หน้าแรก ประชาชื่น เปิดชีวิต (นั...

เปิดชีวิต (นักเรียน) ผู้ช่วยพยาบาล ศิริราช ยืนยัน เอไอ ‘แทนไม่ได้’ มูลนิธิเอสซีจี ทุ่มแล้ว 4 ล้าน หนุนสร้างบุคลากรการแพทย์

4.03.25 | 14:30 น.

เปิดชีวิต (นักเรียน) ผู้ช่วยพยาบาลศิริราช ยืนยัน เอไอ ‘แทนไม่ได้’ มูลนิธิเอสซีจี ทุ่มแล้ว 4 ล้าน หนุนสร้างบุคลากรการแพทย์

หนึ่งในปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย คือ การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะพยาบาล

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงให้การส่งเสริมการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยพยาบาล’ เพื่อทำหน้าที่หนุนเสริมในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงการจัดการงานที่ไม่มีความซับซ้อน

‘โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล’ ในชายคา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คือหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ร่วมบ่มเพาะ สร้างบุคลากรคุณภาพ ซัพพอร์ตงานพยาบาล โดยมี ‘มูลนิธิเอสซีจี’ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของวิชาชีพนี้ ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนในหลักสูตรมาตั้งแต่ พ.ศ.2563 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 179 ทุน คิดเป็นงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท

จากซ้าย พิธีกร, รัชนีพร ภัทรปกรณ์, รศ. นพ. ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์, สุวิมล จิวาลักษณ์, ภัชรภรณ์ กาลเขว้า และเบญจมาศ ไชยศร

คนทำงาน ‘ขาด’ คนไข้ ‘ล้น’

Advertisement

บุคลากรต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องเร่งสร้างทีม ‘ผู้ช่วย’

รศ.นพ.ตรีภพ เลิศบรรณพงษ์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ในวันนี้ต้องยอมรับว่าระบบสาธารณสุขไทย ยังขาดบุคลากรทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนเพิ่มจำนวนบุคลากรในทุกสาขาวิชาชีพทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ผู้ช่วยพยาบาล ปัจจุบันมีความไม่สมบูรณ์อยู่หลายอัตรา โดยในอดีต มีการมุ่งเน้นผลิตแพทย์ พยาบาล แต่ไม่มุ่งผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยเหลือกัน

“ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าอัตราจำนวนบุคลากรที่อยู่ในประเทศไทยจะอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ พยาบาลจะอยู่ที่ 1:300 ความหมายคือ พยาบาล 1 คนต้องดูแลผู้ป่วย 300 คน แต่เป้าหมายเราต้องอยู่ที่ 1:200 ตัวเลขอาจจะดูว่าใกล้เคียงกัน แต่อย่าลืมว่า พยาบาลก็ไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด มีเพียง 60% ที่อยู่ในระบบสุขภาพ ส่วนอื่นๆ ก็อาจจะไปอยู่ในระบบเอกชน หรือกิจการส่วนตัว

การจำลองการบริหารปอด หลังจากการผ่าตัดไส้ติ่ง

ยกตัวอย่างพยาบาลในโรงพยาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวน 1:500 นั้นแปลว่าคนไข้ 500 คน มีพยาบาลดูแลเพียง 1 คน ยังไม่รวมถึงผู้ช่วยพยาบาลอาจจะเป็น 1:1,000 ก็ได้ จึงไม่ต้องแปลกใจ หากเราไปที่โรงพยาบาลในภูมิภาค จะเห็นญาติคนไข้ช่วยกันเช็ดตัวผู้ป่วย มีครอบครัวมาดูแลแทน เพราะว่าบุคลากรเรามีไม่เพียงพอจริงๆ” รศ.นพ.ตรีภพฉายภาพสถานการณ์ในวันนี้

ศิริราชสร้างได้ปีละ 200 คน

เอไอ ทำแทนไม่ได้ ‘ใช้เองก็ยังไม่พอ’

รศ.นพ.ตรีภพอธิบายต่อไปว่า ไทยถือเป็นประเทศที่สาขาวิชาชีพพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลทำงานหนักเกินกว่า 60 ชม./สัปดาห์ ซึ่งต้องทำงานวันละ 10 ชม. ทางกระทรวงสาธารณสุขก็มีแผนในการผลิตในทุกวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทย์ปีละ 15,000 คนต่อปี เพิ่มผู้ช่วยพยาบาล 1,000 คนต่อปีแต่สาระสำคัญคือไม่รู้จะผลิตที่ไหน เพราะสถาบันการศึกษามีจำกัด

“โรงพยาบาลศิริราชเองสามารถผลิตออกมาได้เพียง 200 คนต่อปีใช้เองก็ยังไม่พอ

อาชีพพยาบาล จะสามารถถูกแบ่งเบาภาระงานได้ด้วยอาชีพผู้ช่วยพยาบาล วิชาชีพนี้ยังมีอนาคตที่สดใสอยู่ เป็นวิชาชีพที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะเราต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด AI ไม่สามารถเช็ดตัวคนไข้ได้ ดูแลสุขภาพฟันไม่ได้ ดูแลความสะอาดไม่ได้

เพราะฉะนั้น ผู้ช่วยพยาบาลก็จะสามารถส่งเสริมกระบวนการดูแลรักษาของคนไข้ ไม่เพียงเฉพาะที่ศิริราชเท่านั้น เป็นอาชีพที่การันตีได้เลยว่ามีงานทำแน่นอน เป็นโอกาสที่จะทำให้น้องๆ เข้าสู่ระบบสาธารณสุข เพื่อต่อยอดตัวเองเป็นวิชาชีพที่สูงกว่า อย่างวิชาชีพพยาบาล และวิชาชีพด้านสุขภาพได้” รศ.นพ.ตรีภพคอนเฟิร์ม

หลักสูตร 1 ปี สู่ ‘การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด’

รัชนีพร ภัทรปกรณ์

อีกเสียงที่เน้นย้ำถึงอนาคตที่สดใส รัชนีพร ภัทรปกรณ์ หัวหน้าโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลว่า

ปัจจุบันนโยบายของสภาการพยาบาลออกมาค่อนข้างชัดเจน ในประเด็นดำเนินการแก้ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีภาวะขาดแคลน

ในฐานะที่โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลเป็นผู้ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยจำนวน ชม.หรือภาระงานที่เยอะเกินไป ซึ่งตามมาตรฐานกำหนดเวลาการทำงานอยู่ที่ 48 ขั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันเกินกว่า 60 ชม./สัปดาห์แล้ว

ห้องจำลองการรักษาผู้ป่วย โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล

“เราต้องแก้ปัญหาอย่างไร? ที่จะหาคนมาช่วยงาน ก็ต้องมาพูดถึงผู้ช่วยพยาบาล ที่จะสามารถมาช่วยลดภาระงานพยาบาลได้ ซึ่งสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน สามารถผลิตได้ 7,500-8,000 คน/ปี หากจะเพิ่มการผลิตก็เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอยู่แล้ว

โดยในส่วนของโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล เรามีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้ช่วยพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถ มีเจตจำนงที่ดีในการประกอบอาชีพ ผ่านการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ปัจจุบันนี้เรียนจบในหลักสูตรอย่างเดียวไม่พอ เพราะหลักสูตรเป็นเพียงแค่ 1 ปี เมื่อจบหลักสูตรไปแล้ว เขาก็ต้องมีการเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเรียนรู้ จะมีสิ่งที่ต้องทำให้เราเรียนรู้ได้ทุกวัน

ดังนั้นเราตั้งใจที่จะให้ผู้เรียน มีความตระหนักด้านการเรียนรู้เพื่อใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ และยังสอนเรื่องการทำงานเป็นทีมด้วย เพื่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุด นั่นคือ คนไข้ เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน” รัชนีพรเล่า

30 ยังแจ๋ว อายุไม่ใช่ปัญหา ทัศนคติดี…ก็ตอบโจทย์!

จากนั้น ยังอธิบายถึงคุณสมบัติในการรับนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลว่า โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รับวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า ปัจจุบันนี้เปิดกว้างจนถึงอายุ 30 ปี เพราะมีอีกมุมมองหนึ่งว่า เมื่อมีวุฒิภาวะ ก็จะมีมายด์เซตที่ดีขึ้น มีการคงอยู่ในสายอาชีพมากขึ้น ที่สำคัญคือต้องมีใจรักบริการ และสุขภาพแข็งแรง เพราะก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น ตัวเองต้องแข็งแรงก่อน ซึ่งจะนำมาสู่ความน่าเชื่อถือ

“นโยบายมหาวิทยาลัย ต้องการปลูกฝังให้มีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ช่วย มีทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะการใช้ข้อมูล อย่างที่ทราบกันดี โลกเราเปลี่ยนเร็วมาก การที่เราจะใช้ข้อมูลต่างๆ ตอนนี้มันไร้ขีดจำกัด สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แต่ข้อมูลนั้นต้องพิจารณาว่าเชื่อถือได้หรือไม่ และพึงระมัดระวังการเข้าถึงสื่อโซเชียลให้ได้”

สำหรับพยาบาลกับผู้ช่วยพยาบาลต่างกัน มีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือเพื่อให้ผู้ป่วยนั้นปลอดภัย และได้รับการดูแลตามมาตรฐานที่ดีที่สุด

การจำลองการล้างตัวผู้ป่วยเด็ก

ผู้ช่วยพยาบาลได้ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล เมื่อเรียนจบแล้ว หน้าที่ที่รับผิดชอบคือได้รับมอบหมายจากพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่ได้ซับซ้อนมาก

ส่วนใหญ่งานที่ทำคือ ดูแลกิจวัตรประจำวันผู้ป่วย การเช็ดตัว ให้อาหารทางสายยาง ช่วยจดบันทึกบ้าง หากพบความผิดปกติ ต้องรายงานแพทย์และผู้ร่วมงานให้ทราบ

“ผู้ช่วยพยาบาลเรียน 1 ปี พยาบาลเรียน 4 ปี

สาขาพยาบาลศาสตรบัณฑิต สภาการพยาบาลรับรอง ดูแลเรื่องของการป้องกันการส่งเสริมสุขภาพ ช่วยแพทย์ในการรักษาให้เป็นไปตามแผนการรักษา ฟื้นฟูคนไข้ให้อาการดีขึ้น และประเมินผล มีบทบาทซับซ้อนมากขึ้น และกว้างขวางกว่าผู้ช่วยพยาบาล

พยาบาลบางคนเรียนจบพยาบาลก็มักจะไปต่อยอดอย่างอื่นในปริญญาโท และปริญญาเอก ในตำแหน่งผลงานวิชาการ และตำแหน่งชำนาญการพิเศษ” รัชนีพรอธิบายความเหมือนและต่างระหว่างพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล

การจำลองการให้อาหารทางสายยางแก่คนไข้

Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด

เอสซีจี หนุนทุนศึกษา สร้างประโยชน์สังคม

มาถึงมุมมองของ สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี ที่พร้อมดันมาแต่ไกล โดยพูดคุยในประเด็นเทรนด์การศึกษาในโลกยุคปัจจุบันว่า มูลนิธิเอสซีจี เป็นองค์กรสาธารณกุศล ทำประโยชน์ให้แก่สังคม มุ่งส่งเสริมแนวคิด LEARN to EARN เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด ภายใต้ความเชื่อว่าคนทุกคนมีคุณค่าและศักยภาพในตัวเอง สามารถเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยใช้การเรียนรู้ตลอดชีวิตนำทาง

“เราเชื่อว่า นักเรียนทุกคนต้องมีทักษะวิชาชีพ Hard skill และทักษะชีวิต Soft skill เพื่ออยู่รอดอย่างยั่งยืนและมีความสุข โดยจากผลสำรวจพบ Soft skill ที่ทำให้อยู่รอดได้ในปัจจุบันและอนาคต มี 3 ทักษะ ได้แก่ 1.ทักษะการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลเองก็ตาม ถ้าสื่อสารกับคนไข้ไม่ได้ ก็ไม่สามารถดูแลกันได้

2.ทักษะด้านภาษา ภาษาสากลที่อยู่บนโลกในปัจจุบันมีอยู่เพียงไม่กี่ภาษา รวมทั้งภาษากาย และภาษาพูด เราต้องเข้าใจได้ และ 3.ทักษะความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ ถ้าเราอยู่เหมือนเดิมเราก็ได้เหมือนเดิมแต่ถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ เราก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้”

นอกจากนี้ยังมีทักษะอื่นๆ ที่ควรมี เช่น ภาวะความเป็นผู้นำ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความคิดวิเคราะห์ และการแก้ไขปัญหา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือทักษะที่อยู่นอกห้องเรียน ขณะเดียวกันก็นับเป็นส่วนหนึ่งของทักษะที่ต้องทำความเข้าใจและศึกษาไปตลอดชีวิตด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมา มูลนิธิฯได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในสาขาที่ตอบโจทย์ตลาด จบมามีงานรองรับทันทีจำนวน 7,000 ทุน โดยมีประเภททุน เช่น ทุนผู้ช่วยพยาบาล แก่โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 179 ทุน เป็นงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งนักเรียนทั้งหมดมีงานทำ 100%

“มูลนิธิฯสามารถสร้างโอกาสให้เยาวชนได้มีอาชีพ อยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน และอนาคต ตามแนวคิด LEARN to EARN พร้อมพัฒนาศักยภาพนักเรียนทุนให้มีมายด์เซต ดังกล่าว อีกทั้งยังขยายแนวคิดนี้ให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ ที่สามารถนำไปปฏิบัติจนสามารถสร้างโอกาส สร้างคุณค่าให้กับตัวเองและสังคมได้” กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจีกล่าว

เสียงจาก ‘นักเรียนทุน’ ก้าวแรก

‘ผู้ช่วยพยาบาล’ ช่วยเหลือผู้คน บนเส้นทางฝัน

ปิดท้ายด้วยเสียงของนักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจีกันบ้าง ภัชรภรณ์ กาลเขว้า หรือ ‘น้ำผึ้ง’ นักเรียนโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ศิริราชพยาบาล เล่าว่า ตนเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ ทางบ้านมีอาชีพทำนา ก่อนหน้านี้จบการศึกษาสาขาการบัญชี จากวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีสะเกษ ต่อมาตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ ในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง แต่เรียนได้เพียงแค่ 1 ปีก็ต้องหยุด เนื่องจากครอบครัวไม่มีทุนทรัพย์ให้ไปต่อ จึงต้องลาออกมาหางานทำ ได้เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์โรงพยาบาลเอกชน ทำงานเก็บเงินได้ 32,000 บาท ระหว่างนั้นทราบว่าโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดรับสมัคร จึงตัดสินใจใช้เงินเก็บทั้งหมดสมัครเรียนผู้ช่วยพยาบาล ต่อมาได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิเอสซีจี ที่ช่วยสานฝันในการเป็นผู้ช่วยพยาบาล ไม่เพียงเท่านั้น ยังเล็งเป้าหมายต่อไปคือการเรียนต่อเพื่อเป็น ‘พยาบาล’ เต็มตัว

“นอกจากผู้ช่วยพยาบาลแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการได้เดินตามความฝันอันสูงสุดด้วยการได้เป็นพยาบาล โดยตั้งใจจะเรียนต่อพยาบาลให้ได้” ภัชรภรณ์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เช่นเดียวกับ เบญจมาศ ไชยศร หรือ ‘ยุ้ย’ รุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเล่าว่า ตนเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยเป็นน้องคนสุดท้องที่คอยดูแลครอบครัวมาตลอด หลังได้รับทุนจากมูลนิธิเอสซีจี จนจบการศึกษา ก็เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่
โรงพยาบาลศิริราช ในแผนกที่ให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือ ER โดยมีหน้าที่คอยดูแลกลุ่มผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องรับมือกับคนได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยประเมินอาการคนไข้เบื้องต้น และประสานงานกับพยาบาล และคุณหมอ รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ให้ปลอดภัย

เมื่อทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลได้ราว 2 ปี ก็รวบรวมเงินเก็บเข้าศึกษาต่อหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันอยู่ชั้นปีที่ 2 โดยหวังจะเติบโตในสายงานนี้ และได้มีส่วนสำคัญในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป

นับเป็นอีกย่างก้าวสู่ความสำเร็จในการเติมบุคลากรทางการแพทย์ให้ประเทศ ซึ่งมูลนิธิเอสซีจีได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง สร้างพลัง Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอดอย่างยั่งยืน จากวันนี้สู่อนาคต

ชญานินทร์ ภูษาทอง