หน้าแรก ประชาชื่น ฉีกกรอบข้อจำก...

ฉีกกรอบข้อจำกัด ประวัติศาสตร์แห่งซีซั่นใหม่ เมื่อ ‘ผ้าไหมไทย’ ผันตัวสู่เครื่องประดับ

26.04.25 | 12:04 น.
ฉีกกรอบข้อจำกัด ประวัติศาสตร์แห่งซีซั่นใหม่ เมื่อ ‘ผ้าไหมไทย’ ผันตัวสู่เครื่องประดับ

ฉีกกรอบข้อจำกัด ประวัติศาสตร์แห่งซีซั่นใหม่
เมื่อ ‘ผ้าไหมไทย’ ผันตัวสู่เครื่องประดับ

ผ้าไหม คือ หนึ่งในงานประณีตศิลป์ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี 

ด้วยเนื้อผ้าที่มันวาว ฟูนุ่ม และมีน้ำหนัก ช่วยเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่ยูนีค 

ไม่เพียงนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่เสริมบุคลิกให้แก่ผู้สวมใส่ หากแต่ผ้าไหมยังสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็น ‘เครื่องประดับ’ ได้อย่างงดงาม

ใครจะคาดคิด ว่าความประณีตตามแบบฉบับของ ‘ผ้าไหมไทย’ จะกลายเป็นไอเท็มแฟชั่นที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยสไตล์

Advertisement

เมื่อแบรนด์ชั้นนำระดับตำนาน อย่าง  Jim Thompson ผู้ผลักดันอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยให้ก้าวไกลในระดับสากลด้วยความงดงามเป็นเอกลักษณ์ ยังคงต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายภายใต้กลยุทธ์ “Beyond Silk” กระทั่งยกระดับฐานะ ‘ราชาแห่งเส้นไหมไทย’ ขึ้นแท่นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกสุดไอคอนิกของไทย ที่โด่งดังเลื่องชื่อในปัจจุบัน

ทว่า ไม่หยุดครีเอตสิ่งใหม่ๆ แต่เพียงเท่านี้

ครั้งแรก! กับการผสานผ้าไหมไทยจาก Jim Thompson เข้ากับหัตถศิลป์อันประณีตของ SARRAN หนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับไทยร่วมสมัย ที่ผนวกนวัตกรรมเข้ากับการแสดงออกทางศิลปะอันโดดเด่น เป็นแบรนด์ที่สร้างชื่อจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเก่งในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง จนได้รับความสนใจทั้งในประเทศและระดับสากล

Jim Thompson x SARRAN การคอลแลบส์ระหว่าง 2 แบรนด์ซึ่งโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ จึงนับเป็นการพาผ้าไหม และเครื่องประดับสัญชาติไทย ออกเดินทางสู่พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลป์แห่งใหม่ ตอกย้ำว่าทั้งสองแบรนด์ ต่างเห็นคุณค่าและเชิดชูหัตถกรรมไทย พร้อมยกระดับคุณค่าด้วยนวัตกรรมการออกแบบที่ร่วมสมัยในระดับสากล 

ผ่านการรังสรรค์ออกมาเป็นคอลเล็กชั่น “Arun” (อรุณ) โดยนำผ้าไหมของแบรนด์ จิม ทอมป์สัน มาสร้างสรรค์บนชิ้นงานของ SARRAN ออกมาเป็นต่างหู กรรเจียก และเข็มกลัด ก่อนเปิดตัวคอลเล็กชั่น ลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน เมื่อต้นเดือนเมษายนผ่านมา 

เรียกได้ว่าทั้งทรงคุณค่าและควรค่าแก่การครอบครองอย่างยิ่ง

ฉีกกรอบข้อจำกัด ‘ผ้าไหมไทย’
จากเครื่องนุ่ง สู่เครื่องประดับ

ด้วยความหลงใหลในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม 

จึงไม่แปลกใจที่แต่ละชิ้นงาน ล้วนสะท้อนกลิ่นอายบางอย่าง ออกมาได้แบบเด่นชัด 

ศรัณญ อยู่คงดี ผู้ก่อตั้ง SARRAN เล่าถึงที่มาของคอลเล็กชั่น Arun (อรุณ) ตั้งใจให้เป็นงานหัตถศิลป์ ที่เชิดชูศิลปะดั้งเดิมและช่างฝีมือที่มากความสามารถของเมืองไทย 

“ความยูนีคของชิ้นงานทุกชิ้น มาจากผ้าไหมผืนงาม ที่ต่างมอบความรู้สึกและเล่าเรื่องราวของตนเองได้อย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการร่วมงานกับ ‘จิม ทอมป์สัน’ โดยได้นำเทคนิคขั้นสูงมาสร้างสรรค์เครื่องประดับจากผ้าไหมในคอลเล็กชั่นนี้”

สำหรับไอเดียของการนำผ้าไหมมาใช้ในเครื่องประดับนั้น เรียกได้ว่าเป็นอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถพอสมควร 

ผู้ก่อตั้ง SARRAN บอกกับเราว่า การใช้ผ้าเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจยากในการนำมาใช้ในชิ้นงาน เพราะคนสมัยก่อนเขากลัวว่าผ้าทำความสะอาดยาก ใช้งานยาก และควรไปอยู่ในหมวดหมู่ของเครื่องนุ่งห่ม

ทั้งเรื่องการอยู่ตัว การทำความสะอาด การโดนน้ำ ซึ่งมายด์เซตของคนสมัยก่อนมักคิดว่าผ้าควรอยู่กับการเป็นไปได้ในเครื่องนุ่งห่มมากกว่า

ศรัณญ อยู่คงดี

“แต่การทำงานในครั้งนี้ ‘จิม ทอมป์สัน’ เองก็กล้าที่จะทำงานร่วมกับผม เพราะผมเองชอบทำงานด้วยการใช้วัสดุแปลกๆ อยู่แล้ว มาครั้งนี้เรามีโอกาสที่จะได้ใช้ผ้าไหมซึ่งเป็นผ้าไหมที่อยู่ในแต่ละซีซั่น และอยู่ในคอลเล็กชั่นสำคัญของ จิม ทอมป์สัน เราก็ได้นำผ้าไหมมาทดลองหลายกระบวนการ เพื่อลบความคิดของคนที่มีต่อผ้าไหมไทย ว่าผ้าไหมไทยมีปัญหาอะไรบ้าง จึงเริ่มต้นด้วยการนำปัญหาของผ้าไหมมาพัฒนา 

เราจะทำอย่างไรให้ผ้าสามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวเองได้ บางครั้งมันอาจจะอยู่ในรูปแบบที่ไม่สวยงาม จนลูกค้าไม่แฮปปี้” ศรัณญเผย

เป็นที่มาของคอลเล็กชั่นอรุณ ที่ทุกชิ้นต้องผ่านการทดลองไม่ต่ำกว่า 6-7 เดือน จึงคอนเฟิร์มได้อย่างมั่นใจผ่านการคิวซีว่าสามารถใช้งานได้จริงได้ และมีคุณภาพชัวร์ๆ 

ศรัณญยอมรับว่า การออกแบบถือว่ายากมาก เพราะต้องผ่านการทดลองหลายขั้นตอน แต่ก็ตั้งใจสุดๆ จนได้ผลลัพธ์ที่พอใจอย่างมาก

“งานดีไซน์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าการพัฒนาผ้าไหมยากกว่า เราจะทำอย่างไรให้ผ้าไหมไม่รุ่ย อยู่ตัว อยู่ทรงได้ มันเป็นการทดลอง ซึ่งทุกครั้งที่มีการทดลอง เราก็ต้องส่งงานให้ จิม ทอมป์สัน ดูเป็นระยะๆ ต้องดูทั้งเรื่องความเป็นไปได้ทางการตลาด สุดท้ายเราต้องทำงานในด้านความเป็นไปได้ของ Commercial เป็นงานที่สามารถจัดจำหน่ายได้จริง

“เราแชร์ประสบการณ์ของ SARRAN และจิม ทอมป์สัน มารวมกันจนเกิดความสนุก ซึ่งได้ประสบการณ์ใหม่ทั้งคู่ ได้หยิบวัสดุในสิ่งที่ยากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมักพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด เมื่อการทำผ้าไหมผ่านไปได้ การทำงานกับวัสดุอื่นก็จะสนุกมากขึ้น 

“เรื่องความคาดหวังกลุ่มลูกค้าผมอยากเห็นรีแอ๊กชั่นแรกของลูกค้าที่เข้ามาดู ว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้าง ในมุมผม ผมมีความสุขกับงานชิ้นนี้แล้ว” ผู้ก่อตั้ง SARRAN เล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ดอกพุดตาน-พระปรางค์วัดอรุณฯ
ซ่อนกิมมิก ไอคอนิกไทยแลนด์

ผู้ก่อตั้ง SARRAN ซึ่งควบบทบาท จิวเวลรีดีไซเนอร์ ฝีมือไม่เหมือนใคร 

พาส่องกิมมิกในการออกแบบเครื่องประดับ ที่นำเอา ‘ดอกพุดตาน’ ลวดลายจากงานกระเบื้องสี ที่ประดับพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มาเป็นแรงบันดาลใจ

เป็นดอกไม้มงคลที่เปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลา จากสีขาวไปสู่สีชมพู แล้วแดงในเวลาเย็นย่ำ จึงงดงามไม่ว่าจะยามเช้า เที่ยง หรือค่ำ ซึ่งหากพูดถึงไอคอนิกของเมืองไทย ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคงจะมีวัดอรุณฯเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก แม้กระทั่งเหรียญ 10 บาทของไทยเราก็เป็นลวดลายพระปรางค์ วัดอรุณฯ 

“ดอกพุดตานเป็นสิ่งที่ผมจำได้ในเวลาที่ผมไปเดินเล่น ก็เป็นอินสไปเรชั่นแรกๆ ในการทำเครื่องประดับของแบรนด์ 

“ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก และตั้งคำถามว่า วัดอรุณฯอยู่ตรงไหน? ทำไมวัดอรุณฯถึงไม่มีจั่วแบบไทย? ทำไมวัดอรุณฯถึงไม่มีสถาปัตยกรรม เป็นการตั้งคำถามถึงเหรียญ 10 บาท ที่ออกมาในยุคตอนผมอายุ 9 ขวบ

“แน่นอนว่าวัดอรุณฯคือหนึ่งในไอคอนิกของประเทศไทย ทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องสถาปัตยกรรม หรือการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพลักษณ์ของไทย วัดอรุณฯ มักจะเป็นภาพแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมา เราจึงเลือก ‘ดอกพุดตาน’ จากลวดลายกระเบื้องของวัดอรุณฯ มาตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องประดับ”

ผู้ก่อตั้ง SARRAN เล่าเบื้องลึกเบื้องหลัง ของการครีเอตคอลเล็กชั่นที่ทำถึง! 

ที่ไม่เพียงสะท้อนความงดงามของศิลปะไทยโบราณ แต่ยังซ่อนความหมายที่ลึกซึ้ง สื่อถึงวัฒนธรรมของหญิงไทยในแต่ละช่วงเวลา

สามเฉดสี เล่าเรื่อง
สื่อความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม

แม้จะ ‘ดอกพุดตาน’ จะมี 3 สีที่เปลี่ยนตามช่วงเวลา คือขาว ชมพู แดง 

อย่างไรก็ดี ศรัณญแอบกระซิบด้วยว่า ทาง จิม ทอมป์สัน มีผ้าให้เลือกหลายร้อยเฉดสีมาก จึงตั้งใจเลือกสีที่คิดว่าจะเล่าเรื่องได้สนุกที่สุด มาพลิกแพลงใหม่

ส่วนตัวจำได้ว่าเวลาเราพูดถึงผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน หรือพูดถึงแบรนด์นี้จะต้องนึกถึง ‘สีส้ม’ เป็นสีที่อยากจะเริ่มต้นใช้เพื่อสื่อสาร ว่าเราได้ทำอะไรกับจิมทอมป์สัน แล้ว

“สีหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือ สีส้ม ของจิมทอมป์สัน เป็นสีส้มที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าที่บ้านมีปลอกหมอนสีส้มและเนกไทของคุณตา ซึ่งเป็นของจิม ทอมป์สัน”

ต่อมาคือ “สีทอง” ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น เอเชีย ได้อย่างลึกซึ้ง

ผู้ก่อตั้ง SARRAN มองว่า สีทองเป็นเฉดสีที่เราเห็นได้บ่อยในบริบทของไทย ไม่ว่าจะเป็น ‘ทองคำเปลวบนพระพุทธรูป’ หรือองค์ประกอบในสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ที่ล้วนบ่งบอกถึงความรุ่งเรือง ศักดิ์สิทธิ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม 

สุดท้ายคือ “สีน้ำเงิน” หรือสีฟ้า เราตั้งคำถามว่า สีฟ้าเป็นสีที่ทำงานได้ไหม เพราะว่าเป็นสีที่ค่อนข้างเข้ม 

“แต่ผมมองว่า ผมสื่อสารความเป็น Oriental Blue ผมอยากให้คอลเล็กชั่นนี้ออกมาสื่อถึงความชอบของคุณจิม ทอมป์สัน ที่สะสมงาน blue and white งานเครื่องกระเบื้องไว้เยอะมาก เพราะผมก็เป็นคนชอบเก็บงานของเก่าเช่นเดียวกัน”

งานอาร์ตที่สวมใส่ได้
ผ้าไทย เป็นอะไรได้มากกว่า

“ความร่วมมือกับ SARRAN เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์ กับการเข้าสู่โลกเครื่องประดับเป็นครั้งแรก งานอาร์ตที่สวมใส่ได้แต่ละชิ้น มอบการใช้งานที่แตกต่างหลากหลาย

เพื่อตอกย้ำว่าผ้าไหมเป็นอะไรได้มากกว่าเสื้อผ้า หรือผ้าตกแต่งบ้าน”

นันท์นภัส เวโรจนวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด จิม ทอมป์สัน ส่งเสียงตอบรับ ผลงานคอลแลบส์ที่สุดปัง! 

ทั้งยังเป็นคอลเล็กชั่นที่สะท้อนปณิธานของจิมทอมป์สัน ในการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทย พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ๆ จากมรดกทางภูมิปัญญาของไทย

สำหรับ คอลเล็กชั่น Arun (อรุณ) ประกอบด้วย ต่างหู กรรเจียก และเข็มกลัด โดยมีไอเท็มไฮไลต์ ได้แก่ Arun Single Flower Earring ต่างหูดอกอรุณดอกเดี่ยว มีให้เลือกถึง 3 ขนาด ได้แก่ S, M และ L ใน 3 เฉดสีอย่าง ส้มอรุณ, น้ำเงินรัตติกาล และเหลืองเจริญ 

หรือจะเลือกเป็น Arun Flower Earrings with Dangling Accents ต่างหูระย้าดอกอรุณ มีให้เลือกแบบสั้นและยาวใน 3 เฉดสีเดิม โดดเด่นด้วยกลีบดอกไม้ที่ทำจากผ้าไหมและแฟบริกเฟลต์ (Fabric Felt) แสนประณีต พร้อมตกแต่งด้วยเพทายและหินธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ที่งดงามไม่แพ้กันคือ Arun Flower Ear Cuff กรรเจียกดอกอรุณ มีให้เลือกทั้งแบบดอกเดี่ยวและแบบระย้า ส่วน Flower Duo Brooch and Pins เข็มกลัดดอกอรุณคู่ มีทั้งหมด 3 ขนาด (ขนาด L มีเฉพาะสีส้มอรุณเท่านั้น) และ 3 สีเช่นเดียวกัน 

คือมิติใหม่แห่งการคอลแลบส์ เบลนด์เอกลักษณ์ระหว่างแบรนด์ได้อย่างยูนีค ทั้งยังตอกย้ำถึงการเชิดชูหัตถกรรมไทย ผ่านการออกแบบที่ผสานนวัตกรรมและความร่วมสมัย 

เป็นการเดินทางอีกก้าวของผ้าไหมไทยสู่ระดับเวิลด์คลาส ได้อย่างน่าจับตา

ชญานินทร์ ภูษาทอง


คอลเล็กชั่น Arun (อรุณ)
ผลิตในจำนวนจำกัด โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ร้านจิม ทอมป์สัน ไอคอนิกสโตร์ (สาขาเฮอริเทจควอเตอร์), สุรวงศ์ แฟล็กชิปสโตร์, ไอคอนสยาม, สยามพารากอน หรือช็อปออนไลน์ได้ทาง www.jimthompson.com เริ่มจำหน่ายที่ SARRAN ณ ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก, คลับ 21 สาขาเกษรวิลเลจ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568