แท็งก์ความคิด : จุดขาย-จุดแข็ง-จุดอ่อน
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเกี่ยวกับสวัสดิการของคนไทยอยู่ข่าวหนึ่งน่าสนใจ
นั่นคือข่าวความพยายามผลักดันเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณเงินเกษียณอายุของกองทุนประกันสังคม
แม้ผลการพิจารณาของบอร์ดประกันสังคมคือ “ตีกลับ” แต่ดูเหมือนว่าข้อเสนอดังกล่าวน่าจะตรง “จุดขาย” ของประกันสังคม
เรื่องเงินหลังเกษียณน่าจะเป็นจุดขายของกองทุนประกันสังคมมากกว่าเรื่องสุขภาพ
ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นเป็นจุดขายของบัตรทอง
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินการเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ระหว่างกองทุนประกันสังคมกับบัตรทองอยู่เนืองๆ
เปรียบเทียบเช่นไรกองทุนประกันสังคมก็สู้บัตรทองไม่ได้ เพราะประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์หลายด้านมากกว่า
มากจนกระทั่งอาจจะลืมจุดขายของตัวเอง จึงมีคนกลับมาสะกิดให้สติ
กองทุนประกันสังคมน่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยมีเงินออมหลังเกษียณ
เก็บเงินจากผู้ประกันตน บริษัท และภาครัฐ โดยสัดส่วนส่วนใหญ่จะนำไปเป็นเงินบำเหน็จบำนาญ
ฟังๆ ดูก็คล้ายๆ กับความพยายามของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่อยากออกหวยเกษียณ
คือ กระตุ้นให้คนที่อยู่นอกกองทุนประกันสังคมสะสมทรัพย์เอาไว้ใช้หลังเกษียณคือหลังอายุ 60 ปี
เป็นการอุดช่องโหว่ที่มีผู้ไม่เข้าระบบประกันสังคม จึงหาหนทางที่จะช่วยให้มีเงินออมหลังเกษียณอายุ
สำหรับกองทุนประกันสังคม เมื่อมีจุดขายคือเงินหลังเกษียณ
การให้ความสำคัญกับจำนวนเงินที่ผู้ประกันตนจะได้รับหลังเกษียณจากการทำงานน่าจะเป็นหัวใจสำคัญ
น่าจะเป็นจุดขายที่บัตรทองสู้ไม่ได้
แม้ว่าผู้บริหารกองทุนประกันสังคมอาจจะให้ความสำคัญกับการบริหารกองทุน คือ สร้างรายได้จากการลงทุน เพื่อทำให้กองทุนประกันสังคมมั่นคงยั่งยืน
แต่จะทำเช่นไรหัวใจที่สำคัญกว่านั้น ย่อมหนีไม่พ้นเงินหลังเกษียณของผู้ประกันตนทั้งหลาย
ขณะที่เงินประกันตนที่ได้รับ เติบโตได้ไม่เท่ากับเงินเฟ้อในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนมองไม่เห็นจุดขายของกองทุน
ยิ่งได้ยินได้ฟังความก้าวหน้าของบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็นรักษาทุกที่ไปแล้วด้วย
ทำให้ผู้ประกันตนฟังแล้วชอกช้ำ
ดังนั้น หากกองทุนประกันสังคมจะเน้นจุดขายที่แข่งขันกับบัตรทองได้ ก็ต้องเน้นกันที่เงินเกษียณนี่แหละ
เอาเป็นว่าบัตรทองไม่มีเงินหลังเกษียณ กองทุนประกันสังคมก็โป๊เงินให้ผู้ประกันตนด้วยเม็ดเงินหลังเกษียณที่มากขึ้น
งานประกันสังคมก็จะโดดเด่นสู้กับบัตรทองได้
อ่านจากข่าวที่ อาจารย์ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ให้สัมภาษณ์พบว่ามีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการปรับสูตรคำนวณเงินเกษียณจากแบบเก่ามาเป็นแบบใหม่ให้ผู้ประกันตนได้เงินมากขึ้น
มากขึ้นทั้งผู้ประกันตนในมาตรา 33 และมาตรา 39
ทั้งนี้หากทราบว่าวัตถุประสงค์หลักของการประกันสังคมคือเงินบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณ การปรับเปลี่ยนให้เงินจำนวนดังกล่าวเป็นจุดขายของการประกันสังคมก็น่าสนใจ
ยิ่งมาทราบว่า เรื่องนี้ทางกองทุนประกันสังคมก็เคยศึกษา ผลการวิจัยต่างๆ ก็ออกมาเชิงบวก
หากได้พิจารณาและปรับให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนอย่างเป็นรูปธรรม
เสน่ห์ของกองทุนประกันสังคมก็จะเด่นขึ้น
ส่วนบัตรทองจะโดดเด่นในเรื่องสุขภาพและการรักษาพยาบาลก็ต้องปล่อยให้ขับเคลื่อนกันไป เพราะถือว่าสุขภาพเป็นจุดขายของบัตรทอง
ดังนั้น การยืนหยัดในวัตถุประสงค์เริ่มต้น และเป็นจุดขายของกองทุน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ดีต่อการบริหารที่ทำให้เป้าหมายชัดเจน ทำให้ผู้ให้บริการหรือกองทุนประกันสังคมมีสมาธิกับเป้าหมายมากขึ้น
ดีต่อการบริการที่ทำให้ใช้งบประมาณจากกองทุนได้ตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ
และดีต่อผู้ใช้บริหาร หรือผู้ประกันตน ที่จะอุ่นใจว่าภายหลังทำงานหนักมาตลอดชีวิต พวกเขาจะมีเม็ดเงินที่ช่วยให้ชีวิตหลังเกษียณไม่เป็นภาระของใคร
เรื่องแบบนี้ เชื่อว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน น่าจะต่อสู้ให้กับผู้ประกันตน
ขณะที่บอร์ดที่เกี่ยวข้องกับการประกันสังคมก็น่าจะสนับสนุน หากผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นตกไปอยู่กับผู้ประกันตน
และสุดท้ายคือภาพลักษณ์ของกองทุนประกันสังคมจะแจ่มใสขึ้น
เพราะคนรู้ถึงวัตถุประสงค์หลักของกองทุน และได้เห็นว่ากองทุนมีจุดขายที่แข็งแกร่งในเรื่องนี้
ความเชื่อมั่นในกองทุนย่อมส่งผลให้กองทุนมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
เชื่อว่าผู้ประกันตนกำลังติดตามดูว่าสุดท้ายแล้วข้อเสนอปรับสูตรคำนวณเงินเกษียณจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
จุดแข็งซึ่งเป็นจุดขายของประกันสังคมจะยังคงเป็น “จุดแข็ง” หรือ “จุดอ่อน”
ทุกประการกำลังมีคำตอบ
อีกไม่นาน
นฤตย์ เสกธีระ

