The Lost Human หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์

29.01.25 | 13:49 น.

ขึ้นแท่นอีกเล่มคุณภาพจากปลายปากกานักเขียนสารคดีชื่อดังระดับแนวหน้าของไทย อย่าง วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ สำหรับ The Lost Human หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ซึ่งตามมาติดๆ จาก ‘The Lost Forest ประวัติศาสตร์ (การทำลาย) สิ่งแวดล้อมไทยและสงครามแย่งชิงทรัพยากร’ เมื่อต้นปี 2567

ร้อยเรียงเรื่องราวด้วยเจตนาสำคัญของผู้เขียนให้เป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยว่าปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ในรอบ 100 กว่าปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่แทบจะสายเกินแก้ และกำลังค่อยๆ อุบัติขึ้นจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติอย่างรวดเร็วและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมซึ่งหากมนุษย์ไม่ยอมปรับตัวอย่างจริงจังเพื่อรับมือวิกฤตการณ์เหล่านี้ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์เคยคาดการณ์และพยากรณ์ได้จะค่อยๆ กลับตาลปัตรแปรปรวนไปอย่างหนักทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนไม่อาจคาดเดาใดๆ ได้ โอกาสที่มนุษย์จะอยู่รอดต่อไปก็ดูจะห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ขณะที่หน่วยงานและองค์กรขนาดน้อยใหญ่ ตลอดจนผู้นำทั่วโลกพยายามหาทางออกและข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างแข็งขัน

ในตอนหนึ่งของคำนำโดยผู้เขียน ระบุว่า

“ในฟากของเอกชนต่างก็กำลังพูดถึงการลงทุนที่มุ่งเน้น ESG (Environmental Social and Governance) ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน

Advertisement

“ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็มีโอกาสเดินทางไปตามชุมชนที่ห่างไกลทั่วประเทศและพบว่าชุมชนและกลุ่มชาวบ้านเล็กๆ

หลายแห่งริเริ่มทำสิ่งที่เป็น ESG ในแบบฉบับของชาวบ้าน เพื่อรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตัวเองมายาวนาน ซึ่งชุมชนหลายแห่งสามารถอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ขัดสน เพราะพวกเขามุ่งดูแลรักษาธรรมชาติเป็นหลักสำคัญด้วยความร่วมมือจากคนในชุมชนและความเชื่อว่าหากไม่ดูแลธรรมชาติก่อน พวกเขาก็จะไม่มีกิน แต่หากดูแลธรรมชาติได้ดีแล้ว จะส่งผลไปสู่ด้านอื่นๆ พวกเขาเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่ายังมีมนุษย์ตัวเล็กๆ อีกจำนวนมากที่มีความตั้งใจและลงมือทำอย่างแข็งขันเพื่อช่วยกันกอบกู้โลกอย่างจริงจัง

“ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้อาจะพอมีคำตอบให้ผู้อ่านรับรู้ว่ายังคงมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่เสมอ ความหวังเพื่อการอยู่รอดของมนุษย์ยังมี เพียงแต่เราพร้อมจะยอมรับและปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงหรือไม่”

ตอนหนึ่งที่เชื่อว่าอยู่ในความสนใจของผู้คนในยุคนี้ คือ การตายอย่างน่าเศร้าของพะยูน ในห้วงเวลาที่เสี่ยงสูญพันธุ์จากประเทศไทยตลอดกาล

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเลเขตอบอุ่น เป็นสัตว์น้ำชนิดแรกที่ได้รับการกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ปัจจุบัน พะยูนในประเทศไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งมีไม่ถึง 300 ตัว

ปี 2567 ที่ผ่านมา เป็นปีที่พะยูนตายไปเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนธันวาคมมีพะยูนตายไป 48 ตัว และหากรวมกับที่ตายไปก่อนปี 2567 ก็มีมากถึง 83 ตัว

ถามว่าอะไรฆ่าพะยูน?

เราน่าจะจำกันได้ดีว่า ในช่วงหน้าแล้งของปี 2567 ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงกว่าปีที่ผ่านมามาก เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 44.6-44.9 องศาเซลเซียส ความร้อนจัดทำให้น้ำทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันร้อนสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส จนเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สำหรับพะยูน อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลโดยตรงกับชีวิตของพวกมัน เพราะทำให้หญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลักของพะยูนตายไปกว่า 10,000 ไร่ กินพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดตรัง กระบี่ สตูล พังงา ส่วนด้านฝั่งอ่าวไทย ครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดจันทบุรี ตราด จนอาจกล่าวได้ว่าความร้อนที่สูงขึ้นทำให้หญ้าทะเลไทยตายเกือบหมดทะเล

ตามธรรมชาติแล้ว พะยูนกินหญ้าทะเลวันละ 30 กิโลกรัม หรือคิดโดยเฉลี่ย พะยูนหนึ่งตัวกินหญ้าทะเลประมาณ 13-16 ไร่ แต่เพราะไม่มีหญ้าทะเลในช่วงแล้งที่ผ่านมา จึงมีพะยูนผอมโซลอยตายหลายสิบตัวเพราะขาดสารอาหาร และในเวลาต่อมา แม้ว่าหน้าแล้งจะผ่านพ้นไป แต่หญ้าทะเลก็ยังมีปริมาณไม่มากพอ

นับเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม ปี 2567 มีพะยูนผอมโซที่ตายกลางทะเลถึง 9 ตัว

นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญที่พรากชีวิตพะยูน คือ ถุงพลาสติก

ประเทศไทยติดอันดับที่ 5 ของโลกเรื่องการสร้างขยะพลาสติกต่อประชากร โดยขยะพลาสติกส่วนใหญ่คือถุงพลาสติกที่มักไม่ได้ถูกนำไปกำจัดอย่างเหมาะสม จนตกค้างในสิ่งแวดล้อม และบางส่วนก็ลอยไปสู่ทะเล

สิ่งมีชีวิตจำนวนมากในทะเลได้กินพลาสติกเหล่านี้ลงไป ทำให้เกิดการอุดตันในหลอดอาหาร หรือสะสมในร่างกาย ในแต่ละปี จึงมีสัตว์ทั่วโลกมากมายที่ตายเพราะมีพลาสติกสะสมในร่างกายโดยไม่รู้ตัว

พะยูนก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

หากเราไม่ลงมือปรับเปลี่ยน ตั้งใจรักษาธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม พะยูนก็คงจะค่อยๆ ลดจำนวนไปเรื่อยๆ และเป็นไปได้ที่อาจจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด

นับเป็นอีกเล่มต้องอ่าน ในวันที่โลกเดือด

27 บทเข้มข้น
The Lost Human : หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์

นำเสนอเรื่องราวเข้มข้นผ่าน 27 บท ได้แก่

I เมื่อมนุษย์ทำร้ายตัวเอง
1.วิกฤตการณ์โลกสามด้าน
2.ทวีปพลาสติก กลางมหาสมุทร
3.วันหนึ่ง น้ำทะเลจะท่วมกรุงเทพมหานคร
4.แม่น้ำโขง เมื่ออาหารเดินตามพลังงาน
5.เมื่อช้างป่าไม่ยอมแพ้มนุษย์

II ผลกระทบที่ไม่คาดถึง
6.ฟาสต์แฟชั่น VS เสื้อผ้ามือสอง
7.ผึ้งสูญพันธุ์ มนุษย์ก็ไม่รอด
8.ปลาแซลมอน เบื้องหลังความอร่อย
9.เหรียญสองด้านของจีเอ็มโอ
10.ฝายไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง
11.ภูเก็ตบนทางสองแพร่ง จะเลือกป่าชายเลนหรือท่าเรือยอชต์
12.จากเสากินรี ถึงกำแพงกันคลื่น
13.ปลาหมอคางดำกับการจัดการวิกฤต
14.พะยูนถูกตัดหัวบอกอะไรเรา

III แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
15.บทเรียนการแก้ปัญหาหมอกควันพิษจากเพื่อนบ้าน
16.เกษตรอินทรีย์ อดทนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
17.จักรยาน ทางรอดในยุคโลกเดือด
18.หากแม่น้ำมีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย
19.เมื่อเอกชนซื้อที่ดินให้นกอาศัย
20.“city in the park” ไม่ใช่ “park in the city”
21.เมืองดาว เมื่อมนุษย์หวนสู่ธรรมชาติ

IV เมื่อมนุษย์ไม่ยอมจำนน
22. Nature-based Solution กุญแจกู้โลก
23.เมื่อชาวบ้านทั้งเกาะผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เอง
24.ทำไมชาวสุรินทร์สู้ภัยแล้งได้สำเร็จ
25.เมื่อกระบี่เป็นจังหวัดแรกที่เลิกจับปลาด้วยโป๊ะน้ำตื้น
26.เกาะหมาก เบื้องหลังรางวัลระดับโลก
27.สวน 5 ไร่กับรายได้หลายแสน

บทส่งท้าย
10 เรื่องเพื่อกู้โลกด้วยมือเรา

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360