SAMVAD ครั้งที่ 4
ศตวรรษแห่งเอเชียของธรรมะ-ธรรม
จบลงไปแล้วอย่างราบรื่น งดงาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งสันติสุข สำหรับ การประชุม SAMVAD ครั้งที่ 4 โดย Vivekananda International Foundation India (VIF) ร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, International Buddhist Confederation (BC), Japan Foundation-Japan (TBC) ในหัวข้อ ‘ศตวรรษแห่งเอเชียของธรรมะ-ธรรม’ ระหว่างวันที่ 14-17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนผู้นำศาสนาและจิตวิญญาณในศาสนาพุทธ พราหมณ์ ฮินดู
เข้าร่วมถึง 22 ประเทศ นับเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย
เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ชั้น G อาคารสหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ‘บิ๊กเนม’ ด้านศาสนาทั้งไทยและเทศ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
Dr. Arvind Gupta ผอ. VIF อินเดีย กล่าวต้อนรับ พร้อมเน้นย้ำการยก ‘ขันติ’ ดับความขัดแย้ง ก่อนเข้าสู่การกล่าวปาฐกถา โดยบุคคลต่างๆ อาทิ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980,
Ms. Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหาร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) เป็นต้น
นอกจากนี้ ฯพณฯ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย ปรากฏตัวผ่านคลิปวิดีโอทรงพลังด้วยถ้อยคำ มุ่งหน้านำหลักธรรมสร้างเอเชียแข็งแกร่ง
จากนั้น เข้าสู่การอภิปรายระดับรัฐมนตรี และการประชุมโต๊ะกลม
ครั้นเข้าสู่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ร่วมไขปม ‘โลกป่วน’ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
Mr. S. Gurumurthy ประธาน The Vivekananda International Foundation (VIF) ประเทศอินเดีย กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดมุมมองว่า ในปัจจุบันนี้ โลกไม่มีบทสนทนาอีกต่อไป การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เคยมีนั้นหยุดชะงักลง ยุคสมัยที่ขาดพลังจึงเกิดขึ้น ซึ่งอินเดียและญี่ปุ่นตระหนักถึงปัญหานี้ จึงมีแนวคิดว่า ‘การสนทนา’ เป็นหัวใจสำคัญของศาสนาและอารยธรรมแห่งธรรมะ ที่เปิดกว้างในการพูดคุยถึงความกังวล ประเด็นปัญหา และความแตกต่าง ทว่า แนวคิดแบบนี้กลับถูกบดบังโดยความเชื่อว่ามีเพียงตนเองเท่านั้นที่ถูกต้อง ขณะที่คนอื่นล้วนผิดพลาด กล่าวโดยสรุปคือ ต้องเลิกความคิดที่ว่า ‘ฉันถูก-คุณผิด’ แต่ต้องหันหน้ามาสนทนากัน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ
รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป, พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร., H.E. Mr. Arif Mohammed Kha ผู้ว่าการรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย และ นาเกช ซิงห์ (H.E. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เป็นต้น
จากนั้นคณะเดินทางไปยัง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เยี่ยมชมบรมพรรพต (ภูเขาทอง) พร้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ก่อนเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติดอนเมือง เพื่อร่วมประชุมยังโรงแรม โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ต ระหว่างวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ โดยมีอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และภริยา พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ ณ สนามบินนานาชาติกระบี่
16 กุมภาพันธ์ ผู้ร่วมประชุมถกปัญหาโลก การใช้ธรรมหลักเลี่ยงความขัดแย้ง เน้นย้ำจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงประวัติศาสตร์โบราณคดีของกระบี่และพื้นที่ทางภาคใต้ของไทยที่พบหลักฐานร่วมสมัยกับพระเจ้าอโศกมหาราช โดยเฉพาะ ‘วงแหวนโมริยะ’ ที่เขาสามแก้ว จ.ชุมพร
ปิดท้ายด้วยการร่วมประกาศ ‘ปฏิญญาการประชุมสุดยอดผู้นำศาสนาฮินดู-พุทธ: วิสัยทัศน์แห่งศตวรรษที่ 21’ หรือ ‘ปฏิญญากระบี่’ ผสานปรัชญาร่วม หลีกโลกขัดแย้ง สู่ศตวรรษแห่งเอเชีย เพื่อโลกสุขสงบสืบไป

