หน้าแรก ประชาชื่น เมื่อ‘ดอยบอย’...

เมื่อ‘ดอยบอย’เช็กอินสวนลุมฯ กลางแปลงกลางกรุง มหานครที่โอบรับความ‘ชายขอบ’

25.01.25 | 15:20 น.

เมื่อ‘ดอยบอย’เช็กอินสวนลุมฯกลางแปลงกลางกรุง มหานครที่โอบรับความ‘ชายขอบ’

นาทีประวัติศาสตร์ ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในศตวรรษที่ 21

23 มกราคมปีนี้ ไม่ต่างจาก ‘วันประกาศอิสรภาพ’ ของชาว LGBTQ+ ‘คู่รัก’ ที่มีความแตกต่างหลากหลายทางเพศ ประกาศเจตจำนงในการครองชีวิตคู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความรักแบบโจ่งแจ้งไร้พรมแดนที่แบ่งกั้นทางเพศสภาพ

หลังเฝ้ารอวันนี้มาเนิ่นนาน ใกล้เข้าสู่เทศกาลวาเลนไทน์พอดิบพอดี มาได้ทันจังหวะเวลาอย่างกับรู้ใจ ข้ามพ้นเที่ยงคืน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ (22 มกราคม 2568) ที่ว่าการอำเภอและสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วไทย เปิดประตูเวลคัม ให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกันอย่างชื่นมื่นอบอวลไปด้วยความรัก

Advertisement

ไม่ได้ปลดล็อกแค่เรื่องหัวใจ แต่ยังคลายมายด์เซตของสังคมไปได้หนึ่งเปลาะ ลดความว้าวุ่นทางความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะลงหลักปักฐาน จัดการสินทรัพย์ มีบุตรบุญธรรม ทำธุรกิจ ซื้อบ้านหรือกู้ร่วมใดๆ ก็มีสิทธิทำได้ฉันสามีภรรยา ไม่ถูกกีดกันอีกต่อไป

นอกจากภาพลักษณ์เชิงบวกทางวัฒนธรรม แรงดึงดูดผ่านความเป็นเมืองหลวงซีรีส์วาย หรือเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจ Pride Month ที่เหล่าผู้มีความหลากหลายทางเพศทำถึงกันมาตลอด ต้องยอมรับว่า ‘สถานบันเทิง’ แดร็กควีน หรือแม้แต่ Sex Workers ล้วนเป็นหนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดขั้วใหญ่ ที่ส่งให้แบงค็อก ถูกจัดอยู่ในอันดับรอง 1 เมืองที่ดีที่สุดของโลก (จากการจัดอันดับโดย Time Out) แซงมหานครนิวยอร์ก

จากส่วนผสมที่กลมกล่อมของความเฟรนด์ลี่ที่มีในผู้คน อาหาร บริการสถานรื่นรมย์ ไนต์ไลฟ์ที่ม่วนจอยในสายตานักท่องเที่ยว

(จากซ้าย) เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ และ อัด-อวัช รัตนปิณฑะ

‘ดอยบอย’ กลางสวนลุมฯ

ฉลองความภาคภูมิ ของเพศหลากหลาย

เพื่อฉลองความภาคภูมิใจครั้งใหญ่ของเพศหลากหลายในไทย

สัปดาห์สุดท้าย (18-19 ม.ค.) ของเทศกาล กรุงเทพกลางแปลง อันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Colorful Bangkok และนโยบาย 12 เทศกาล 12 เดือน ที่มีปลายทางคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและอุตสาหกรรมบันเทิง

จึงจัดโปรแกรมฉายหนังเพื่อเป็นการร่วมเซเลเบรท

วันเสาร์ สาดแสงบนจอด้วย ดอยบอย ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องชีวิตไร้ทางเลือกของหนุ่มชายขอบที่ค้าบริการ ชีวิตที่ถูกบังคับให้เลือกอย่างไม่มีทางเลือก ต่อด้วยวันอาทิตย์ กับเรื่อง ทะเลของฉันมีคลื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง สื่อสารประเด็นความรักของ ญ-ญ ชาวมุสลิม ซึ่งคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ซึ่งยังเป็นการเลือกภาพยนตร์มาฉายได้สอดรับกับเทศกาล “สมรสเท่าเทียม”

จบไปอย่างตราตรึงใจ ชาวกรุงร่วมกางเสื่อ มุงจออย่างล้นหลาม ที่ว่างถูกเติมเต็มด้วยผู้ชมล้นสวนลุมพินี

“ใครจะคิดว่าจะได้มาดูหนังกลางแปลงที่สวนกลางเมือง รายรอบด้วยวิวมูลค่าหมื่นล้านของตึกสูงโดยรอบ และยังฉายหนังที่มีเรื่องราว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจครั้งใหญ่ของเพศหลากหลายในไทย”

เสียงความภาคภูมิจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้แวะไปส่องบรรยากาศในวันสุดท้าย

ด้าน เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ปลื้มใจในมิติใหม่ของกรุงเทพกลางแปลงครั้งนี้ คือการร่วมขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการเชิญชวนให้คนมางานร่วมลดขยะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยนำภาชนะอาหาร เครื่องดื่ม มาใส่ภายในงานแบบไม่สร้างขยะ และยังได้รับการสนับสนุนจาก ECOCREW มีบริการภาชนะให้ยืมฟรี แลกเงินคืนได้ 10 บาท

“ในคืนเดียวของงานที่มีผู้เข้าร่วมหลักพัน ลดขยะภาชนะพลาสติกได้กว่า 3,500 ชิ้น” จากความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะขยายแรงกระเพื่อมไปยังอีเวนต์อื่นๆ ต่อไป

ผู้ชมล้นสวนลุมพินี บรรยากาศ ‘กรุงเทพกลางแปลง’ ครั้งที่ 3 จากความร่วมแรงของหลายภาคส่วน ทั้ง กทม., สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, THACCA ภายใต้การสนับสนุนนโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตลอดจนพันธมิตรภาคเอกชน

กดทับ-อับจนโอกาส สู้เพื่อชีวิตที่เลือกได้

ก่อน ‘ดอยบอย’ ฉากแรกจะเริ่มฉาย

นักแสดงล้อมวงเล่าอินไซต์ของหนัง สะท้อนถึงอาการ ‘กดทับ’ สารพัดด้าน ที่มีอยู่จริงในสังคม

“ตั้งแต่เกิดโปรเจ็กต์ ‘ดอยบอย’ ขึ้นมา ผมไม่ต้องเล่นก็ได้ แค่มันเกิดขึ้นเราก็ดีใจมากๆ แล้ว พอเรามีโอกาสที่ได้เล่นจริงๆ มันเป็นของขวัญที่เรารู้สึกขอบคุณ ได้ใช้ทักษะที่มีอันน้อยนิดในวิชาชีพ พูดเพื่อคนอื่นจริงๆ”

เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ สวมบทเป็น ‘วุฒิ’ หนุ่มนักกิจกรรมทางการเมืองวัย 22 ที่ตกเป็นเป้าหมายของ ‘จิ’ (ตำรวจ) ในการไล่ล่าเพื่ออุ้มหาย

“ผมอาจจะโชคดีกว่าวุฒิมากๆ ตรงที่มีทางเลือกเยอะกว่า ในขณะที่ วุฒิ ทางเลือกเขาเหลือแค่ ‘ต้องสู้ยิบตา’ สู้จนตัวตายเท่านั้น”

เอม พยายามถอดความเป็นตัวเองทิ้งไป แล้วมองว่าตัวละครต้องการอะไร ชวนให้นึกถึงเรื่อง ‘วัยหนุ่ม’ ที่ล่าสุดกวาดรายได้ทะลุ 100 ล้าน ก็มีความเกี่ยวพ่วงในแง่ความเป็น LGBTQ+ อำนาจปิตาธิปไตยหรือใดๆ ที่กระทำ ‘ฟลุ๊ค’ ในคุก ซึ่งก็น่าตั้งคำถาม

“สิ่งที่เขาต้องการคือความเข้าใจ ยิ่งมากยิ่งดี ผมรู้สึกว่า ‘วุฒิ’ กับ ‘ฟลุ๊ค’ (LGBTQ ในวัยหนุ่ม) เขากล้าหาญ และมีวิธีการต่อสู้คนละแบบ

“บางทีเราลืมไปว่า โอกาสในการได้เลือกมันเป็น ‘พรีวิเลจ’ อย่างหนึ่ง เรามีฝันกันคนละแบบ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเลือกได้ บางคนพยายามกระเสือกกระสน เคยเลือกในชอยส์ที่ผิดมาก่อน บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องเลือกอะไร รักหรือชอบอะไร สิ่งที่จะได้กลับไปคือ เราจะมีกำลังใจในการสู้ต่อ เพื่อที่เราจะมีสิทธิในการเลือกจริงๆ เสียที” เอมเผย

สำหรับ อัด-อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดงดาวรุ่งจากเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ที่ล่าสุดได้รับเลือกเป็น Berlinale Talents 2025 ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน

รับบทเป็น ‘ศร’ ชาวไทใหญ่ ที่หลบเข้ามาทำงานในไทย เป็นมาแล้วทั้งก่อสร้าง เด็กเสิร์ฟ ก่อนเข้าสู่เส้นทางสายบาร์เกย์ ผ่านทางนายหน้า ถูก ‘จิ’ ว่าจ้างให้รับงานเป็นไกด์เพื่อเอาตัว วุฒิ’ ไปซ่อนไว้ฝั่งเมียนมา

“เขาบอกต่อๆ กันมา ว่างานนี้มันดี ผมก็เลยลองมาทำดู” ศร บอกกับจิ ที่มาซื้อบริการนวดที่บาร์เกย์

เขาเอาเงินก้อนแรกที่ได้จากงานนี้ ไปซื้อรองเท้าเพราะโดนเพื่อนล้อ ต้องพยายามทำตัวให้เหมือนคนไทยที่สุด ถ้าแต่งตัวดูบ้านนอก จะถูกขอดูบัตร

“ผมนี่กลัวตำรวจมากเลยพี่ แ-่งชอบไถ” หลัง ‘ศร’ พูดจบ ก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเกรียวกราวจากผู้ชม

สำหรับ อัด ‘ดอยบอย’ ก็เป็นเหมือนบันทึกชาติพันธุ์ชาวไทใหญ่ ทำให้เห็นชีวิตที่ถูกกดทับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

“แต่สิ่งที่มันเมจิกกว่า คือการเข้าไปสัมผัสความรู้สึกของการถูกมองโดยสายตาของคนที่มาซื้อบริการ หรือแม้แต่การ Treat พอถูกมองเป็นคนชายขอบปุ๊บ มันเป็นอีกสายตานึง กลายเป็นมิติซับซ้อนที่ต้องถอดออกมาให้ได้ ให้ ‘ไม่มีความรู้สึก’

เราจะทำหน้าที่ในการเป็นนักแสดงของเรา ในการพูดเรื่องนี้เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ Sex Worker ได้อย่างไรบ้าง หลังจากที่เราได้เป็น ‘ศร’” อัด ทำการบ้านหนักถึงขนาดไปรีเสิร์ชว่าจะถ่ายทอดสดตัวละครนี้อย่างไรดี ให้มีแววตาที่ใสซื่อ

แต่เมื่อได้ฟังตัวแทนจากฝั่งรัฐบาลแล้วถึงกับลั่น ว่าชีวิตของศรน่าจะดีขึ้นแน่ๆ

“จะได้เห็นอีกด้านที่ไม่เคยได้เห็น มันยังเป็นเรื่องของอำนาจที่มันกดทับลงมาอีก เพราะจะมีพาร์ตของวุฒิ หรือแม้แต่ จิ ที่มีอำนาจด้านบนกดทับอยู่ สุดท้ายเราจะเควชชั่นว่าสิ่งนี้มันกดทับเราอยู่ในชีวิตประจำด้วยหรือเปล่า” อัด ทิ้งท้ายได้อย่างน่าติดตาม

กทม.รณรงค์คัดแยก และลดการใช้ขยะ ด้วยบริการภาชนะยืมฟรี โดย ECOCREW

แรงงานในมุมอับ คือฟันเฟืองรันเมือง

สัญชาติต้องมา-สวัสดิการต้องมี

ในฝั่งของ นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับภาพยนตร์ดอยบอย วางฟังก์ชั่นที่อยากสื่อสารจากทั้ง 3 ตัวละคร คือการถูกกดทับให้ไม่มีทางออก ด้วยระบบโครงสร้างของสังคมไทย แต่อยู่ในจุดที่ต่างกัน

“‘ศร’ อยู่ระดับชนชั้นล่างที่สุด ‘วุฒิ’ คือชนชั้นกลางทั่วไป ส่วน ‘จิ’ อยู่ในฐานะคนฝั่งปกครอง ทางโครงสร้าง ทุกคนต่างต้องมาเจอกัน มาแก้ปัญหาในหนทางที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนเลือก ได้รับความกดดันที่ต่างกันออกไป และพยายามหาทางจะหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้”

นนทวัฒน์เน้นย้ำอีกเสียงว่า แรงงานข้ามชาติ และ เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ ต้องให้สัญชาติ ให้สวัสดิการ

ทั้งที่ควรซัพพอร์ต แต่ยังเห็นคอมเมนต์ที่ยังมีชุดความคิดผลักเขาออกไป มองไม่ใช่คน ไม่เห็นความจำเป็นของการมีอยู่ในประเทศ

“ถ้าไปดูการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ถ้าขาดพวกเขา ถึงขั้นพังทลายลงมาได้เลย เป็นฟันเฟืองหนึ่งที่สำคัญ เพราะหลายงาน เป็นสิ่งที่คนไทยไม่ทำ

“มันมีช่วงหนึ่ง ที่มีนโยบายรัฐเกิดขึ้น ทำให้วันรุ่งขึ้นทำให้คนเหล่านี้แห่กลับบ้านเกิด ปรากฏว่าเศรษฐกิจชะงักขึ้นมาเลย เพราะไม่มีแรงงานที่จะรัน ดังนั้นต้องซัพพอร์ต ให้สวัสดิการ ถ้าเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มันจะส่งผลดีกลับมาถึงคนไทยด้วย”

นนทวัฒน์เปิดเหตุผลของการมี ‘ดอยบอย’ ที่อยากให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลของการมีอยู่ และเข้ามาของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือแม้แต่คนชายขอบ

นนทวัฒน์ นำเบญจพล

มูฟเมนต์ใหญ่ วัฒนธรรมไทยที่โอบรับ

ปลดล็อก พ.ร.บ.-เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ถูกกฎหมาย

“ประชากรชาติพันธุ์ในไทย มีอยู่เยอะมาก จากข้อมูลตอนนี้มีกว่า 420,000 ราย
ซึ่งยังรวมคนวัย 60 ปีขึ้นไปที่ยังทำงานอยู่ด้วย”

ดร.ธีราภา ไพโรหกุล หรือ ดร.ข้าว รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พรรคเพื่อไทย สะท้อนภาพ เมื่อได้เห็น ‘ศร’ ตัวละครที่เป็นเซ็นเตอร์ สะท้อนความอึดอัดของผู้ที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ

“ลองจินตนาการภาพว่า นอกจากเขาเข้าไม่ถึงสิทธิ ชีวิตเขาน่าจะยากลำบากมาก และมีปริมาณค่อนข้างเยอะ คงต้องใช้เวลาสำรวจเพิ่มเติม แต่ทางรัฐบาลพยายามให้ความสำคัญกับปัญหานี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”

ถามถึงแผนในการรับมือ? ในฐานะภาครัฐ บอกตรงๆ ว่าหากหวังการแก้ไข พ.ร.บ.อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ทว่า ล่าสุด 29 ตุลาคม 2567 ก็มีมติ ครม.ออกมาแล้ว เป็นเรื่องการแก้ไขหลักเกณฑ์ เพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาสถานะทางสัญชาติ

“เป็นตัวเลขที่น่าตกใจเหมือนกัน 30 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามจัดการปัญหาทางสัญชาติ ซึ่งยังตกค้างอยู่ 483,000 คน ใน 1 วันให้สัญชาติได้แค่ประมาณ 40 คน ต้องใช้เวลาถึง 44 ปี ดังนั้น มติที่ออกมา เราสามารถให้สัญชาติได้ทันที”

สิ่งที่จะได้รับมันคือ ‘สิทธิพึงมี’ ทั้งการทำงานอย่างถูกกฎหมาย เข้าถึงการศึกษา รักษาพยาบาล เปิดบัญชีธนาคาร ที่ผ่านมาเขาไม่ได้รับ” ตัวแทนรัฐบาล เผยมูฟเมนต์แรกที่จะทำให้คนกว่า 4 แสน ได้เข้าถึงสิทธิที่ควรได้

ส่วน พ.ร.บ.สัญชาติ เกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะค่อยๆ ปลดล็อกต่อไป ซึ่งเรายังมีปัญหาในมิติประชากรที่ลดลงด้วย

“ในอนาคตเราจะขาดแรงงาน แต่จริงๆ คนเหล่านี้มีศักยภาพ เขาสามารถ Contribute ให้กับเศรษฐกิจให้เราได้มหาศาล ดังนั้น เขาต้องไม่ถูกละเลย มันจะช่วยปลดล็อกศักยภาพ”

“ตัว ‘วัฒนธรรมไทย’ มันควรจะโอบรับความหลากหลาย มีทั้งทางเพศ ทางชาติพันธุ์ คือจุดยืนของรัฐบาลที่อยากให้ยึดหลักตรงนี้ไว้ เพราะมันคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับ”

ในส่วนของเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ (Sex worker) ที่สื่อผ่านดอยบอย จะมีมูฟเมนต์
ต่อไปแบบใดนั้น?

ดร.ข้าวเล่าว่า การที่ยังใช้ พ.ร.บ.เดิม (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539) ทำให้ถูกตีตราว่าผิดกฎหมาย ปัญหาที่เจอเยอะมาก คือตำรวจมาขูดรีดเงิน

“ต้องยกเครดิตให้นายกเศรษฐา ทวีสิน ที่ผลักดันเรื่องเหล่านี้จนต่อเนื่องมาถึงนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ในปัจจุบัน ตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ ซึ่งในมาตรา 2 เขียนไว้ชัดเจนว่าจะยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับปี 2539 ซึ่งเป็นการทำ Decriminalize ทำให้ไม่เป็นอาชีพที่ผิดกฎหมายอีกต่อไป

คือก้าวสำคัญ และเราคุยกับภาคประชาสังคมอยู่ตลอด ทำงานร่วมกับกระทรวง พม. ตอนอยู่ในขั้นตอน Final Stage ของการดราฟต์กฎหมายแล้ว และพยายามให้สำเร็จในรัฐบาลนี้” เป็นข่าวดีที่ใกล้จะได้รับการคอนเฟิร์ม

ให้คะแนนดอยบอย เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นปัญหาในสังคมอย่างแท้จริงๆ ซึ่งในฐานะภาครัฐเอง จะรับฟังและนำมาปรับปรุงนโยบายให้สอดรับกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

“การที่เราทรีตคน ในฐานะที่เป็นคนเหมือนกันจริงๆ” คือคีย์เมสเสจที่สำคัญที่ ดร.ข้าวมองเห็น

“สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดัน ไม่ว่าจะ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งเราได้รับการชื่นชมจากสหประชาชาติ (UN) เป็นอย่างมาก รวมถึงการที่มีหนังสะท้อนปัญหาสังคม และเป็นแรงกระตุ้นให้เราเดินไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

อธิษฐาน จันทร์กลม