื้นฐานที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งสถานะ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู การอบรมของผู้ปกครอง ทำให้ยังพบปัญหาเด็กนักเรียนที่อ่านเขียนหนังสือไม่ได้หรืออ่านเขียนได้ไม่เหมาะสมตามช่วงวัย โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีปัญหาด้านการอ่าน 23,015 คน จากเด็ก 173,837 คน”
ส.ก.เขตจอมทองเผย

สุดคึกคัก ที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 2 (ทุ่งครุ) มาในคอนเซ็ปต์ ‘Wonderland ดินแดนสัตว์มหัศจรรย์’

ระหว่างที่เสนอญัตตินั้น เฮียล้านยังนำเสนอสไลด์แสดงผลการทดสอบสำรวจทักษะด้านต่างๆ ที่สำคัญของนักเรียน กทม.ปี 2566 ระบุว่า นักเรียนมีความเสี่ยงประสบภัยทางไซเบอร์ร้อยละ 70 ซึ่งเป็นผลสำรวจของสถาบัน DQ

นักเรียน กทม.อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ร้อยละ 17.88 จากผลการสอบ RT นักเรียนชั้น ป.1 และนักเรียนโปรแกรม 2 ภาษาอยู่ในระดับสตาร์ตเตอร์ร้อยละ 41 จากผลการสอบ CEFR ของนักเรียน ป.6 สองภาษา

ส.ก.จอมทองบอกด้วยว่า บางส่วนพบปัญหาการดูแลร่างกายไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การรักษาความสะอาดของช่องปาก การรักษาความสะอาดศีรษะ เกิดโรคเหาระบาด ฯลฯ ดังนั้น โรงเรียนควรมีการสำรวจและคัดกรองนักเรียนที่มีปัญหาเหล่านี้ และพัฒนาคุณภาพของนักเรียน ด้วยการจัดแผนการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความสามารถ การอ่านออก-เขียนได้

จัดให้มีการเรียนเสริมเพิ่มเติม รวมทั้งดูแลให้นักเรียนมีสุขอนามัยที่ดี เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถและสุขภาพที่พร้อมกับการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ได้รับการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียมกัน

‘เรียนไม่ต่อเนื่อง-ครูขาดแคลน’ คือปัญหา

ยันเร่งพัฒนาปฐมวัย เพิ่มหลักสูตร EF

ศานนท์ หวังสร้างบุญ

เจอญัตตินี้เข้าไป ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม.ที่ดูแลด้านการศึกษา ลุกแจงว่า ทางสำนักการศึกษาได้มุ่งเน้นเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่เนื่องด้วยไม่สามารถเลือกเด็กนักเรียนเข้าเรียนได้

บางครั้งเด็กมากับแรงงาน ทำให้บางคนเมื่อมาเรียนแล้ว 2 ปีหายไปแล้วกลับมาเรียนใหม่ จึงไม่มีความต่อเนื่อง

“เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ขณะนี้ คือให้ครูดูเป็นรายบุคคล และมีแบบประเมินที่เรียกว่า การสรุปผลการอ่านระดับปรับปรุง ซึ่งจะดูเป็นรายบุคคล มีแบบวัดการเขียนจะมีการตรวจทุกปี หากเด็กตก ก็จะมีคลาสหลังเลิกเรียนเพื่อให้ครูได้มีการกวดขันแบบรายบุคคล ซึ่ง กทม.ดำเนินการต่อเนื่องมาในทุกปี”

สภา กทม.เปิดห้องประชุมต้อนรับ น.ร.ในสังกัด กทม. สานฝัน นั่งเก้าอี้ ส.ก.แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้คนกรุงฯ

อย่างไรก็ตาม สำนักการศึกษาจะรายงานให้ทราบว่าขณะนี้มีเด็กเข้าใหม่กี่ราย และอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กี่ราย ซึ่งก็ต้องกวดขันกันต่อไป ปัจจุบันปัญหาหลักคือ บุคลากรครูขาดแคลน ทั้งนี้ หากเราสามารถเติมจำนวนบุคลากรครูได้ครบ และทำได้ตามแนวทางที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดสรรค่าโอทีในการดูแลเด็กเพิ่มเติมให้กับครูด้วย

แต่สิ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและเพิ่มหลักสูตรการอบรม Executive Function (EF) โดยเรียนรู้ใน 3 ทักษะคือทักษะพื้นฐาน ทักษะกำกับตัวเอง และทักษะปฏิบัติ พบว่าเด็กที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรนี้มีพัฒนาการด้านการเรียนดีขึ้น” รองผู้ว่าฯศานนท์อธิบายรัวๆ

ย้ำชัด ปัญหาหน้างานด้านการศึกษาของเยาวชนชาวกรุงฯนั้น มีอยู่จริง แต่ไม่หยุดนิ่งในการหาทางแก้

เมื่อผู้ใหญ่ไม่ยอมแพ้ เด็กๆ ก็ยังมีหวัง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ