กลางวันปิ๊ง กลางคืนปัง
หนังก็มีดู เพลงก็มีฟัง
อีเวนต์อลัง! หนาวนี้ที่กรุงเทพฯ


ปีนี้หนาวนานสมการรอคอย
แม้จะมาพร้อมฝุ่น PM2.5 ที่ภาคส่วนต่างๆ ทั่วไทยพยายามแก้ไขทุกวิถีทาง แต่ชีวิตกลางแจ้งยังต้องดำเนินต่อไป
เฉกเช่นอีเวนต์ปังๆ ตั้งแต่ต้นปีของ กรุงเทพมหานครที่ #ทีมชัชชาติ สร้างสรรค์สุดพลัง
นำโดย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ วัยหนุ่มผู้ประสานสิบทิศ จัดเต็มกิจกรรมที่ชวนให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิต ทั้งกลางวันอันสดใส และกลางคืนอันเปี่ยมเสน่ห์ชวนให้ค้นหา
ชูโรงด้วย กรุงเทพกลางแปลง ที่จัดมาแล้วเป็นปีที่ 3 เขย่าลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ด้วยภาพยนตร์หลากรส ปฐมฤกษ์เบิกโรงด้วย ‘สัปเหร่อ’ หนังไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในหลากหลายด้าน ตามด้วยโปรแกรมอีกมากมาย โดยเป็นหนึ่งในนโยบาย 12 เดือน 12 เทศกาล ของกรุงเทพมหานคร และยังร่วมแจมเทศกาล Colorful Bangkok 2024 ทุกเสาร์-อาทิตย์ 3 สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม ใน 3 พิกัด ได้แก่ ลานคนเมือง คลองผดุงกรุงเกษม-หัวลำโพง และสวนลุมพินี
“สำหรับเทศกาลกรุงเทพกลางแปลง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เราจัด อยากบอกว่าไม่ต้องขอบคุณกรุงเทพมหานครเลย เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ของพวกเราทุกคน เพราะชื่อลานคนเมือง บ่งบอกอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นของพวกเรา และพื้นที่ทุกแห่งใน กทม. หากเปิดให้ฉายหนังกลางแปลงได้ก็จะทำ เพราะอยากให้ทุกคนได้มาใช้ประโยชน์
หนังกลางแปลงเองเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาช้านาน ซึ่งก็หายไปช่วงหนึ่งเพราะเกิดโรงภาพยนตร์ขึ้นมา แต่หนังกลางแปลงเองเป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เป็นความบันเทิงที่จับต้องได้ทั้งครอบครัวโดยที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายราคาแพง และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ร้านต่างๆ ในพื้นที่มาค้าขายได้” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวในวันตัดริบบิ้นเปิดม่าน เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังเผยว่า ปีนี้มีความพิเศษ เพราะได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เชื่อว่าอนาคตหนังกลางแปลงจะเติบโตขยายใหญ่ขึ้น จัดในชุมชนต่างๆ ถือเป็นการฟื้นคืนชีพหนังกลางแปลง และได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งประชาชนและอุตสาหกรรมภาพยนตร์
สำหรับผู้ร่วมชนหมัดจัดงานครั้งนี้ มีรายนามยาวเหยียด ได้แก่ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, Thailand Creative Content Agency (THACCA) และกรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจัดงานโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยความร่วมมือจากภาคเอกชน อาทิ Happening, พรชีวา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, Autopilot Entertainment, Play United Verse-XItur พันธุ์ทาง อาร์ตเวิร์ค เป็นต้น
“ขอบคุณ THACCA กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับงบประมาณสนับสนุนงานกรุงเทพกลางแปลง สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ และภาคีทั้งหมด กทม. เป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนเล็กๆ ที่ช่วยทำให้สถานที่สวยๆ ของเมืองเราไปเฉิดฉายในเวทีประเทศและระดับโลก” ผู้ว่าฯกทม.ทิ้งท้าย ท่ามกลางประชาชนที่เกาะขอบจอ รวมถึง นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ
สำหรับสัปดาห์แรกของเทศกาลกรุงเทพกลางแปลง ณ ลานคนเมือง เมื่อ 4-5 มกราคม ฉายภาพยนตร์ไปแล้ว 2 เรื่อง 2 อรรถรส ได้แก่ สัปเหร่อ ซึ่งมีรายได้สูงสุดในปี 2566 คว้ารางวัลมามากมาย โดยได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย ส่วน ทวิภพ นับเป็นภาพยนตร์พีเรียด-โมเดิร์น เรื่องแรกๆ ของไทย โดยมีฉากเล่าเรื่องอยู่ในเมืองเก่า วัด วัง แม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ซึ่งงานนี้เลือกเวอร์ชั่นหาชมยากมาฉายให้กระจ่างตา นั่นคือ Director’s Cut ของ สุรพงษ์ พินิจค้า ที่ไม่ได้ฉายโรง
ส่วนสัปดาห์ล่าสุด เมื่อ 11-12 มกราคม กางจอเบิ้มๆ ฉาย Sea Sparkle และ RedLife ในย่าน คลองผดุงกรุงเกษม หัวลำโพง

ขณะที่สุดสัปดาห์นี้ เสาร์-อาทิตย์ที่ 18-19 มกราคม ที่กำลังจะมาถึง เตรียมปักหมุดไปยัง สวนลุมพินี รอรับชม ดอยบอย และ ทะเลของฉันมีคลื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง
ขีดเส้นใต้ไว้ว่า ในงานนี้ไม่ได้มีแค่ฉายหนัง หากแต่ยังมีกิจกรรมมากมายให้เข้าร่วมฟีลจอยๆ อาทิ การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย การพูดคุยกับนักแสดงและทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์ ตลาดนัดคนกองถ่าย รวมถึงการฉายภาพยนตร์สั้น และชิมช้อปร้านอร่อย ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ก่อนภาพยนตร์ฉายปังๆ 19.00 น. ตรงเป๊ะ


จากงานภาคกลางคืน แบ่งภาคมาสัมผัสความสดใสในยามเย็น ต่อเนื่องช่วงค่ำที่ชวนให้ดื่มด่ำบรรยากาศรื่นรมย์ กับ ‘เทศกาลดนตรีในสวน ครั้งที่ 32 Concert in the Park No. 32’ ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ทุกวันอาทิตย์ 17.30 น. ยิงยาวถึง 2 มีนาคม ชมฟรี ฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสัมผัสความสุนทรีย์กับวง รอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) ตลอดเทศกาล
โดยเมื่อ 12 มกราคมที่ผ่านมา ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดงานพร้อมชิลล์ไปกับความไพเราะของสุ้มเสียงสำเนียงดนตรีอันเป็นความงามระดับสากล ภายใต้การอำนวยเพลงของ ดร.วานิช โปตะวนิช พร้อมด้วยนักร้องรับเชิญ ศรัณย์ คุ้งบรรพต และ Chattara
โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และ ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมพิธีเปิดงานด้วย
รองผู้ว่าฯศานนท์ ย้อนที่มาของเทศกาลดนตรีในสวนซึ่งมีขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ.2536 โดยกรุงเทพมหานครร่วมกับมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความสนับสนุนของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบี.กริมกรุ๊ป จัดการแสดงมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 32 ปี นับเป็นเทศกาลสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้คนในเมืองได้เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับส่วนการแสดงที่จัดขึ้นในสวนสาธารณะ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนสมเด็จย่าฯ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ โดยได้รับการยกย่องในฐานะโครงการที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและวัฒนธรรมดนตรีในสังคมเมือง
ถือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ไม่ควรพลาด โดยติดตามรายละเอียดกิจกรรมและความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

