หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : เชื่อมั่นและไว้ใจ

23.02.25 | 11:21 น.

แท็งก์ความคิด : เชื่อมั่นและไว้ใจ

ขอนำประเด็นบางประเด็นในงานสัมมนา matichon leadership 2025 trust thailand เชื่อมั่นประเทศไทย ที่มติชนจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันเกิดวันที่ 9 มกราคม ก้าวสู่ปีที่ 48 อีกครั้ง

งานสัมมนาครั้งนี้จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

งานนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงภูมิหลายคนให้เกียรติมาแสดงความคิดเห็น

นับตั้งแต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทย นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัล นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายสัตวแพทย์วันชัย ตันวัฒนะ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ นายศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้านศรณ์ ได้มิชลิน 3 ดาว และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.

Advertisement

ตลอดทั้งวันพูดถึงเรื่องความเชื่อมั่นในประเทศ ความเชื่อมั่นในเมือง ความเชื่อมั่นในตัวเอง

นายชัชชาติ แม้จะขึ้นเวทีคนสุดท้ายแต่ฉายภาพความสำคัญของคำว่า Trust ไว้อย่างแจ่มชัด

Trust คือ ความไว้วางใจ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่า Trust

คนเราถ้าไม่มี Trust ก็ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น

Trust ยังมีผลต่อจีดีพี หากประเทศใดที่มีความไว้วางใจกันก็จะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย

เพราะความไว้วางใจจะทำให้งานเริ่มต้นและจบลงด้วยความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

การสร้าง Trust ให้เกิดขึ้นต้องเป็นคนดี เป็นคนเก่ง และเป็นคนที่เข้าใจคนอื่น

กลายเป็นสูตร เก่ง+ดี+เข้าใจ

จากนั้นนายชัชชาติได้ฉายภาพของการลงมือทำ และสร้าง Trust ให้เกิดขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ตรงจากการเป็นผู้ว่าฯกทม. อธิบายให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฟัง ในหัวข้อ Trust bangkok

ได้ฟังภาพรวมของคำว่า Trust จากการบรรยายของผู้ว่าฯชัชชาติแล้ว หวนกลับไปทบทวนปาฐกถาพิเศษของนายกฯในช่วงต้น และถ้อยคำบรรยายพิเศษของวิทยากร พบว่าประเทศไทยยังมีทางไป

แม้หลายคนจะมองว่าเศรษฐกิจไทยตกต่ำย่ำแย่ แต่ถ้าได้ฟังนายชาญศิลป์ ผู้ที่เข้าไปกอบกู้การบินไทยจาก “เจ๊ง” สู่ “กำไร” ก็จะเกิดความเชื่อมั่นได้ว่าคนไทยมีฝีมือฟื้นฟูสิ่งที่ว่าแย่ให้กลับคืนมีมูลค่าได้

แม้หลายคนจะดูเหมือนหมดหวังจากตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ แต่หากได้ฟังนายกฯ และนายดนุชา แล้วจะพบว่า ทุกอย่างมีหนทางที่จะเติบโต

นายดนุชาได้เปรียบเทียบกับจีดีพีปี 2566 พบว่าโตแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ มาถึงปี 2567 โตได้ 2.5 เปอร์เซ็นต์

ยกตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นตัวเขียวคือเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้วในหลายๆ ตัว

กราฟิกการเติบโตอาจไม่พุ่งปรี๊ด แต่ก็มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจยังโตต่อเนื่อง

แม้การคาดการณ์สภาพัฒน์จะเห็นประมาณการจีดีพีปีนี้จะไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นการประเมินด้วยการเผื่อผลกระทบในช่วงครึ่งปีหลัง

ขณะที่นายกรัฐมนตรีมั่นใจกว่า เพราะตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้อย่างน้อยก็ 3 เปอร์เซ็นต์

พร้อมแจกแจงแนวทางการบูมเศรษฐกิจ ทั้งลงทุน ทั้งส่งออก ทั้งการท่องเที่ยว

ใครที่ได้ยินโครงการแลนด์บริดจ์ โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โครงการสร้างรถไฟไฮสปีดโคราช-หนองคาย อื่นๆ ก็คือแนวทางการบูมเศรษฐกิจประเทศ

ใครที่ได้ยินการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ การลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ การลงทุนเอไอ ลงทุนอีวี นี่ก็เป็นแนวทางการบูมเศรษฐกิจ

รวมไปถึงซอฟต์พาวเวอร์และอื่นๆ ที่เป็นอีเวนต์ใหญ่ยักษ์ นี่ก็คือแนวทางการบูมเศรษฐกิจเหมือนกัน

แนวทางต่างๆ ทั้งนายวิศิษฏ์ นายจุฬา เลขาฯอีอีซี นายนิธี รองผู้ว่าการ ททท. ได้ฉายภาพกระบวนการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย

ฟังแล้วหากทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน จับมือกันจริงจัง

มีความไว้วางใจกันและกันจนเกิดเป็นความเชื่อมั่น

และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ

ถ้าทำได้เร็วก็จะได้รับผลดีเร็ว

ถ้าทำได้ตั้งแต่ต้นปีหรือกลางปีนี้ ปลายปีประเทศไทยก็จะมีข่าวดี

นฤตย์ เสกธีระ