หน้าแรก ประชาชื่น จากหนาวเหน็บส...

จากหนาวเหน็บสู่อบอุ่น ‘มนุษย์ยุคน้ำแข็ง’ เคลียร์ปม ‘ปรับตัว อยู่รอด’ รอไขคำตอบแห่งอุษาคเนย์

28.02.25 | 12:52 น.

จากหนาวเหน็บสู่อบอุ่น
‘มนุษย์ยุคน้ำแข็ง’
เคลียร์ปม ‘ปรับตัว อยู่รอด’
รอไขคำตอบแห่งอุษาคเนย์

นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ฉายภาพผู้คนและชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์บนชายฝั่งอ่าวไทยให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น เมื่อจิ๊กซอว์ที่ถูกตั้งชื่อว่า ‘ปังปอนด์’ ปรากฏในชั้นดินที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หลักฐานเกี่ยวกับ ‘มนุษย์ยุคน้ำแข็ง’ ที่เคยมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อกว่า 29,000 ปีมาแล้ว ตามการกำหนดอายุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Accelerator Mass Spectrometer (AMS) และบริบทสำคัญ ได้รับการเปิดเผยผ่านถ้อยแถลงของ 2 หน่วยงาน ได้แก่ กรมศิลปากร และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และ ชิดชนก สุขมงคล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นตัวแทนร่วมแถลงใน 2 เรื่องหลัก คือ 1.การพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคน้ำแข็ง 2.ภาพเขียนสีในแหล่งโบราณคดีภาพเขียนสีถ้ำดิน

ก่อนอื่นต้องเปิดประเด็นด้วยข้อมูลทางภูมิศาสตร์ว่า อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการพบภาพเขียนสีเป็นครั้งแรกบริเวณเพิงผาฝั่งบึงบัวเมื่อ พ.ศ.2539 จากนั้นยังพบแหล่งภาพเขียนสีเพิ่มเติมบริเวณเทือกเขาสามร้อยยอด ที่ถ้ำโหว่ หุบตาโคตร ใน พ.ศ.2560 โดยทั้ง 2 แห่งเป็นภาพเขียนสีที่มีอายุสมัยเดียวกัน

ต่อมา พ.ศ.2563 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มโครงการสำรวจแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย โดยมีพื้นที่สำรวจหลักที่เขาสามร้อยยอด ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

Advertisement

ผลการสำรวจพบแหล่งโบราณคดีใหม่เพิ่มเติม จำนวน 7 แหล่ง โดยมี แหล่งโบราณคดีภาพเขียนสีถ้ำดิน เป็นหนึ่งในนั้น

⦁เปิดพิกัด ‘ถ้ำดิน’ แห่ง ‘สามร้อยยอด’ เขาหินปูน จุดเกิดเหตุ

‘ถ้ำดิน’ เป็นถ้ำภูเขาหินปูน ขนาดค่อนข้างใหญ่ ตัวถ้ำอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 125 เมตร ปากถ้ำหันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก ขนาดความกว้างของปากถ้ำประมาณ 9.5 เมตร ภายในแบ่งออกเป็น 5 คูหา ทุกคูหามีร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต โดยมีการพบภาพเขียนสีใน 3 คูหา

นับแต่ปีงบประมาณ 2565 จนถึงปัจจุบัน สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ดำเนินโครงการขุดค้นศึกษาแหล่งโบราณคดีภาพเขียนสีถ้ำดิน เพื่อศึกษาร่องรอยกิจกรรม วัฒนธรรม พิธีกรรมความเชื่อของคนโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในถ้ำดิน และในบริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย โดยเลือกขุดค้นในคูหาที่ 3 ชิดผนังถ้ำ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีการพบทั้งภาพเขียนสีบนผนังและโบราณวัตถุอยู่บนพื้นถ้ำ

ผลการศึกษาขุดค้น พบหลักฐานการใช้พื้นที่ของผู้คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ในหลายช่วงเวลา ปรากฏโบราณวัตถุประเภทเปลือกหอย กระดูกสัตว์ และเมล็ดพืชเป็นจำนวนมาก

⦁‘โครงกระดูกเด็ก’ นอนหงาย ตายเมื่อ 6-8 ขวบ วางหินทับอก โรยดินเทศ

ครั้นเมื่อขุดค้นจนถึงระดับความลึกประมาณ 2 เมตรจากพื้นถ้ำ พบโครงกระดูกมนุษย์ 1 โครง ถูกฝังในท่านอนหงาย ศีรษะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สันนิษฐานว่ามีการมัดหรือห่อศพดัวยเส้นใยบางอย่าง โดยพบสิ่งสำคัญคือการวางหินวางทับบนโครงกระดูกบนบริเวณกะโหลก และหน้าอก รวมไปถึงมีการพบร่องรอยของการโรยดินสีแดงที่เรียกว่า ‘ดินเทศ’ ซึ่งอาจสื่อถึงเลือด หรือชีวิต สะท้อนว่ามีการทำพิธีกรรมบางอย่าง นอกจากนี้ ยังมีร่องรอยการทำความร้อนกับโครงกระดูกด้วยวิธีการ ‘รม’ ซึ่งคาดว่าเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์เข้ามาแทะกินหรือทำลายศพ

จากการวิเคราะห์เบื้องต้น พบว่าเป็นโครงกระดูกเด็ก อายุเมื่อเสียชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 6-8 ปี พิจารณาจากการขึ้นของฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 ที่ขึ้นแล้ว โดยมีการตั้งชื่อให้กับโครงกระดูกนี้โดยทีมสำรวจว่า ‘ปังปอนด์’

⦁มนุษย์ ‘หินเก่า’ ใน ‘ยุคน้ำแข็ง’ ตอนปลาย ครั้งอ่าวไทยยังมีแผ่นดินเชื่อมอินโดฯ

การหาค่าอายุ ดำเนินการด้วยวิธี Accelerator Mass Spectrometer (AMS) โดยคัดเลือกตัวอย่างถ่านและเปลือกหอย 5 ตัวอย่าง ส่งไปยังห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ BETA ANALYTIC Inc. สหรัฐอเมริกา

ผลการกำหนดอายุทำให้ทราบว่าที่ถ้ำดินนี้มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยและใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประมาณ 29,000 ปีขึ้นมาจนถึงประมาณ 11,000 ปี ส่วนโครงกระดูกมนุษย์นั้นมีอายุเก่าแก่กว่านั้น เนื่องจากพบอยู่ในระดับความลึกต่ำลงไปที่ประมาณ 2 เมตร ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจหาค่าอายุที่แท้จริงต่อไป

โครงกระดูกนับเป็นโครงกระดูกของมนุษย์ที่ ‘เดินตัวตรง’ คือ มนุษย์ปัจจุบัน (Homo sapiens) ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่เคยพบในประเทศไทยและยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดด้วย โดยจัดเป็นมนุษย์สมัยหินเก่า (Palaeolithic Period) เทียบได้กับยุคทางธรณีกาลคือ สมัยไพลสโตซีน หรือ ‘ยุคน้ำแข็งตอนปลาย’ เมื่อราว 125,000-11,700 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีธารน้ำแข็งปกคลุมพื้นโลกมากกว่าปัจจุบัน ระดับน้ำในทะเลลดต่ำลงกว่าปัจจุบันมาก สภาพอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้บริเวณอ่าวไทยเป็นผืนแผ่นดินเชื่อมต่อถึงอินโดนีเซีย

⦁จากหนาวเหน็บสู่อบอุ่น น้ำทะเลท่วมสูง ข้อมูลสำคัญเคลียร์ปม ‘ปรับตัว อยู่รอด’

กรมศิลปากรอธิบายว่า การพบหลักฐานการอยู่อาศัยและการฝังศพของคนก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ในช่วงยุคดังกล่าวในครั้งนี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยอธิบายวิถีการดำรงชีวิตและการปรับตัวของมนุษย์ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมในอดีตตั้งแต่ช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นจนเข้าสู่ช่วงที่อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นเมื่อสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง และระดับน้ำทะเลที่ท่วมสูงขึ้น จนกระทั่งบริเวณนี้มีสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศที่หลากหลายเช่นในปัจจุบัน

แหล่งโบราณคดีภาพเขียนสีถ้ำดิน ปรากฏหลักฐานร่องรอยการอยู่อาศัยใช้พื้นที่ของคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง การคัดเลือกโบราณวัตถุจากบางชั้นดินไปกำหนดอายุ ไม่ใช่ตัวอย่างจากชั้นดินที่เก่าที่สุด ค่าอายุที่ได้แสดงถึงความสืบเนื่องของคนที่เข้ามาอยู่อาศัยที่ถ้ำดินตั้งแต่ประมาณ 29,000 ปีที่แล้วเป็นอย่างน้อย และกลุ่มคนที่เขียนภาพเขียนสีอาจเป็นคนก่อนประวัติศาสตร์รุ่นหลังสุดที่เข้ามาใช้พื้นที่เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีที่แล้ว

หลักฐานทางโบราณคดีที่ทับถมอย่างยาวนานในถ้ำดิน แสดงถึงร่องรอยของกลุ่มคนดั้งเดิมตั้งแต่สมัยหินเก่า (อายุก่อน 12,000 ปี) สืบเนื่องมาจนถึงกลุ่มโหบินเนียน ที่ดำรงชีวิตด้วยการหาพืชป่า ล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร รู้จักการหาอาหารจากสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย มีการใช้เครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูก และไม้ มาเป็นอุปกรณ์ในการล่าหรือใช้งาน มีวิธีปรุงอาหารให้สุกก่อนกิน อาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเพิงผา เป็นกลุ่มสังคมขนาดเล็ก

เมื่อวิเคราะห์หลักฐานจากชนิดของสัตว์และหอยที่พบ ยังแสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นว่าน่าจะเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทุ่งหญ้า และหนองน้ำซึ่งมีสัตว์หลากหลายอาศัยอยู่จำนวนมาก

โดยคาดหวังว่าการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ภาพเรื่องราวของคนก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยกระจ่างชัดเจนมากขึ้น

พร้อมไขคำตอบเกี่ยวกับคน สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมโบราณของคนยุคแรกเริ่มในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย