หน้าแรก ประชาชื่น คลองบางบาล คื...

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดิม) และคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล อยุธยา

30.03.17 | 13:56 น.
ภาพเขียนของฌ็อง กูร์โตแล็ง บาทหลวงและนักเขียนแผนที่ ชาวฝรั่งเศส สันนิษฐานว่าเขียนแผนที่กรุงศรีอยุธยาระหว่างพำนักอยู่ ณ บ้านเณร ตำบลมหาพราหมณ์ ชานกรุงศรีอยุธยา (ปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์)

คลองบางบาล-มหาพราหมณ์ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ นอกเกาะเมืองอยุธยา เป็นคลองใหญ่มาก่อน ในสมัยอยุธยาใช้เป็นทางสัญจรไปมา มีผู้คนอยู่อาศัยตลอดสมัยอยุธยา และคงอยู่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยเชื่อมกับแม่น้ำสายหลักก็คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา)


คลองบางบาล (อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา) เคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน ใช้สัญจรไปมา และใช้เดินทัพมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

โบราณสถาน ได้แก่ ซากวัด ซากอาคาร ใบเสมา เป็นตัวแทนวัดความหนาแน่นของชุมชน แล้วยังเป็นตัววัดถึงเวลาการตั้งถิ่นฐานของชุมชน ที่อยู่อาศัย สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงปัจจุบัน

1.คลองบางบาล

Advertisement

แม่น้ำเจ้าพระยา จากอ่างทองไหลลงไปถึงหน้าวัดจุฬามณี แยกเป็น 2 สาย ดังนี้

แม่น้ำสายเดิมแยกเข้าคลองบางบาล ไปลงแม่น้ำน้อย

แม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบันที่ผ่านคลองบ้านใหม่หรือคลองบ้านกุ่ม ไปยังหัวแหลมท้ายเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นคลองที่ขยายกว้างในภายหลัง


คลองบางบาลเชื่อกันมานานแล้วว่าคือแม่น้ำเจ้าพระยาเก่า ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผมเข้าไปสอบถามหลายท่านก็เชื่อเช่นนั้น เพราะยังเห็นเรือบรรทุกทรายวิ่งขึ้นล่องไปยังแม่น้ำน้อย หรืออำเภอเสนา บางไทร

หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเคยเป็นแม่น้ำใหญ่ มีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่น ก็คือวัดเก่าๆ?ถึงสมัยอยุธยา มีหลายวัดด้วยกัน เช่น

เจดีย์แปดเหลี่ยมทรงระฆังที่วัดยม ต. วัดยม ซึ่งเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น เปรียบเทียบได้กับเจดีย์ที่มุมบนฐานไพทีของปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ วัดหลังคาขาว ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังพบใบเสมาหินทรายแดงแบบหนาของสมัยอยุธยาตอนต้นที่วัดเก้าห้อง ต. บางบาล ใบเสมาหินชนวนที่วัดโบสถ์ ต. บางบาล ฐานเจดีย์ ฐานอุโบสถ ของสมัยอยุธยาตอนปลาย อีก 2-3 แห่ง

คลองบางบาล ปัจจุบันยังพอมีน้ำใช้สัญจรไปมาได้ เฉพาะเรือเล็กๆ?เรือหาปลา เรือใหญ่อย่างแต่ก่อนเดินไม่ได้แล้ว

ข้อที่น่าสังเกตหรือใช้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อนอีกข้อหนึ่งคือ เมื่อถึงฤดูน้ำเหนือหลาก คลองบางบาลจะเต็มไปด้วยน้ำล้นตลิ่ง เข้าทุ่งนา ดังที่เป็นข่าว สาเหตุเช่นนี้เพราะบริเวณนี้เป็นที่ลุ่มต่ำ สามารถดึงน้ำให้เข้ามาในคลองนี้ได้ดี จนเป็นปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบัน

คลองบางบาล ปัจจุบันไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำน้อยบริเวณตรงข้ามวัดสีกุก แต่ก่อนจะถึงหน้าวัดสีกุกตรงบริเวณบ้านสะพานไทย หัวสะพาน จะมีลำคลองเล็กๆ?แยกออกไป ปัจจุบันเรือเดินไม่ได้แล้ว คือ “คลองมหาพราหมณ์”

 

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา


2.คลองมหาพราหมณ์

มหาพราหมณ์ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นทั้งชื่อบ้าน ตำบล และคลอง ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร

ปากคลองด้านทิศตะวันออกบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่วัดขนอน ต. บ้านป้อม อ. พระนครศรีอยุธยา

ปากคลองด้านทิศตะวันตกบรรจบกับคลองบางบาลที่บ้านหัวเกาะ บ้านสะพานไทย และที่ตั้งของตัวอำเภอบางบาล ชื่อนี้ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดาร แผนที่ที่เขียนขึ้นโดยชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา กับแผนที่ไตรภูมิฉบับอยุธยา-ธนบุรี

เกาะมหาพราหมณ์ เอกสารของกรุงศรีอยุธยาจะเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า เกาะมหาพราหมณ์ ยังมีบ้านหัวเกาะเป็นพยานอยู่

คลองมหาพราหมณ์ปัจจุบันตื้นเขินมาก เกือบจะหมดสภาพความเป็นคลองอยู่แล้ว ได้ตรวจหาเกาะบริเวณกลางคลอง ตลอด 5 กิโลเมตร ไม่เห็นเกาะเลยสักแห่ง พื้นที่รอบๆ?ก็เป็นทุ่งนา รับน้ำในฤดูน้ำหลาก เรียก ทุ่งบางบาล

บริเวณนี้มีลำน้ำสำคัญ 3 สาย รูปคล้ายสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า รวมพื้นที่โดยประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร บริเวณนี้จึงน่าจะเป็นเกาะ (มหาพราหมณ์) ตามความหมายในพระราชพงศาวดาร

สายที่ 1 คลองบางบาล อยู่ทางด้านทิศเหนือ แล้วพุ่งตรงไปทางทิศตะวันตก

สายที่ 2 คลองมหาพราหมณ์อยู่ทางด้านทิศใต้

สายที่ 3 คลองบ้านกุ่มกับคลองบ้านใหม่ (ปัจจุบันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา) อยู่ทางด้านทิศตะวันออก

แผนที่แสดงคลองบางบาลกับคลองมหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา (เขียนโดย พเยาว์ เข็มนาค)

เคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน

เห็นสภาพปัจจุบันคลองบางบาล-คลองมหาพราหมณ์ นึกไม่ออกว่าเคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน หลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่าเคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน คือ

1.แผนที่กรุงศรีอยุธยา ของ วินเซนโซ โคโรเนลลิ (Vincenzo coronelli) พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2239 ตรงกับสมัยของพระเพทราชา

แสดงให้เห็นแม่น้ำใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันตกของเกาะเมือง พุ่งตรงออกไป (จะมีขนาดกว้างพอๆ?กับคลองเมือง (แม่น้ำลพบุรี) และแม่น้ำเจ้าพระยา (ด้านทิศใต้ของเกาะเมือง)

2.จดหมายเหตุ เดอลาลูแบร์ ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม่น้ำจากหัวแหลมขึ้นไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่เราเรียกกันในปัจจุบัน มีอักษรเขียนไว้ว่า “Mapram R.” แสดงให้เห็นว่า ในสมัยอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนี้กับคลองมหาพราหมณ์เป็นแม่น้ำสายเดียวกัน

3.แผนที่ไตรภูมิฉบับอยุธยา-ธนบุรี เขียนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นรูปคล้ายเมล็ดข้าวหรือครึ่งหนึ่งของวงกลม ตรงกลางเกาะเขียนคำว่า “ศรีโยธยา” มีแม่น้ำล้อมรอบ ทางด้านทิศตะวันตกมีแม่น้ำแยกออกเป็น 2 สาย

สายที่หนึ่งพุ่งตรงออกไปทางทิศตะวันตก ผ่านมหาพราหมณ์ ป่าโมก บ้านยาง บ้านคราม คำทอง เขาสรรพยา ธรรมามูล นครสวรรค์

สายที่สองออกไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แยกอีกเป็น 2 สาย สายแรกอ้อมไปบรรจบกับแม่น้ำใหญ่ที่บ้านคำทอง (อ่างทอง ปัจจุบัน) น่าจะเป็นคลองบางแก้ว

[สายที่สองอยู่ถัดขึ้นไป อ้อมไปบรรจบกับแม่น้ำใหญ่ที่บางพุทรา (สิงห์บุรี) น่าจะเป็นคลองลพบุรี]

สรุปข้อมูลที่ได้จากแผนที่ทั้ง 3 ฉบับ แสดงให้เห็นว่า คลองมหาพราหมณ์เป็นคลองใหญ่ คลองเดียวกับคลองบางบาลมาก่อน คนในสมัยอยุธยาใช้สัญจรไปมาระหว่างเมืองต่อเมืองด้วย

ขนอนปากคู อยู่ปากคลองมหาพราหมณ์

ขนอนปากคูตั้งอยู่ที่ปากคลองมหาพราหมณ์ฝั่งเหนือ เพราะมีคลองบ้านกุ่มหรือคลองบ้านใหม่ เป็นคูด้านทิศตะวันออก มีคลองมหาพราหมณ์ อยู่ด้านทิศใต้ ควบคุมการสัญจรไปมาทางน้ำ

ปากคลองมหาพราหมณ์ด้านทิศตะวันออก มีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อ “วัดขนอน” คำว่าขนอนก็คือ ด่านเก็บภาษีและตรวจคนเข้าออก ส่วนมากจะตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำทางสามแพร่ง เป็นที่ตั้งค่ายพม่าในสงครามหลายครั้ง

ฝรั่งเศสตั้งวิทยาลัยที่มหาพรามหณ์

มหาพราหมณ์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นที่ตั้งของวิทยาลัย มีนักเรียนอยู่ประจำ 82 คน มีผู้ดูแล 2 คน (บันทึกการเดินทางของบาทหลวงตาชาร์ด เล่ม 1)

วิทยาลัยแห่งนี้น่าจะอยู่บริเวณ “บ้านตึก” ใกล้ๆ?กับที่ว่าการอำเภอปัจจุบัน

 

แผนที่ศรีอยุธยาที่ไตรภูมิฉบับอยุธยา-ธนบุรี คลองมหาพราหมณ์


แม่น้ำเจ้าพระยา สายใหม่

พระยาโบราณราชธานินทร์ กล่าวถึง ระบบลำน้ำตอน “ลำน้ำบ้านใหม่” ว่า

มีทางน้ำเกิดขึ้นใหม่ แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ข้างวัดจุฬา (มณี) ต. บ้านกุ่ม สายน้ำพัดแรงจัดกัดคลองลึกและกว้าง มาบรรจบกับแม่น้ำบ้านใหม่มะขามหย่องเป็นทางตรง

ตั้งแต่นั้นมาน้ำในคลองหัวสะพาน (คลองบางบาล) ก็ไหลอ่อน ทำให้คลองตื้นและแคบเข้ากว่าเดิมมาก

ลำน้ำบ้านใหม่กับคลองบ้านกุ่มเป็นคลองเดียวกัน ปรากฏอยู่ในแผนที่สมัยรัชกาลที่ 6 คลองนี้รับน้ำมาจากคลองบางนางร้า คลองนนทรีย์ คลองพุทเลา คลองบ้านใหม่ หางกระเบนมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดขนอน

สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นมาจากโผงเผง เข้าคลองบ้านกุ่ม-คลองบางขวด ต่อไปที่เกาะลอย แสดงให้เห็นว่ามีทางลัดแม่น้ำในช่วงนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมทุ่งทั้งหมด จะเดินเรือไปทางไหนก็ได้

คลองมหาพราหมณ์ตื้นเขิน

พระยาโบราณราชธานินทร์ กล่าวไว้ในหนังสือ ระยะทางเสด็จประพาสลำแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2459

แม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าวัดสีกุกข้ามออกไปนั้น ข้าพระพุทธเจ้าสันนิษฐานว่าเป็นคลองขุดแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดียวกับคลองบางบาล-หัวสะพาน) ซึ่งเปลี่ยนในชั้นหลังที่ (บ้าน) หัวสะพาน ซึ่งเดิมสายน้ำ (คลองมหาพราหมณ์) เคยไหลลงที่หน้าวัดขนอน เหนือภูเขาทอง แต่ภายหลังน้ำกัดคลองนี้ (คลองหัวสะพาน-สีกุก) กว้างลึก จนเป็นแม่น้ำแล้ว จึงทำให้แม่น้ำตอนหัวสะพานตื้นเขินไปจนเวลานี้เรือใหญ่เกือบจะเดินไม่ได้อยู่แล้ว

สรุปช่วงนี้ก็คือ เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาแยกสายจากคลองบางบาล มาลงที่คลองบ้านใหม่ คลองบ้านกุ่ม จึงทำให้คลองบางบาล-หัวสะพานไหลช้า ไม่เข้าคลองมหาพราหมณ์ เพราะมีการขุดคลองจากหัวสะพานไปยังหน้าวัดสีกุก คลองมหาพราหมณ์จึงปิดตำนาน คลองที่เคยใหญ่มาก่อนโดยสิ้นเชิง