หน้าแรก ประชาชื่น เสียงในความเง...

เสียงในความเงียบ 66 ภาพ 6 หมื่นเฉด‘ดำ-ขาว’ เรื่องราวที่เปลี่ยนโลกทั้งใบ

30.05.25 | 12:33 น.

ท่ามกลางโลกที่โกลาหล ส่งเสียงอื้ออึงอยู่ตลอดเวลา มีเพียงไม่กี่คราที่เราจะหยุดฟังเสียงของ ‘ความสงัด’

ในขณะที่ ‘เสียง’ สำหรับคนทั่วไป อาจเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของชีวิต แต่สำหรับใครบางคนมันคือสิ่งล้ำค่าเปี่ยมความหมาย

“เสียงในความเงียบ” นิทรรศการภาพถ่ายขาวดำ โดย นันทวัฒน์ บรมานันท์ เปิดให้เข้าชมฟรี
ระหว่าง 15 – 31 พฤษภาคมนี้ ที่ชั้น 4 เซ็นทรัล : ดิ ออริจินัล สโตร์

ด้วยไม่อาจสัมผัสได้ แม้สักครั้งในชีวิต 

การกลับมาหนนี้จึงได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ‘เสียงในความเงียบ’ นิทรรศการ โดย นันทวัฒน์ บรมานันท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตะโกนสุ้มเสียงแห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนเสียงชัตเตอร์ ให้เป็นเสียงแห่งโอกาส

ทั้ง ‘66 ภาพ’ สตัฟฟ์โมเมนต์การเดินทางท่องไปในเมืองศิวิไลซ์ ทั้งฝรั่งเศส เวนิส อียิปต์ โคเปนเฮเกน และอีกหลากหลายดินแดนด้วยกล้อง Leica ถ่ายทอดมุมมองอันลุ่มลึกผ่านสายตานักกฎหมายระดับแนวหน้าของไทย ผู้หันมาใช้เลนส์เป็นเครื่องมือสื่อสารความหมายของการขาดหายไปซึ่งบางมิติการรับรู้ อย่าง ‘การได้ยิน’

Advertisement

 ภาพถ่ายขาวดำในนิทรรศการชุดนี้ จึงไม่เพียงบันทึกห้วงหนึ่งของเวลาและความสวยงามทางแลนด์สเคป หากยังสร้างบทสนทนา เชื้อชวนให้หยุดนิ่งเพื่อฟังเสียงของความเงียบด้วยหัวใจ แคปเจอร์บางความรู้สึกไว้ในห้วงอารมณ์ของผู้ชมผ่านสเปกตรัมขาว-ดำที่แยกได้กว่า 6 หมื่นเฉด

(จากซ้าย) นันทวัฒน์ บรมานันท์ และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ผ่านสีสันที่ขาดหายไป ทว่าถูกแต่งแต้มด้วยความตั้งใจจากฝีแปรงของใครอีกหลายคนที่ล้วนมีเจตจำนงเดียวกัน 

คือ ‘เปลี่ยนชีวิต’ ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงใดในชีวิต

อีกทั้งในครั้งนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ลงบนภาพถ่าย 10 ภาพ เพื่อร่วมประมูลสมทบทุน อันมีจุดมุ่งหมายปลายทางคือการ ‘จัดซื้อเครื่องช่วยฟัง 200 เครื่อง’ มอบให้แก่ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่จำเป็นก่อนการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม เพื่อให้เด็ก
หูหนวกและผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยิน กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

นอกเหนือจากภาพฝีพระหัตถ์อันทรงคุณค่าจากศิลปินกิตติมศักดิ์ ยังได้ชักชวนกัลยาณมิตรศิลปินชั้นนำของไทย เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานลงบนภาพถ่ายโมโนโครม ไม่ว่าจะเป็น หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ, พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก, รศ.ดร.สมโชค สินนุกูล, นักรบ มูลมานัส, อัชลินี เกษรศุกร์, อาริญญา กันธิโน และรักฟ้า ซูทเทอร์ลิน

(จากซ้าย) – ศุขสนั่น โชติกเสถียร, อาริญญา กันธิโน, อัชลินี เกษรศุกร์, นันทวัฒน์ บรมานันท์, นักรบ มูลมานัส, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, รศ.ดร.สมโชค สินนุกูล และ รักฟ้า ซูทเทอร์ลิน

แน่นอนว่าเมื่อผ่านการแต่งแต้มเติมแต่งสีสันและจินตนาการเข้าไป ทำให้ราคายิ่งอัพขึ้นไปสิบเท่า

มากกว่ามูลค่าที่เพิ่มพูน คืองบประมาณสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนโลกทั้งใบสำหรับใครอีกหลายคน และนอกจากชิ้นงานที่จัดแสดง ยังรวบรวมเป็นหนังสือภาพ เพื่อสมทบทุนอีกช่องทาง

“เสียงในความเงียบ ชื่องานไม่ใช่ The sound of Silent เพราะนั่นคือเสียงของความเงียบ ในช่วงกลางคืนเวลาเรานอนแล้วมันเงียบ เสียงจักจั่นอะไรต่อมิอะไรมันร้องระงม ได้ยินเสียงหมด

แต่คำว่า ‘เสียงในความเงียบ’ หมายความว่าในความเงียบนั้น เราสามารถส่งเสียงเข้าไปได้”

เครื่องช่วยฟังเทคโนโลยีขั้นสูง รุ่น Leox 3UP จะช่วยให้ยินเสียงพยัญชนะในช่วงความถี่สูง และรับรู้เสียงรอบตัวได้ดีขึ้น ด้วยระบบขยายเสียงพูด ที่ปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

 สำหรับ นันทวัฒน์ ไม่ต่างจากการร่วมแรงร่วมใจ ส่งเสียงเข้าไปในความเงียบงันของคนที่ไม่ได้ยิน ให้ได้ยินเสียง

ส่วนตัวชอบทุกรูป ประทับใจทุกภาพ แต่แอบกระซิบว่ามีหลายชิ้นอยู่เหมือนกันที่ชอบมาก ถึงขนาดอยากจะล็อกเอาไว้เอง 

นันทวัฒน์เผยว่า ทั้ง 66 ชิ้น เป็นผลงานส่วนตัว 31 ภาพ และอีก 35 ชิ้น จะเห็นดีเทลอันหลากหลายจากการคอลแลบส์กับศิลปินที่ล้วนยูนีคในสไตล์ของตัวเอง 

ตั้งต้นที่ชิ้นละ 25,000 บาท รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปจัดซื้อเครื่องช่วยฟังให้กับเด็กและผู้สูงอายุที่ขาดแคลน ช่วยให้เด็กไทยที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้เข้ารับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงข้างละ 500,000 บาท

ภาพถ่ายขาว-ดำ ‘เสียงในความเงียบ’

 ย้อนไปในปี 2562 ‘ด.ช.นภนต์ และ ด.ช.นดลต์’ เด็กฝาแฝดวัย 1 ปี 7 เดือน ได้ยินเสียงแม่เป็นครั้งแรกในชีวิตหลังได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมพร้อมกัน เสมือนมีหูทั้ง 2 ข้างเหมือนเด็กปกติ การรับรู้เสียงเหมือนคนทั่วไป

ได้ยินเสียงในช่วงที่สำคัญต่อพัฒนาการ ทันกับวัยที่ต้องฝึกหัดพูด

และทันที่จะได้ยินเสียงที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ ‘เสียงของผู้เป็นแม่’

พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก

จนถึงปัจจุบัน มีเด็กกว่า 38 คนกลับมาได้ยินเสียงอีกครั้งอย่างสมบูรณ์จากโปรเจ็กต์นี้ และยังคงมีอีกหลายครอบครัวที่รอคอยโอกาสนั้นด้วยความหวัง 

ขณะเดียวกัน ยังมีเด็กจำนวนมากที่ยังไม่ถึงเกณฑ์การผ่าตัด แต่ต้องใช้ ‘เครื่องช่วยฟัง’ เพื่อช่วยกระตุ้นประสาทการได้ยิน ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญลำดับแรกสำหรับการพัฒนาเสียงและภาษา โดยเฉพาะในช่วงวัยก่อน 9 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองของการเรียนรู้และจดจำเสียง

หนังสือภาพ เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องช่วยฟัง

และในปัจจุบันยังขาดแคลนเครื่องช่วยฟังจำนวนมาก 

ครั้งนี้จึงตั้งเป้า ‘จัดซื้อเครื่องช่วยฟัง 200 เครื่อง รวมมูลค่า 3,000,000 บาท’ เพื่อส่งต่อเสียงแรกในชีวิตให้กับผู้ที่ยังอยู่ในความเงียบ แม้จะเป็นอุปกรณ์เบื้องต้นที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาการได้ยินระดับไม่รุนแรงกลับมาได้ยินเสียงในระดับหนึ่ง แต่มั่นใจได้ว่าจะช่วยให้คนเหล่านั้นกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัยและง่ายขึ้น อย่างแน่นอน

 ยังไม่นับการเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัย’ ที่ผู้สูงอายุจำนวนมากเริ่มสูญเสียการได้ยินจากภาวะ ‘หูตึง’ ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สำคัญไปกว่านั้น ‘ความเงียบ’ ยังอาจนำมาซึ่งความเซื่องซึมและปัญหาซึมเศร้าที่พุ่งทวีในอนาคต 

ในความรู้สึกขององค์กรสาธารณกุศล ศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานกรรมการ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เล็งเห็นความจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมสนับสนุนให้การจัดงานนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ได้สำเร็จ

รศ.ดร.สมโชค สินนุกูล

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์มาร่วมในงานนี้

พร้อมเอ่ยวลีขอบคุณศิลปินทุกท่าน ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้แก่ผู้ที่สูญเสียการรับรู้ทางเสียง 

ด้าน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล ตัวแทนเจ้าของสถานที่ เปิดบ้าน ‘เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์’ ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน หลายต่อหลายหน

พร้อมเอ่ยถึงความยินดีอย่างยิ่ง ที่ทางเซ็นทรัลได้มีโอกาสให้ความช่วยเหลือ

“ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ปีแรกจัดที่เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์ อีกสองครั้งจัดแสดงที่ Thailand Creative & Design Center (TCDC) และได้กลับมาจัดที่นี่อีกครั้ง เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง ที่ศิลปินได้มาร่วมกันสร้างโอกาสที่เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่” คือเสียงจากตัวแทนภาคเอกชนที่สะท้อนความใจกว้าง

 นันทวัฒน์ ย้อนเล่าถึงการได้ร่วมทำโปรเจ็กต์ในลักษณะนี้กับมูลนิธิฯมาแล้วหลายครั้ง นับแต่นิทรรศการภาพถ่าย ‘ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง’ ในปี 2565 ที่จัดขึ้นสองพาร์ต “หนึ่งปีที่ผ่านมา ของนันทวัฒน์” ในปี 2567 และล่าสุดคือครั้งนี้

ทุกครั้งที่ทำนิทรรศการเพื่อผ่าตัดไขประสาทหูเทียมให้กับเด็กและผู้สูงอายุ ก็กล่าวได้เต็มปากว่า ได้รับการซัพพอร์ตด้วยดีเสมอมา

 “หนแรกเราจัดที่นี่ อยู่ 20 วัน ได้มา 700,000 ผ่าได้ข้างเดียว ก็เลยไปคิดโปรเจ็กต์ว่า ทำอย่างไรให้เงินเยอะขึ้น? อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ งั้นเราลองชวนศิลปินที่พอรู้จักกัน เอาสีมาลงในรูปดำ-ขาว เพราะผมถ่ายแต่ดำ-ขาว

พอดีมีโอกาส จึงทูลขอฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ ครั้งแรกพระองค์ท่านพระราชทานกลับมาสองรูป เป็นรูปขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนั้นเราจัดประมูลได้รูปละ 1,000,000 บาท แล้วก็มีศิลปินคนอื่นๆ ร่วมด้วย”

นักรบ มูลมานัส

 นันทวัฒน์เล่าว่า จากครั้งแรกได้มา 11 ล้านบาท ณ วันที่ได้มาทางมูลนิธิฯ ก็ผ่าตัดให้เด็กทันที

หลังจากนั้น ก็คุยกับมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และจัดงานครั้งที่สองที่ขยายใหญ่ขึ้น และมีรูปคอลแลบส์มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือคนได้มากกว่าเดิม

“หนที่สองได้มาอีก 16 ล้านบาท ทั้งหมดเป็น 27 ล้านภายในเวลาปีเศษ ตอนนี้เราใช้เงินจำนวนนั้นผ่าตัดเด็กไปแล้ว 38 คน ได้ยินครบถ้วนหมดทุกคน ไม่มีปัญหา ยังเหลือเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งน่าจะผ่าตัดได้อีกประมาณ 10 กว่าคน

 มีอยู่วันหนึ่ง ได้คุยกับท่านประธาน (ศุขสนั่น) ก็ได้ทราบว่าทางมูลนิธิฯ ยังให้ ‘เครื่องช่วยฟัง’ ด้วย ซึ่งเครื่องช่วยฟังเป็นสิ่งที่ให้กับเด็ก ก่อนที่จะผ่าตัด พูดง่ายๆ คือใช้ในเด็กที่หูตึง ยังไม่ถึงขนาดต้องผ่าตัด กับใช้ในผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการได้ยินและไม่สามารถขอเครื่องจากภาครัฐได้ เพราะมีจำนวนไม่เพียงพอ เราก็เลยคิดโปรเจ็กต์กันว่าจะหาเงินจำนวนหนึ่งเพื่อมาซื้อเครื่องเหล่านี้”

“ท่านประธานก็ได้ไปช่วยเจรจา จากเครื่องละ 30,000 กว่าบาท ในที่สุดเราก็ได้ราคาที่ถูกลง แต่เราต้องซื้อทั้งล็อต คือ 200 เครื่อง ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 3 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการครั้งนี้”

รักฟ้า ซูทเทอร์ลิน

 หลังกล่าวจบ ยังแนะนำศิลปินมือทองด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ เพราะทุกครั้งเมื่อไปขอความช่วยเหลือ ไม่เคยปฏิเสธแม้แต่หนเดียว ทุกคนเต็มใจซัพพอร์ต

 บอกเลยว่างานนี้รีเลตกับตัวเองอย่างยิ่ง สำหรับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเดินทางมาเป็นเกียรติเปิดงานท่ามกลางแขกเหรื่อจากหลากหลายวงการ ที่ต่างพร้อมใจหลั่งไหลมาร่วมการกุศล

 “งานนี้ผมมีความผูกพัน เพราะลูกผมก็หูหนวก ต้องผ่าตัดประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) ซึ่งมันจะมีระดับอยู่ว่า หนวกขนาดไหนถึงจะผ่าตัด เพราะเวลาผ่ามันจะทำลายสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด

ดังนั้นถ้าเกิดไม่หนวกสนิท เขาก็จะให้ใช้ ‘เครื่องช่วยฟัง’ ที่จะมาช่วยขยายเสียง และยังใช้ได้ผลดีจริงๆ แล้วก็จำเป็นสำหรับคนที่ไม่ถึงกับ Profound hearing loss (หูหนวก) ด้วย”

 มองงานนี้ เป็นงานที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง และอยากให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

“ต้องบอกว่า เครื่องช่วยฟัง และ Cochlear Implant มันเปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริงๆ อย่างลูกชายผมที่คิดว่าจะพูดไม่ได้ ตอนนี้ก็พูดจนบอกให้หยุดพูดเลย (หัวเราะ) พอพูดได้แล้วมันเปลี่ยนชีวิตเด็กจริงๆ” ผู้ว่าฯกล่าวสปีชเปิดงาน ท่ามกลางรอยยิ้ม

 พร้อมขอบคุณทุกคนที่ร่วมแรง มองเห็นความสำคัญของโอกาส ขอบคุณทั้งอาจารย์และศิลปินที่จะช่วยพลิกชีวิตของเด็กและครอบครัวของพวกเขาที่บางทีเข้าไม่ถึงจริงๆ

 เป็นการเปิดพื้นที่ให้ศิลปะทำหน้าที่เพื่อชีวิต เป็นการสร้างไดนามิกของการร่วมแรงเปิดแลนด์สเคปทางเสียง 

เพราะในความเงียบ ยังมีอีกหลายชีวิตที่เฝ้ารอการได้ยินเสียงของโลกใบนี้

 อธิษฐาน จันทร์กลม

“เสียงในความเงียบ” นิทรรศการภาพถ่ายขาวดำ โดย นันทวัฒน์ บรมานันท์

เปิดให้เข้าชมฟรีไปจนถึง 31 พฤษภาคมนี้ ที่ชั้น 4 เซ็นทรัล :
ดิ ออริจินัล สโตร์ ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก

หรือสามารถร่วมบริจาคสมทบทุน ‘มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์’ เพื่อจัดซื้อเครื่องช่วยฟังให้เด็กหูหนวกและผู้สูงอายุ บัญชีเลขที่ 722-2-20808-9 ธนาคารกสิกรไทย,
โทร 0-2241-5169 หรือ LINE : @deafthai