แท็งก์ความคิด : ก้าวต่อไปไทย-จีน
ปีนี้ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ
และปีนี้ก็เป็นปีที่ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูตมา 50 ปีแล้ว
นั่นคือ วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2518 เป็นปีแรกที่ไทยกับจีนผูกพันทางการทูต
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ภายในแผ่นดินจีนเกิดความไม่สงบ กระทั่งปี ค.ศ.1949 กองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถเอาชนะฝ่ายก๊กมินตั๋งได้ การจัดการประเทศของผู้นำอย่าง ประธานเหมา เจ๋อ ตุง จึงเกิดขึ้น
ตามประวัติศาสตร์พบว่า กว่าจีนจะตั้งตัวได้และเปิดตัวสู่ชาวโลกก็ต้องใช้ระยะเวลาพักใหญ่
จากหนังสือ “เศรษฐกิจ การเมือง จีน” ของ วรศักดิ์ มหัทธโนบล ไล่เรียงลำดับการพัฒนาทั้งการเมืองและเศรษฐกิจจีนให้ได้ทราบ
ช่วงแรก มีชื่อของ เฉินอวิ๋น และ ต่งปี้อู่ หลังจากนั้นประเทศจีนก็เริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 1 ค.ศ.1953-1957
ดูเหมือนว่าพอเวลาผ่านไป 5 ปี อะไรๆ ก็จะเติบโตขึ้นอย่างน่ายินดี
แต่พอเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 2 พร้อมๆ กับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ผลที่ปรากฏออกมากลับไม่เป็นไปตามคาด
กว่าที่ประเทศจีนจะหวนกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจจนตั้งตัวได้ก็กินเวลาหลายปี เวลาดังกล่าวได้เปลี่ยนผ่านจากยุคของ เหมา เจ๋อ ตุง มาสู่ยุคของ เติ้ง เสี่ยว ผิง
จากประวัติการเติบโตของสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเทียบกับวันเวลาเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน คือ พ.ศ.2518 หรือ ค.ศ.1975 ก็เท่ากับว่าไทยจับมือจีนในต้นๆ ยุคที่จีนกำลังจะพัฒนาเศรษฐกิจ
เพราะหลังจากนั้นจีนได้วางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ หนึ่งคือ ปฏิรูปเศรษฐกิจในประเทศ หนึ่งคือ การเปิดประเทศ
การปฏิรูปเศรษฐกิจในประเทศ กำหนดให้ปี ค.ศ.1980 ถึง ค.ศ.1989 เป็นการพัฒนาเพื่อปูพื้นฐาน อีก 10 ปีต่อมา คือ ค.ศ.1990-1999 เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจสู่ความรุ่งเรือง
ทั้งหมดนี้เน้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสำคัญ
ส่วนการเปิดประเทศนั้น ถือว่ามีความสำคัญกับการติดต่อ และแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเทคโนโลยีกับต่างประเทศ
กระทั่งปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีนในยุคประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จึงมีทั้งเศรษฐกิจที่เจริญ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนก็แน่นแฟ้น
จากวันนั้นถึงวันนี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยกับจีนครบ 50 ปี
ห้วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์และผูกพันกันหลายระดับ มีการเกื้อกูลกันหลายครั้ง และหลากหลายมิติ
แม้ในยุคแรกๆ จะมีอุปสรรคความสัมพันธ์ในมิติด้านการเมืองการปกครอง แต่สุดท้ายก็คลี่คลาย แล้วก็กลายเป็นมิตรภาพระหว่างกัน
วันนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนมีการพัฒนาตัวเองอย่างสูงยิ่ง
จากชาติเกษตรกรรมเมื่อสมัยก่อน สมัยนี้กลายเป็นชาติแห่งนวัตกรรม
รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีการสื่อสาร รวมไปถึง AI จีนกลายเป็นผู้นำโลก
ต่อไปนี้ ทุกจังหวะก้าวของโลก จีนจะเข้าไปมีส่วนสำคัญในฐานะหนึ่งในผู้กำหนด
ความสำคัญของจีนต่อโลก ทำให้โอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปีนี้มีรสชาติ
เชื่อว่าคนไทยหลายคนอยากจะรู้จักสาธารณรัฐประชาชนจีนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ต้องการรู้จักผู้นำ รู้จักนโยบาย รู้จักจังหวะการก้าวย่างของจีน เพื่อแสวงหาหนทางความร่วมมือขับเคลื่อนความเจริญในรูปแบบต่างๆ
ในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ไทย-จีน จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เป็นจุดเริ่มต้นหันไปมองที่ปี พ.ศ.2518 แล้วทำความเข้าใจกับจีนและไทย
มองดูพัฒนาการของไทยและจีนจากวันนั้นสู่วันนี้
เรียนรู้การเติบโต เรียนรู้ความสัมพันธ์และมิตรภาพ
เรียนรู้ให้เข้าใจกันและกัน เพื่อจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน หลังจากมีพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีมาแล้ว 50 ปี
ปีนี้ เครือมติชนเตรียมจัดกิจกรรมหลายอย่างเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีไทย-จีน
กิจกรรมแต่ละอย่างมุ่งมั่นฉายภาพแห่งความสัมพันธ์ทั้งในอดีต ทั้งปัจจุบัน และชักชวนให้มาช่วยกันมองอนาคต
อนาคตแห่งมิตรภาพ การสร้างสรรค์ และการพัฒนา
อนาคตที่จะร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดคุณูปการกับ 2 ประเทศ
เป็นคุณูปการที่เกิดจากการสร้างสรรค์ และพัฒนากันบนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน
นฤตย์ เสกธีระ

