ราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เวลาเราขับรถออกต่างจังหวัด มักเห็นต้นไม้ใหญ่ๆ ดอกบานสีสวยเด่นสะดุดตา ที่พบมากช่วงนี้คือ ต้นงิ้ว ทองกวาว แคฝรั่งโดยจะพบในทุกภาค แต่ความแตกต่างก็คือ หากเป็นพื้นที่ภาคเหนือ เราจะเห็นดอกงิ้วสีแดงสีส้มสดใสแค่บนต้นเท่านั้นนะครับ ส่วนใต้ต้นนั้น มักเห็นพ่ออุ้ยแม่อุ้ยง่วนกับการเด็ดดอกงิ้วสดเอาเกสรไปตากแห้ง ทั้งเก็บไว้กินเอง และขายให้คนซื้อไปปรุงน้ำเงี้ยวขนมจีน

ดอกงิ้วทุกดอกที่ร่วงบนแผ่นดินภาคเหนือจึงนับว่าถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า ในขณะที่ถ้าเป็นภาคอื่น น้อยมากที่มีกิจกรรมนี้แบบคนเหนือ เท่าที่ผมเคยได้ยินก็คือกลุ่มคนมอญบ้านศาลาแดง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่ยังพอมีวัฒนธรรมกินดอกงิ้วด้วย
คนเราสามารถกินดอกงิ้วได้ทั้งดอกเลยนะครับ แล้วแต่ว่าพื้นที่ไหนนิยมกินส่วนไหน แถมกินได้ทั้งดอกสดดอกแห้ง ดอกทองกวาวก็เช่นกัน ดอกทองกวาวนั้นเราเพียงดึงเอาเกสรทรงโค้งๆ ในดอกออก แล้วจะเอาไปนึ่ง ตำกับปลาสดย่าง ชงน้ำชา หรือกินเป็นผักลวกจิ้มน้ำพริกก็ได้ทั้งนั้น ส่วนแคฝรั่งแน่นอนว่ากินได้เหมือนดอกแคบ้าน คือจะแกงส้ม ผัดกะปิ หรือลวกจิ้มป่นก็กินอร่อยได้หมด
เวลาใครก้มลงเก็บดอกงิ้วร่วงใหม่ๆ ใต้ต้นงิ้วสูงใหญ่นอกพื้นที่ภาคเหนือ จึงมักถูกถามด้วยความสงสัยว่า นี่จะเอาไปทำอะไร มันกินได้จริงๆ หรือ ฯลฯ ผมเองก็เพิ่งถูกถามมาเหมือนกัน ตอนที่เก็บดอกงิ้วและดอกทองกวาวมาสองถุงย่อมๆ ริมถนนย่าน อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมการทำกับข้าวที่ได้คิดสูตรไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว
ผมจะเอาเกสรดอกงิ้วสดกับกลีบดอกทองกวาวมาทอดไข่ กินแกล้มน้ำพริกกะปิครับ
กลับถึงบ้าน จัดแจงแกะเอาเฉพาะตัวช่อเกสรดอกงิ้วออกจากก้านดอกและกลีบดอก รูดเอาปลายเกสรออกด้วย ล้างน้ำจนสะอาด แล้วหั่นหยาบๆ เราจะรู้สึกว่ามันมียางเหนียวเป็นเยือกๆ ด้วย
ดึงเกสรดอกทองกวาวออก ให้เหลือแต่กลีบดอกสีส้มๆ ล้างน้ำอย่างเร็วๆ เลยนะครับ เดี๋ยวสีส้มมันจะตกออกมากับน้ำเสียหมด
พอดีแคฝรั่งที่บ้านติดดอกเต็มกิ่ง ผมเลยเก็บช่อดอกมารูดเอาดอกเล็กๆ แน่นๆ สีม่วงอ่อนอมขาวนั้นล้างน้ำ สรงในกระชอนให้สะเด็ดน้ำไว้
ทีนี้ เราก็ทำกับดอกงิ้วเหมือนเวลาทำชะอมทอดไข่เลยครับ คือเอาเกสรดอกงิ้วสดที่หั่นแล้วใส่ชาม ตอกไข่ใส่ไปตามที่คิดว่าอยากกินแบบเนื้อไข่เนื้อดอกงิ้วมากน้อยแค่ไหน ตีไข่กับดอกงิ้วจนเข้ากันดี เติมน้ำปลานิดหน่อย เอาลงทอดในกระทะน้ำมันกระเทียมเจียวบนเตาไฟกลางค่อนไปทางอ่อน คอยพลิกกลับจนสุกกรอบทั้งสองด้าน ช้อนขึ้นมาวางบนเขียงใหญ่ พอเย็นลงบ้างแล้ว ก็หั่นชิ้นขนาดที่จะจิ้มน้ำพริกได้เหมาะๆ
สำหรับกลีบดอกทองกวาว ผมเอาคั่วน้ำมันกับกระเทียมสับในกระทะก่อน เติมน้ำนิดหน่อยเพราะกลีบดอกทองกวาวจะดูดน้ำและน้ำมันไว้ในตัวมาก แล้วตอกไข่ใส่ เหยาะน้ำปลา โรยงาขาวสักหยิบมือหนึ่ง ผัดจนสุกเป็นคั่วไข่หอมๆ แห้งๆ
ส่วนดอกแคฝรั่ง เอาลงจี่ในกระทะร่วมกับกระเทียมสับ ใส่น้ำมันนิดเดียว โรยเกลือป่น พอสุกเกรียมหอมกระทะ ก็ใช้ได้ เราก็จะได้ผักดอกทอด 3 แบบ 3 สไตล์ ไว้กินกับน้ำพริกกะปิ ที่วันนี้ผมเริ่มตำโดยใส่กะปิเกาะลิบงผสมกะปิคลองด่าน สมุทรปราการ กระเทียมไทย เกลือ ตำในครกหินให้เข้ากัน แล้วใส่พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูแดง พริกขี้หนูสวน ตำหยาบๆ เก็บลูกมะอึกสุกสีเหลืองมาขูดขนที่ผิวออก หั่นซอยละเอียด ใส่ตำขยอกให้เข้ากับน้ำพริก เติมน้ำปลานิด น้ำตาลปี๊บหน่อย (กะปิน้ำพริกเกาะลิบงจะหวานอยู่แล้ว) ใส่น้ำต้มสุกให้เนื้อน้ำพริกเหลวพอจิ้มได้ บีบมะนาวดึงรสเปรี้ยวแหลม เสริมเปรี้ยวเจือหวานของมะอึกสักนิด แล้วเก็บมะเขือพวงมาเคล้าในถ้วยน้ำพริกให้ดูสวยงามแบบกินได้ด้วย
คนไทยชอบกินผักน้ำพริกกะปิกับปลาทอด เผอิญผมไปได้ปลาหมอตาล หรือบางแห่งเรียกปลาหมอช้างเหยียบ ตัวเล็กๆ เนื้อแน่นดีจากตลาดมาในราคาถูก แถมทำเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน จึงเอามาเคล้าเกลือป่นนิดหน่อย ทอดน้ำมันจนสุกหอม ไว้ฉีกเนื้อกินแกล้มน้ำพริกผักทอดครับ
ชุดผักทอดชุดนี้อาจนับว่าแปลกสำหรับคนทั่วไป แต่รับรองว่ากินได้จริง ผมอยากบอกว่า สำหรับใครที่เคยกินเกสรดอกทุเรียนทอดไข่ ลองหาเกสรดอกงิ้วมาทำกินแบบผมนี้ดูเถิดครับ มันเกือบเหมือนกันเลยแหละ ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติ เพราะต่างก็เป็นเกสรดอกไม้ยืนต้นเหมือนกันนั่นเอง เกสรดอกงิ้วนี้ยังอาจเอาใส่ในห่อหมก ในผัดพริกหมู หรือในแกงเผ็ดแบบผัดน้ำมันได้อร่อยเข้ากันอีกด้วย
ตอนนี้เวลาเหลือไม่มากนัก เพราะดอกงิ้วมักบานและร่วงหมดต้นภายในไม่เกินสองสัปดาห์ ใครยังทันเก็บดอกร่วงสดๆ ใหม่ๆ ได้ ลองดัดแปลงเลือกปรุงกันดูนะครับ
ดอกงิ้วในทางยา ถือเป็นยาเย็น แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน แก้กระหาย ลดไข้ได้ดี ดังนั้นก็อาจนับว่าเป็นการกินอาหารเป็นยาได้อีกทางหนึ่งครับ

