หน้าแรก ประชาชื่น จีน-ไทย หลายพ...

จีน-ไทย หลายพันปี  ประวัติจีนกรุงสยาม

1.05.25 | 12:41 น.

จีนไทย หลายพันปี
ประวัติจีนกรุงสยาม

ความสัมพันธ์จีนไทยในประวัติศาสตร์ไทย (กระแสหลัก) ซึ่งแพร่หลายมากในสังคมไทยเกือบ 100 ปีมาแล้ว สรุปดังนี้

1. จีนไทย เริ่มแรกมีความสัมพันธ์ในสมัยสุโขทัยราชธานีแห่งแรกของคนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์

2. พ่อขุนรามคำแหง เสด็จเมืองจีน 2 ครั้ง

3. จักรพรรดิจีนให้ช่างจีนแก่พ่อขุนรามคำแหงเพื่อทำเครื่องเคลือบสังคโลกที่สุโขทัย

Advertisement

แต่หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีเท่าที่พบขณะนี้ ไม่สนับสนุนประวัติศาสตร์ (กระแสหลัก) ดังนี้

1. สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของคนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ซึ่งไม่มีในโลก

2. พ่อขุนรามคำแหง ไม่เคยเสด็จเมืองจีน ไม่ว่าครั้งเดียว หรือ 2 ครั้ง แต่เจ้านายเชื้อสายพระร่วงสุโขทัยเสด็จเมืองจีน คือ เจ้านครอินทร์ แห่งรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)

3. จักรพรรดิจีนไม่เคยพระราชทานช่างจีนแก่พ่อขุนรามคำแหง แต่จักรพรรดิจีนพระราชทานช่างจีนแก่เจ้านครอินทร์ จากนั้นเจ้านครอินทร์ให้ช่างจีนขึ้นไปทำเครื่องเคลือบที่สุโขทัยกับศรีสัชนาลัย เรียกสมัยหลังว่าเครื่องสังคโลก

ความสัมพันธ์จีนไทยในหนังสือประวัติจีนกรุงสยาม (เล่ม 1) ไม่พบเรื่องพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน แต่พบหลักฐานใหม่ซึ่งสำคัญมาก จะยกมาดังนี้

จีนถึงไทย 2,000 ปีแล้ว

จีนเป็นจักรวรรดิขนาดใหญ่ ถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับผลิตผลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเนิ่นนาน 

หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าชาวจีนค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับดินแดนในเขตประเทศไทยมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว มีการค้นพบชิ้นส่วนเครื่องปั้นจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (202 ปีก่อนคริสตกาล-9/341-552) ที่สุุราษฎร์ธานี 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานว่าโบราณวัตถุุจีนที่พบในสยามสมัยนั้นขนส่งมาทางบกหรือทางทะเล

[ที่มา : หนังสือประวัติจีนกรุงสยาม เล่มที่ 1 หน้า 12]

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุนจีนไทย หลายพันปี ยังมีอีกมาก จะยกมาเท่าที่รวบรวมได้ เพื่อสนับสนุนหนังสือประวัติจีนกรุงสยาม ที่ควรซื้อไว้เป็นหลักฐานบ้านเมือง ดังต่อไปนี้


หนังสือชุด ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese 

เล่มที่ 1 สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เล่มที่ 2 ยุคล่าอาณานิคม เล่มที่ 3 ยุค        ก่อร่างสร้างประเทศไทย โดย เจฟฟรี ซุน และพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร 

แปลโดย พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, กิตติพัฒน์ มณีใหญ่, สมชาย จิว และนิรันดร นาคสุริยันต์

ชุดปกอ่อน เล่ม1-3 ราคา 1,139 บาท สั่งซื้อได้ที่: เว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน


หลักฐานจีนไทย หลายพันปี

คนหลายชาติพันธุ์ในจีนและในไทย เดินทางไปมาหาสู่กันและกันหลายพันปีมาแล้ว

คนไทยมีบรรพชนเป็นชาวสยาม ซึ่งเป็นลูกผสมของคนชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมหลายชาติพันธุ์ร้อยพ่อพันแม่หลายพันปีมาแล้ว

ภูมิรัฐศาสตร์จีนกับไทยมีพื้นที่ต่อเนื่องผืนเดียวกัน แต่ดินแดนจีนกว้างใหญ่ไพศาล มีแม่น้ำฮวงโห (อยู่ทางเหนือ) กับแม่น้ำแยงซี (อยู่ทางใต้) ส่วนไทยอยู่ในโซเมียทางใต้แม่น้ำแยงซีในจีน แล้วทอดยาวถึงบริเวณแม่น้ำโขง, แม่น้ำสาละวิน, แม่น้ำเจ้าพระยา ในอุษาคเนย์

ทางตอนใต้ของจีนเป็นที่ราบในหุบเขาสูง เป็นถิ่นของคนชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ร้อยพ่อพันแม่อยู่ปะปนกัน แต่ถูกจีนเรียกอย่างรวมๆ โดยไม่จำแนกว่าเยว่ประกอบด้วยคนหลายตระกูล ได้แก่ ทิเบตพม่า, มอญเขมร, ม้งเมี่ยน, และไทไต (ซึ่งเป็นสายหนึ่งของบรรพชนไทย)

หลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดี สนับสนุนความสัมพันธ์ไทยจีน หลายพันปีมาแล้ว ได้แก่ ภาษาและวรรณกรรม, หม้อสามขา, กลองสำริด, โบราณวัตถุและเอกสารจีนราชวงศ์ฮั่น, ปฏิทิน, สิบสองนักษัตร, ขวัญ, แถน, พิธีกรรมหลังความ ตาย, นาทดน้ำ, ดีเอ็นเอ เป็นต้น

[1.] ภาษาและวรรณกรรม มีต้นตอหรือรากเหง้าราว 3,000 ปีมาแล้ว จากภาษาตระกูลไทกะได หรือไทไต มีศูนย์กลางอยู่มณฑลกวางสี ภาคใต้ของจีน พรมแดนต่อเนื่องเวียดนามภาคเหนือ

ภาษาและวรรณกรรมในโลกเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางการค้าโดยคนไม่จำเป็นต้องโยกย้าย หรืออพยพตามไปด้วย 

ดังนั้นภาษาและวรรณกรรมไทไต จากกวางสีเวียดนาม เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางการค้าถึงลุ่มน้ำโขง, ลุ่มน้ำสาละวิน, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยคนจากกวางสีเวียดนาม ไม่ต้องโยกย้ายหรืออพยพไปด้วยกัน

[2.] หม้อสามขา เครื่องเซ่นผีที่เป็นชนชั้นนำ ต้องฝังหม้อสามขาในหลุมศพรวมกับร่างคนตาย ราว 3,000 ปีมาแล้ว

ชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์รับหม้อสามขาจากจีน แล้วแพร่กระจายลงทางทิศใต้ไปตามเส้นทางคมนาคม ถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา และคาบสมุทรมลายู ดังนั้นเมื่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์ตาย ก็เอาหม้อสามขาฝังรวมในหลุมฝังศพเพื่อใช้งานในโลกต่างมิติตามความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผี (เหมือนหม้อลายเขียนสีบ้านเชียง)

  

หม้อสามขา คือภาชนะดินเผามีสามขา อายุราว 3,000 ปีมาแล้ว เป็นเครื่องเซ่นผีใช้ฝังรวมกับศพที่แสดงฐานะทางสังคมระดับชนชั้นนำที่ตายแล้ว โดยมีต้นแบบอยู่ลุ่มน้ำฮวงโหในจีน ต่อมาแพร่หลายถึงดินแดนไทยโดยกลุ่มชาติพันธุ์ในโซเมีย
(ในภาพ) หม้อสามขาในวัฒนธรรมบ้านเก่า จากบ้านเก่า (. กาญจนบุรี) และหนองราชวัตร กับบ้านหัวอุด (. สุพรรณบุรี)

หม้อสามขาในไทย พบมากบริเวณลุ่มน้ำแม่กลองตอนบนแคว ใหญ่, แควน้อย (กาญจนบุรี) จากนั้นกระจายถึงลุ่มน้ำท่าจีน (สุพรรณบุรี) และลุ่มน้ำน้อย (อ่างทอง) 

หม้อสามขาเหล่านี้ไม่ได้นำลงมาจากลุ่มน้ำฮวงโหในจีน แต่ทำขึ้นในท้องถิ่นสำหรับฝังในหลุมศพเท่านั้น จึงไม่ได้ทำขึ้นใช้ในชีวิตประจำวัน

[3.] กลองสำริด เป็นต้นแบบของเครื่องมือประโคมในไทย ได้แก่ ฆ้อง เช่น ฆ้องหุ่ย, ฆ้องวง ฯลฯ แหล่งผลิตดั้งเดิมอยู่ในจีน บริเวณมณฑลยูนนาน และมณฑลกวางสีต่อเนื่องเวียดนาม

ทำด้วยสำริดซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับดีบุก ดังนั้นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เรียกกลองทอง, กลองสำริด ส่วนจีนเรียกถงกู่หมายถึงกลองทองแดง

ไทยทุกวันนี้เรียกกลองสำริดว่ากลองมโหระทึกจากความเข้าใจผิดว่าตรงกับ  หรทึกในกฎมณเฑียรบาลสมัยอยุธยา แต่จริงๆ แล้วหรทึกหมายถึงเครื่องประโคมในพิธีพราหมณ์จากอินเดีย ต่อมาราชสำนักอยุธยายกย่องเป็นเครื่องประโคมศักดิ์สิทธิ์ เรียกหรทึก

[4.] ขวัญ ความเชื่อทางศาสนาผีว่าขวัญหมายถึงพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ มีในคน, สัตว์, พืช, สิ่ง ของ, อาคารสถานที่ [ขวัญต่างจากวิญญาณ ซึ่งทดแทนกันมิได้ แต่ปัจจุบันปนกันระหว่างขวัญทางศาสนาผี กับวิญญาณทางศาสนาพุทธ]

คำว่าขวัญรับจากจีนว่า เฮวิ๋น, หวั๋น (ดูในหนังสือของพระยาอนุมานฯ)

[5.] แถน หมายถึงผีฟ้า ได้จากคำจีนว่า เทียน หรือ เตียน แปลว่าฟ้า 


แม่หญิงอยุธยา กลืนลูกจีนเป็นอยุธยา

หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่าชาวจีนตั้งบ้านเรือนอยู่ในกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้าง มีการค้นพบไหสมัยราชวงศ์หยวนในกรุวัดพระราม และยังพบเศษกระเบื้องจีนสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง และต้นราชวงศ์ชิง ในหลายพื้นที่ของกรุงศรีอยุธยา 

 

 พระพิมพ์จากกรุวัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา ภายในระบุชื่อจีน แซ่เก่อ       ร่วมทำบุญ สมัยราชวงศ์หมิง

ที่กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ พบพระพิมพ์เนื้อชินหลายองค์ ภายในระบุชื่อชาวจีนสมัยราชวงศ์หมิง เป็นผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญสร้างวัด 

ปกติชาวสำเภามิได้พาผู้หญิงติดเรือออกโพ้นทะเล ด้วยวัฒนธรรมจีนเน้นความกตัญญูกตเวที ภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติผู้เฒ่าในเรือน ดูแลสุสานบรรพชน ซึ่งเปรียบดุจผีเหย้าผีเรือนที่ปกป้องครอบครัวให้อยู่ดีมีสุข ฝ่ายชายมักออกเรือไปทำมาหากินตามลำพัง 

ชุมชนจีนในกรุงศรีอยุธยาถือได้ว่าเป็นจีนลูกผสม มีบิดาเป็นจีนพ่อค้านักเดินเรือ ฝ่ายมารดาเป็นแม่หญิงท้องถิ่น 

ล่วงมาถึงสมัยศตวรรษที่ 20 เมื่อสกินเนอร์สัมภาษณ์คนจีนในเมืองไทยยุคสงครามเย็น เขาพบว่าสำหรับครอบครัวจีนในสยามความเป็นจีนเลือนหายไปไม่กี่ชั่วคนเพราะอิทธิพลของฝ่ายหญิงผู้เป็นแม่เรือน กระทั่งชื่อแซ่ชื่อตระกูลก็ไม่ทราบ

[ที่มา : หนังสือประวัติจีนกรุงสยาม เล่มที่ 1 หน้า 24]


 [6.] พิธีกรรมหลังความตาย ต้องจัดการซากศพ 2 ครั้ง เรียกฝังศพครั้งแรก และ ฝังศพครั้งที่ 2 เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อขวัญ ทางศาสนาผี หลายพันปีมาแล้ว 

พบเหมือนกันตั้งแต่แผ่นดินใหญ่ลุ่มน้ำฮวงโหและแยงซีในจีน, ภาคพื้นทวีปอุษาคเนย์ จนถึงคาบสมุทรและหมู่เกาะอุษาคเนย์ มากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว เป็นหลักฐานสำคัญแสดงความสัมพันธ์จีนไทย หลายพันปีมาแล้ว

[7.] ราชวงศ์ฮั่น จีนไทย มีความสัมพันธ์เก่าแก่ตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น 2,200 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการค้าระยะไกลทางทะเลสมัยเริ่มแรกกับอินเดีย ซึ่งมีสินค้าสำคัญคือทองแดง จึงถูกอินเดียเรียกสุวรรณภูมิ

เครื่องมือเครื่องใช้ในวัฒนธรรมฮั่น ทำด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และทำจากวัสดุมีค่าสูง ถูกฝังรวมในหลุมฝังศพชนชั้นนำ ตามความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผี ราว 2,500 ปีมาแล้ว[ภาพเครื่องมือเครื่องใช้สำริด พบที่ม่อนวัดเกษมจิตตาราม บริเวณคลองโพ ต. ท่าเสา  . เมืองฯ จ. อุตรดิตถ์ (ภาพถ่ายก่อน พ.. 2557)]

เอกสารจีนที่แสดงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์จีนไทย ได้แก่ ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่นฉบับหลวง” เขียนถึงประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (ก่อน ค.. 205-.. 25/ก่อน พ.. 748-568) แต่งโดยปันกู้ ซึ่งในบรรพ 28 ว่าด้วยภูมิศาสตร์ มีเนื้อหาระบุการเดินเรือผ่านไปยังดินแดนต่างๆ บริเวณอุษาคเนย์ รวมทั้งดินแดนบ้านเมืองในไทยสมัยโบราณ

[อาจารย์ประพฤทธิ์ ศุกลรัตนเมธี เสนอหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ เพื่อเสวนาในหัวข้อ ประวัติความสัมพันธ์ไทยจีนในเอกสารจีนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.. 2555 ณ ห้อง 301 ตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์         ท่าพระจันทร์] 

[8.] ปฏิทินจากจีน ล้านนาได้ต้นแบบปฏิทินจากกานจือของจีน ราว 2,000 ปีมาแล้ว เป็นปฏิทินลำดับปีและวัน แบบนับวนเป็นรอบๆ และรอบละ 60 เรียกว่าแม่ปีลูกปี” (ที่ลำดับปี) หรือแม่มื้อลูกมื้อ” (ที่ลำดับวัน) 

[9.] สิบสองนักษัตร ไทยรับจากจีน (ไม่อินเดีย) จีนเปลี่ยนปีนักษัตรตอนปีใหม่จีน (ตรุษจีน) ไทยเปลี่ยนปีนักษัตรตอนปีใหม่ไทย คือ เดือนอ้าย หรือเดือนที่ 1 หลังลอยกระทง ตรงกับปฏิทินสากลราวพฤศจิกายนธันวาคม 

[แต่ถูกชนชั้นนำอำนาจรวมศูนย์ครอบงำว่าเปลี่ยนตอนสงกรานต์ ซึ่งไม่ใช่ เพราะสงกรานต์เป็นพิธีขึ้นปีใหม่ในศาสนาพราหมณ์ฮินดู ที่ไทยรับจากอินเดีย ส่วนสิบสองนักษัตรไม่มีในอินเดีย เนื่องจากสิบสองนักษัตรเป็นสิ่งเนื่องในศาสนาผีที่ไทยรับจากจีน]

[10.] นาทดน้ำ มีคันนากักเก็บน้ำ เป็นเทคโนโลยีจากจีน มากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

จีนพบนาข้าวเก่าแก่ 6,000 ปีมาแล้ว ทางตะวันออกของจีน บริเวณพื้นที่ตอนล่างของดินดอนสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำแยงซี มณฑลเจ้อเจียง

[11.]ดีเอ็นเอฮวงโห, แยงซี ความสัมพันธ์จีนไทย มีก่อน 1,700 ปีมาแล้ว หรือก่อน พ.. 868 (สุวรรณภูมิ) พบดีเอ็นเอของคนในจีนบริเวณลุ่มน้ำฮวงโห ราว 1,700 ปีมาแล้ว ปนอยู่กับดีเอ็นเอของคนพื้นเมืองในไทยที่แม่ฮ่องสอน 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่างจากโลงผีแมน (. ปาง มะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน) โดยนักพันธุศาสตร์ (มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก) ร่วมกับนักโบราณคดี (มหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ) มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อต้นปีที่แล้ว พ.. 2567