เจนใหม่ เทรนด์ใหม่
‘กิน (รส) ดี มีสุข รักษ์โลก’
อายิโนะโมะโต๊ะ
ดันวัฏจักรอาหารยั่งยืน
หลายคนอาจเคยได้ยินสำนวน “You are what you eat”
ซึ่งมีหมายความในเชิงที่ว่า “กินอย่างไร ก็ได้(เป็น)อย่างนั้น” ดักทางให้เราหยุดมูมมาม หันมาฉุกคิดก่อนหยิบจับอะไรเข้าปาก โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก เพราะหากเรากินไม่เลือกแล้วนั้น ร่างกายก็พังไปได้ง่ายๆ
ทว่าโลกยุคใหม่ยังคงหมุนไปอย่างรวดเร็ว วิกฤตการณ์ทางธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างโหมกระหน่ำ จนผู้คนต้องหันมาคำนึงใส่ใจถึงโลกใบนี้มากขึ้น ด้วยสนับสนุนการบริโภคกันอย่างมีสติ ที่อาจนับได้ว่า ‘สุขภาพดีไม่พอ แต่ยังต้องรักษ์โลกอีกด้วย’
ถึงคราวที่บริษัทด้านอาหารชั้นนำอย่าง อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแผนงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2568 โดยชูหลัก “วัฏจักรอาหารยั่งยืน” หนุนการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนใน 4 มิติ ให้สอดคล้องเมกะเทรนด์ด้านอาหาร และสร้างความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
พร้อมเดินหน้าเต็มสปีดในการลดคาร์บอนและการตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ ยกระดับโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความ “กินดี มีสุข” แก่สังคมและเกษตรกรไทย
Ajinomoto Bio-cycle
‘ยั่งยืน’ คือหัวใจธุรกิจ
ชูวัฏจักรอาหารเพื่ออนาคต

เริ่มเปิดมุมมองจาก สมิชฌน์ เพ็ชร์ดี ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน ที่มองว่า หัวใจสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ คือ การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอาหาร โดยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต ผ่านการใช้องค์ความรู้ด้าน AminoScience อันเป็นความเชี่ยวชาญหลัก มาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหาร ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอร่อย มีโภชนาการที่ดี พร้อมช่วยฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม
“เป้าหมายหลักของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2568 จะโฟกัสไปที่ ‘วัฏจักรอาหารยั่งยืน’ ที่มุ่งเน้นไปที่ 4 มิติหลัก ได้แก่ 1.จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน 2.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.การลดพลาสติก 4.การลดขยะอาหาร ควบคู่ไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป” สมิชฌน์
กางโรดแมป
ก่อนจะขยายดีเทลว่า วัฏจักรอาหารยั่งยืนนั้นประกอบด้วย 4 มิติหลัก ทั้งการสร้างระบบการจัดซื้อวัตถุดิบแบบหมุนเวียนและยั่งยืน โดยเราตั้งเป้าหมายให้บรรลุผลสำเร็จให้ได้ 75% ภายในปี 2568 ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการติดตาม และทำการตรวจสอบกลับไปได้
“การจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน และไม่ไปรุกล้ำระบบนิเวศหรือรบกวนสิ่งแวดล้อม สำหรับเมล็ดกาแฟ เราจะรับซื้อเมล็ดกาแฟจากไร่ที่มีคุณภาพตามหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) กับกรมส่งเสริมการเกษตร ด้วยการปลูกแบบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยมีการดำเนินงานตามแนวทาง Ajinomoto Bio-cycle ที่เป็นกลไกความร่วมมือกับภูมิภาคท้องถิ่น เพื่อสร้างกระบวนการจัดการการผลิตและการเกษตรอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” สมิชฌน์ชี้พอยต์สำคัญ

6 โรงงาน พิชิตเป้าลดขยะอาหาร 100%
หนุนโปรเจ็กต์ ‘กินหมดลดโลกร้อน’
จากนั้นฉายภาพให้เห็นอีกว่า ในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายในการตรวจสอบ คาร์บอนฟุตพรินต์ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แล้วยังลดการใช้พลาสติกใหม่ และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมไปถึงการลดขยะอาหาร ซึ่งปัจจุบัน 6 โรงงานของเรา สามารถพิชิตเป้าหมายการลดขยะอาหารได้ 100%
“เราได้ร่วมมือกับชุมชนข้างเคียงรอบพื้นที่โรงงาน เพื่อส่งเสริมเรื่องการลดขยะอาหาร ด้วยการนำเอาวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิต ‘รสดี’ และ ‘เบอร์ดี้’ ไปทำอาหารสัตว์หรือปุ๋ยแจกจ่ายตามชุมชน
สำหรับการดำเนินงานเพื่อช่วยลดขยะอาหาร ในบริบทของครัวเรือน เราได้มีการผลักดันผ่านโครงการ “Too Good To Waste กินหมดลดโลกร้อน” ที่รณรงค์ให้ผู้บริโภคร่วมลดขยะอาหารผ่าน ‘สูตรอาหารรักษ์โลก’ ที่อร่อยแล้วยังดีต่อโลก” สมิชฌน์หนุนยั่งยืนรอบด้าน
ก่อนจะขมวดช่วงท้ายว่า ในปีที่ผ่านมาเรามีแคมเปญการครีเอตเมนู ร่วมกับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ร้านเป็นลาวและร้านจิรกาล เพื่อหวังจุดประกายการลดขยะอาหารให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคไปพร้อมๆ กัน
“อายิโนะโมะโต๊ะมีแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้ ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างวัฏจักรอาหารยั่งยืนในอนาคตต่อไป” สมิชฌน์มองข้ามช็อต
เดินหน้าสู่ ‘Net Zero’ 2573
ยกระดับความรู้เกษตรกร
ดันผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่ม 30%

จากนั้นเสริมมุมมองด้วยไอเดียของ นพดล จิตรมั่น ผู้จัดการหน่วยงานผลิตและพัฒนา ที่ย้ำว่า อายิโนะโมะโต๊ะเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่มีการดำเนินงานหลัก 2 ส่วนด้วยกัน คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ มาพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพทางการเกษตร และอาหารสำหรับสัตว์ ให้เกษตรกรสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 30%
ส่วนต่อมา คือ การสานต่อโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” เป็นปีที่ 5 เพื่อยกระดับผลผลิตและความรู้แก่เกษตรกรไทย ปัจจุบันมีพี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 1,300 ครัวเรือน โครงการนี้ช่วยให้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอีก 30%
“เราตั้งเป้าหมายในปี 2573 บริษัทเรามุ่งดำเนินธุรกิจแบบ Net Zero พร้อมขยายวัตถุดิบทางการเกษตรที่ตรวจสอบกลับได้เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนเพาะปลูกไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินการลด CO2 Scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นพดลพร้อมเดินหน้าเต็มกำลัง
ก่อนเล่าต่อไปว่า อายิโนะโมะโต๊ะยังดำเนินการควบคู่กับโครงการ Green Coffee Bean (GCB) Farmer Sustainability เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเกษตรกรไทยอย่างครบวงจร ส่งเสริมให้เกษตรกรมีผลผลิตที่มีคุณภาพตาม หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) กับกรมส่งเสริมการเกษตร ควบคู่ไปกับการไม่ทำให้เกิดมลพิษ
“เรามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า โรดแมปสู่ความยั่งยืนนี้จะช่วยสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจด้านการเกษตรของไทย พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไปสู่อนาคตที่สดใสด้วยกัน” นพดลหนุนยั่งยืนทั้งวงจร
อัพเกรดชีวิตชาวไร่
คัดเน้นๆ ‘เมล็ดกาแฟคุณภาพ’
แบรนด์ฮิต ‘เบอร์ดี้’

จากนั้นหันมาเจาะลึกกับทีมรีเสิร์ช วรรณชยา ศรศักดิ์ชัยสิงห์ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เปิดเผยว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกาแฟเบอร์ดี้ เราใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบมาใช้ผลิต จนกระทั่งการพัฒนาสูตรต่างๆ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ของเรา
“เมล็ดกาแฟที่เรารับซื้อ จะมีการกำหนดคุณภาพสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเมล็ดกาแฟที่เราใช้จะมีการกำหนดเกณฑ์เงื่อนไขในการรับซื้อ เพื่อให้มีการรับซื้อเมล็ดกาแฟที่ไม่สมบูรณ์น้อยที่สุด เพราะว่าตัวเมล็ดกาแฟที่ไม่สมบูรณ์ จะส่งผลต่อรสชาติกาแฟของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่น รสชาติ และความอร่อยที่อาจจะลดลงได้
ทางเบอร์ดี้เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ใช้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีการเข้าไปสนับสนุนตัวโคโปรดักต์ของพาร์ตเนอร์เรา โดยใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับกรดอะมิโนเข้ามาช่วยเกษตรกรชาวไร่กาแฟ สนับสนุนผ่านโครงการที่เรียกว่า “Thai Farmer Better Life Partner” เพื่อทำให้โคโปรดักต์ หรือเมล็ดกาแฟมีความสมบูรณ์ รวมถึงทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่อปีเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน” วรรณชยาชูการพัฒนาต้นทาง
จากนั้น วรรณชยายังเล่าถึงการต่อยอดอีกว่า เราต้องการจะสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจรแล้ว เราก็ยังพยายามเอาองค์ความรู้ต่างๆ ที่เรามี ทั้งในเรื่องของกรดอะมิโนและด้านอื่นๆ รวมถึงคอนเน็กชั่นที่เรามี ไปสนับสนุนชาวไร่กาแฟให้มากขึ้น และพยายามจะใช้เมล็ดกาแฟ จากในประเทศให้ได้มากที่สุด
“เราคาดหวังว่าจะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไร่ได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าของเราก็จะได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งมันก็สอดคล้องกับสโลแกนบริษัท ที่ต้องการให้เกิดการกินดีมีสุขให้กับสังคมไทยของเรา” วรรณชยาร่วมดันแนวคิด
เมกะเทรนด์โลกยุคใหม่
เอ็นจอยอาหาร ‘ไม่เบียดเบียนโลก’

ปิดท้ายด้วยการอัพเดตเมกะเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ไปกับ ดร.นุติ หุตะสิงห หรือเชฟทักษ์ เชฟและนักวิทยาศาสตร์ทางอาหาร กล่าวว่า ช่วงหลังมาผู้คนคอนเซิร์นถึงหลักการ 3P คือ People Planet และ Profit กันมากขึ้น
“People คือ เรื่องของสุขภาพและอาหารการกิน เราต้องทำอย่างไรให้สุขภาพดี โดยที่รสชาติยังไม่แย่จนเกินไปด้วย Planet ก็คือรักษ์โลก จากการใช้สินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
แล้วสุดท้าย Profit คือ องค์กรต้องทำกำไรอย่างพอประมาณด้วย เพื่อเอากำไรนี้มาเลี้ยงทั้งคนในองค์กรและสังคมด้วย เรียกได้ว่า สุขภาพดีไม่พอ ยังต้องรักษ์โลกอีกด้วย” ดร.นุติฉายภาพกว้าง
ก่อนจะเจาะลงมาถึงตัวผู้บริโภคคนไทย การศึกษาว่าคนซีเรียสการกินที่ รสชาติต้องอร่อย ดีต่อสุขภาพได้ แต่ต้องอย่าทำให้อาหารจืดเหมือนกัน แล้วอาหารก็ต้องราคาไม่แพงมาก
“คนเจเนอเรชั่นใหม่เขาก็คอนเซิร์นว่า อาหารที่เขากิน ผลิตจากแหล่งอาหารที่ยั่งยืนหรือเปล่า เช่น ไม่มีสารเคมี ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเขารู้ว่า เฮ้ย! ถ้าต้นทางมันมาไม่ดี สุดท้ายพอเขาแก่ลง ก็อาจจะไม่มีโลกใบนี้ให้เขาอยู่ ฉะนั้นมายด์เซตของเขาเริ่มคล้ายกับเด็กยุโรปมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

ตอนผมอยู่ยุโรป เพื่อนผมยอมเสียเงินซื้อแยมที่ราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป 30 บาท ซึ่งรสชาติเหมือนกันเลย แต่ 30 บาทที่แพงขึ้นนั้น เป็นสินค้าที่มีแพคเกจจิ้งและวัตถุดิบรักษ์โลก ยอมจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อโลกมากขึ้น ซึ่งเราเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในเด็กรุ่นใหม่” เชฟทักษ์แชร์มุมมอง ก่อนจะขยายต่อไปว่า เราต้องเข้าใจระบบการบริโภคของมนุษย์ ซึ่งไม่ได้รับรสแค่ลิ้น แต่รับรสที่จมูก ที่ตาด้วย
“ถ้าเราสามารถทำให้อาหารมีสีสันจัดจ้าน กลิ่นหอม ก็สามารถทำให้อาหารนั้นอร่อยเหมือนเดิม โดยที่โซเดียมไม่ได้เยอะ ซึ่งดีต่อสุขภาพกว่ามาก
ตอนนี้มันมีหลายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นลดหวาน ลดมัน ลดคอเลสเตอรอล มันเป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก แล้วในอนาคตก็จะยิ่งน่าติดตามขึ้นไปอีก” เชฟทักษ์ชวนจับตามองเทรนด์ใหม่ พร้อมทิ้งท้ายด้วยการชวนมองโจทย์โลกที่กำลังเปลี่ยนไปว่า
แนวโน้มปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้แค่เอ็นจอยอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ต้องมีรสชาติอร่อยและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
ภูษิต ภูมีคำ

