แท็งก์ความคิด : คนจีนช่วยพัฒนา
หนังสือชุด ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese
เขียนโดย เจฟฟรี ซุน, พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร
แปลโดย สมชาย จิว, พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, กิตติพัฒน์ มณีใหญ่, นิรันดร นาคสุริยันต์
หนังสือชุดนี้มี 3 เล่ม เล่มที่ 1 สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เล่มที่ 2 ยุคล่าอาณานิคม และเล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย
ทั้ง 3 เล่มสะท้อนถึงความผูกพันของชาวจีนกับแผ่นดินไทย
และโดยส่วนตัวกำลังสนใจเรื่องของ “คน” ที่มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจ
ในเล่มที่ 2 ได้ฉายภาพของชาวจีนที่เคลื่อนย้ายจากแผ่นดินใหญ่ออกสู่ทะเล และส่วนหนึ่งมุ่งหน้ามาไทย
ชาวจีนที่แวะเวียนมาอาศัยในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นจีนแต้จิ๋ว
บริเวณถิ่นเดิมชาวแต้จิ๋วมีความสามารถทางการเกษตรเพื่อการพาณิชย์ ดังนั้น การมาเยือนสยามซึ่งมีพื้นที่เอื้อต่อการเพาะปลูกจึงเหมาะแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีจีนแคะที่หมายถึงกลุ่มคนจีนที่พูดภาษาฮากกา
คำว่า “แคะ” เป็นภาษาแต้จิ๋ว หมายถึง “แขกผู้มาเยือน”
อันนี้น่าจะเป็นเพราะจีนแคะอพยพมาจากตอนเหนือของจีนลงมาที่กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน และเจียงซี ซึ่งมีชาวจีนแต้จิ๋วอาศัยอยู่แล้ว
พอจีนแคะมาอยู่จึงเรียกคนเหล่านี้ว่า “ผู้มาเยือน”
ส่วนจีนฮกเกี้ยน มีบทบาททางการค้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และถูกทำลายไปเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 คนที่รอดก็ย้ายมาอยู่ฝั่งธนบุรี
ชาวฮกเกี้ยนเป็นนักเดินเรือและพ่อค้า จึงนิยมอยู่ในเมือง
เข้าใจว่าเมื่อชาวฮกเกี้ยนอยู่ในเมือง และเชี่ยวชาญค้าขาย ส่วนหนึ่งเป็นพ่อค้า และอีกส่วนหนึ่งจึงเป็นขุนนาง
ชาวฮกเกี้ยนที่ไปเป็นใหญ่เป็นโตในเมืองใหญ่ต่างจังหวัดก็มี อาทิ ตระกูล ณ สงขลา หรือตระกูล ณ ระนอง
ยังมีชาวจีนไหหลำ ที่มีความเชี่ยวชาญทางการค้าเหมือนกัน แต่เมื่อมาอยู่สยาม พบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองท่า ชาวจีนฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วได้จับจองการค้าไปหมดแล้ว
ชาวจีนไหหลำจึงเดินทางขึ้นภาคเหนือของไทย
ชาวจีนไหหลำเกิดและอาศัยในพื้นที่ร้อนชื้นจึงมีสภาพร่างกายที่ปรับตัวกับป่าดงดิบได้
ว่ากันว่าจีนไหหลำไม่กลัวยุง จึงเข้าไปหักร้างถางพง เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และบุกเบิกการค้าในเขตห่างไกลได้ดี
และกลายเป็นผู้บุกเบิกเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทภาคเหนือตอนล่างของไทย
ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนในหนังสือชุด ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese
เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของ “คน” ที่ช่วยพัฒนาชาติ “ชาติ”
เป็นคนชนชาติจีน ที่มาอาศัยบนผืนแผ่นดินไทย และช่วยพัฒนาชาติไทยจากอดีตมาจนถึงบัดนี้
นฤตย์ เสกธีระ

