จากข้าราชการที่มีรายได้ติดลบ
สู่แม่ค้าส้มตำไลฟ์สด
สร้างยอดขาย หลักล้านต่อเดือน
จ ากข้าราชการที่มีรายได้ติดลบในทุกเดือน ได้ลาออกมาเปิดร้านขายส้มตำด้วยเงินเก็บที่เหลืออยู่แค่หลักพัน ตามคำทักของหมอดู ซึ่งเปิดได้ไม่นานร้านส้มตำก็พบกับการขาดทุน… แต่ด้วยความที่ไม่ย่อท้อจึงทำให้ร้านส้มตำกลับมามีกำไร สร้างรายได้ โด่งดัง และมียอดขายมากกว่าวันละ 500 ครก
เจ๊ต๊อกแต๊ก-พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี สาวอีสานใต้จากอุบลราชธานี ต้องกัดฟันสู้มาตั้งแต่เด็ก กับคติประจำใจที่ว่า “ชีวิตต้องสู้เท่านั้น” เพราะว่าช่วงวัยเด็ก ในทุกวันต๊อกแต๊กจะต้องตื่นมาช่วยตากับยายเปิดร้านขายของตั้งแต่ตี 2-6 โมงเช้า ก่อนจะกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดไปโรงเรียนเพื่อแลกกับเงินค่าขนมในแต่ละวัน จึงทำให้การช่วยตากับยายขายของเป็นช่องทางหลักในการหารายได้ ซึ่งในบางวันก็จะนำขนมที่ทำขายที่บ้านเอาไปขายเพื่อนที่โรงเรียนในช่วงพักเที่ยง เพื่อเป็นการหารายได้เสริมในอีกช่องทางหนึ่ง
ด้วยความเก่งและความขยัน ถึงแม้จะต้องตื่นเช้ามาช่วยตายายตั้งร้านในทุกวัน แต่ผลการเรียนของต๊อกแต๊กกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร สามารถสอบติดในอันดับที่ 1-3 ของห้องตลอด เพราะมีความฝันอยากเป็นคุณครูสอนคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก แต่ชีวิตกลับไม่ได้เป็นดั่งหวัง ด้วยความจำเป็นจึงเลือกเรียนต่อสายอาชีพแทน ซึ่งในช่วงที่เรียน ปวช.ตลอด 3 ปี ต๊อกแต๊กได้ทำงานพาร์ตไทม์ควบคู่กันไปเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าอาหารในแต่ละวัน หลังเรียนจบด้วยความมุ่งมั่นที่อยากทำงานที่มั่นคง จึงเริ่มสอบราชการจนได้งานที่เรือนจำอุบลราชธานี ก่อนจะย้ายเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยการสอบบรรจุราชการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี หลังจากทำงานได้อยู่สักพักหนึ่งจึงตัดสินใจลาออกจากงาน เนื่องจากรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตนเอง และมีสิ่งที่อยากทำมากกว่านั้น แต่ด้วยความที่ทางบ้านไม่เห็นด้วย จึงได้กลับมาสอบข้าราชการอีกครั้ง และย้ายสายงานมาเรื่อยๆ แต่ยังคงยึดอาชีพข้าราชการอยู่ ตลอดระยะเวลารับราชการด้วยเงินเดือนที่น้อย จึงไม่พอใช้ ต๊อกแต๊กได้เริ่มหาสินค้ามาขายผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการทำงานประจำ ซึ่งทำได้ประมาณ 8 เดือน จึงรู้สึกว่าตนเองชอบงานค้าขายมากกว่าการทำงานประจำ ต๊อกแต๊กจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตด้วยการลาออกจากงานราชการ
หลังจากลาออกได้ตั้งต้นชีวิตใหม่ในฐานะเจ้าของธุรกิจร้านขายน้ำชง ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และได้มีการไปดูดวงกับหมอดู ซึ่งหมอดูได้ทำนายทายทักต๊อกแต๊กว่า ให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเส้นสีขาว ถึงจะดี ต๊อกแต๊กจึงตัดสินใจลงทุนไปเรียนทำก๋วยเตี๋ยวด้วยเงินเก็บที่เหลืออยู่ 15,000 บาท แต่ด้วยข้อจำกัดในหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่สามารถเปิดร้านได้ จึงได้หันไปเรียนเย็บผ้า โดยใช้ชีวิตอย่างล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จสักที
“กะเทยไม่เคยหยุดคิด” สิ่งที่ต๊อกแต๊กยังคงคิดอยู่เสมอคือ คำทำนายทายทักของหมอดูเรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับเส้นสีขาว และประจวบเหมาะกับการได้ไปไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา ที่คำชะโนด หลังจากนั้นกลับมาบ้านก็ฝันว่าได้ตำส้มตำอยู่กลางคำชะโนด ต๊อกแต๊กจึงตัดสินใจลองดูอีกครั้งในการเปิดร้านขายส้มตำ อาหารอีสาน ลงทุนครั้งแรกใช้ต้นทุนเพียงหลักพัน ได้กำไรกลับมาแค่หลักร้อย แต่ครั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ท้อถอย ไม่ยอมปิดร้าน ต๊อกแต๊กเลือกที่จะหารายได้เสริมช่องทางอื่นมาจุนเจือ เช่น การขายน้ำ ขายลอตเตอรี่ออนไลน์ ทำให้ร้านยังอยู่รอดมาได้
“อยากมีตัวตน ต้องสร้างการจดจำ” หลังจากนั้นต๊อกแต๊กได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการขาย ด้วยการใส่ชุดผ้าไหมสีสันสะดุดตา เดินถือถาดขายส้มตำในตลาดแทนการขายอยู่แค่หน้าร้านเท่านั้น กับวลีเด็ดในการเรียกลูกค้า “เริ่ดเริ่ดค่ะ เริ่ดเริ่ดค่ะ” จนเป็นที่จดจำ จุดเปลี่ยนของร้านคือ การที่มีเพจรีวิวชื่อดังมาถ่ายรีวิวที่ร้าน จนร้านกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน มีลูกค้ามาต่อแถวรอรับคิวตั้งแต่ตี 3 ก่อนร้านเปิด ยาวไปถึงร้านปิดเที่ยงคืนเลยทีเดียว ด้วยความเป็นที่รู้จักของร้านทำให้ต้องขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น จึงได้ออกมาเปิดร้านข้างตลาดคลองลัดมะยมแทน แต่ด้วยช่วงนั้นโควิดระบาด ทำให้ลูกค้าหาย รายได้ลดลง ต๊อกแต๊กเครียดจนเกือบเข้าโรงพยาบาล เพราะไม่รู้ว่าจะเอารายได้จากไหนมาจ่ายค่าที่ ค่าลูกน้อง จึงต้องปรับแผนตามสถานการณ์ ตัดสินใจย้ายร้านอีกครั้งมาที่ถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก (ที่ตั้งร้าน ณ ปัจจุบัน) ด้วยความที่เราเป็นคนที่ให้กำลังใจตัวเองตลอด ไม่ว่าจะผิดหวัง เสียใจ เกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่ แต่เราจะบอกตัวเอง ให้พลังบวกกับตัวเองไว้ก่อน ได้เริ่มขายส้มตำออนไลน์พร้อมไลฟ์สดพูดคุยและขายไปด้วยผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทำให้มียอดคนดูพุ่งสูงกว่าหมื่นคนในแต่ละครั้งที่ไลฟ์สด เราทำไปเรื่อยๆ จนมียอดขายส้มตำได้มากกว่าวันละ 500 ครก ทำให้ร้านกลับมาอยู่ได้แบบทุกวันนี้” ต๊อกแต๊กกล่าว
ร้านแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ ตั้งอยู่ถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. เมนูเด็ดที่ต้องลอง คือ ตำป่า รสชาติจัดจ้าน ปลาร้าถึงใจ กับการการันตียอดขายเฉพาะเมนูเดียวสูงถึง 300 ครกต่อวัน และอีกหนึ่งเมนูแนะนำที่ทุกโต๊ะต้องห้ามพลาดอย่าง ตำข้าวโพด ครบรสเปรี้ยวนำ หวานตาม นัวสุดๆ ตำเกาเหลารวม เครื่องแน่นจัดเต็ม ปูหวานฉ่ำไม่มีกลิ่นคาว แซลมอนหั่นมาชั้นหนาพอดีคำ หอยแครงลวกมากำลังดี ตามด้วยคอหมูย่าง เนื้อฉ่ำ ย่างสุกกำลังดี รสชาติเข้มเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ แต่ถ้าคอแห้งต้องสั่ง ต้มแซ่บกระดูกหมู กระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบแบบไม่ต้องแทะที่มาพร้อมน้ำต้มยำรสแซ่บคะแนนเต็ม 10 ไม่หัก
หากใครสนใจอยากเปิดร้านส้มตำ เตรียมตัวพบกันในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 ในคอร์ส 12 เชฟ 12 เดือน พบกับแม่ค้าลีลาเด็ด เจ๊ต๊อกแต๊ก-พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี เจ้าของร้านแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ ที่ขนครก ขนสาก พร้อมมาสอนให้แซ่บ 15 เมนูจุกๆ เรียกได้ว่าเรียนจบพร้อมเปิดร้านขายได้ทันที (ตำไทย ตำไทยข้าวโพด ตำปูปลาร้า ตำป่า ตำเกาเหลารวม ตำแซลมอน ไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูทอดแดดเดียว ไส้อ่อนทอด ลาบหมู ตับหวาน น้ำตกคอหมู ต้มแซ่บกระดูกหมู และต้มยำซุปเปอร์ตีนไก่) อย่าพลาด พิเศษสุดๆ กับสอนเทคนิคการปรุงน้ำปลาร้า และเทคนิคไลฟ์สดเรียกลูกค้า สมัครด่วนโทร 08-2993-9097 LINE OA: @matichonacademy

