ตำรับฝรั่งเศส ตำนานจากญี่ปุ่น
‘Henri Charpentier’ แห่งแรกในไทย
ขนมที่ทั่วโลกเรียกร้อง กินเนสส์บุ๊กต้องบันทึก!
ราวกับดอกซากุระผลิบาน ณ เฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น
หากแต่ความงดงามนี้ไม่ได้จำกัดเพียงฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเบ่งบานเป็นแรงบันดาลใจแรก สู่การเปิดประตูช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปแล้วทั่วเอเชีย
Henri Charpentier (อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์) ร้านขนมหวานพรีเมียมสไตล์ฝรั่งเศสชื่อดัง สัญชาติญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้นจากร้านกาแฟเล็กๆ หน้าสถานีรถไฟ Hanshin Ashiya จากการเฝ้ามอง Henri Charpentier เชฟชาวฝรั่งเศส มือทองแห่งยุคต้นศตวรรษที่ 20 ขณะรังสรรค์ ‘เครปซูเซตต์’ ด้วยใจจดจ่อ
นำความตราตรึงให้เกิดขึ้นในใจของ Naokuni Arita ผู้ก่อตั้งแบรนด์ อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ จนเกิดเป็นความหลงใหลการ ‘ทำขนม’ ที่ใส่ความตั้งใจลงไปเป็นส่วนผสม ตัดสินใจสืบทอดอินสไปเรชั่นนี้ ด้วยการควักเงินทุนเปิดร้านขนมหวานญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศสขนาดนิมิไซซ์ ในปี ค.ศ. 1969 ยกชื่อเชฟในตำนาน มาตั้งเป็นชื่อร้านเพื่อเป็นการให้เกียรติ
จนปัจจุบันเติบโตแผ่ขยายไปแล้วถึง 100 สาขาทั่วเอเชีย และอีกหลายสาขาในสิงคโปร์
ล่าสุดเปิดแมปใหม่ แลนดิ้งไทยแลนด์ เช็กอินสาขาแรกในประเทศเป็นที่เรียบร้อย!

เมื่อไม่นานมานี้ (22 พ.ค.) บริษัท ซูเซตต์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (Suzette Holdings Co., Ltd.) เปิดตัว “อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ (HENRI CHARPENTIER)” แบรนด์ขนมหวานโอมากาเสะ สไตล์ฝรั่งเศส ใจกลางแลนด์มาร์กสำคัญของไทยอย่าง ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ ชั้น G ไอคอนสยาม
คัดสรรคำต่อคำโดยชาวเจแปนนิส พร้อมเสิร์ฟความประณีต ลักชัวรี่ ในรูปแบบของเบเกอรี่สดใหม่ นำทัพด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เครปซูเซตต์, ฟินองเซีย, และ เดอะ ชอร์ตเค้ก ที่เรียกได้ว่าคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่น พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยเทคนิคระดับสูง
เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติอันยอดเยี่ยมแก่คนไทย ในทุกโอกาสพิเศษ

ตลาดไทยน่าดึงดูด
ลุ้นฟีดแบ๊กขนมหวาน ‘ผสานวัฒนธรรม’
“วันนี้ อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ ได้มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ที่สยาม ทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม เรารู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราเตรียมตัวและตั้งตารอวันที่จะได้พบกับคนไทย”

เสียงของ อามิ ทานาเบะ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ซูเซตต์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่ตื่นเต้นสุดๆ และลุ้นฟีดแบ๊กจากคนไทยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในเมืองไทยเป็นครั้งแรก
“ตลาดประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความละเอียดอ่อน มีความเป็นสุนทรียศาสตร์สูง และเปิดรับวัฒนธรรมอาหารใหม่ๆ ที่หลากหลาย ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ตลาดไทยน่าดึงดูดและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับแบรนด์ของเรา”
ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจฯออกตัวก่อนว่า อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ ไม่ได้มีเพียงแค่ความประณีตจากต้นแบบประเทศญี่ปุ่น แต่ยังผสมผสานความเป็นขนมหวานของฝรั่งเศส และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ เมื่อแบรนด์ของเราได้ทำการตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีมากถึง 7 สาขา เราก็ได้เพิ่มลูกเล่นความเป็นสิงคโปร์เข้าไป แถมยังได้รับการตอบรับจากชาวสิงคโปร์และมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสิงคโปร์ในช่วงเวลานี้
เรียกได้ว่าเป็นร้านขนมฝรั่งเศสที่ผสมผสานความประณีตแบบญี่ปุ่น แต่ยังมีสไตล์ที่ลื่นไหล
นอกจากนี้ อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ พร้อมเสิร์ฟเค้กสดใหม่ทุกวัน จุดเด่นคือการตั้งครัวกลาง อยู่บริเวณชั้น 2 ของห้างสยาม ทาคาชิมายะ และไม่หยุดเพียงแค่ร้านเดียวเท่านั้น
ในอนาคตยังมีแพลนที่จะเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาในไทย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
“เราจึงมุ่งหวังว่าขนมของเราจะมีมิติใหม่ๆ มากขึ้น ผ่านการผสมผสานวัฒนธรรมไทยที่เราได้มาสัมผัส หลังจากนี้เราจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้แบรนด์ของเราสามารถเป็น ‘สถานที่พิเศษ’ สำหรับลูกค้าชาวไทยในทุกช่วงเวลาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเฉลิมฉลอง หรือในโอกาส เทศกาลต่างๆ”

ความ ‘ออริจินัล’ ที่ต้องหลงรัก
สื่อสาร ‘ความสุข’ เติมเต็มทุกช่วงเวลา
ไม่ว่าโอกาสใด ก็พร้อมส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านทุกรสสัมผัส ที่เด่นชัดในทุกคำ
สำหรับ โทชิอากิ นากาบุชิ Country Manager จาก SUZETTE INTERNATIONAL Co., Ltd. แชร์ประสบการณ์ที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ ที่ประเทศสิงคโปร์
“วันนี้ผมอยากนำสิ่งที่ได้เรียนรู้และสั่งสมมาต่อยอดในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับความตั้งใจ ความพิถีพิถัน และความสุขที่เราสื่อผ่านขนมหวานของเรา”
“ผมอยากจะส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านขนมหวาน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสพิเศษ เทศกาลแห่งความสุข หรือแม้แต่ช่วงเวลาธรรมดาๆ ที่เราต้องการเติมเต็มใจ แบรนด์ของเราหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเหล่านั้น”
โทชิอากิเล่าถึงความตั้งใจ
นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนสังคมไทยในหลากหลายด้าน รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ที่จะพยายามอย่างสุดความสามารถ
ทางด้าน อัตสึชิ โอะคูโมริ (Mr. Atsushi Okumori) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) เผยถึงความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทซูเซตต์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ในการเปิดร้านสาขาแรกในไทย
ซึ่งต้องบอกว่าภายใต้แบรนด์ Henri Charpentier ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในประเทศญี่ปุ่น และที่ห้าง ทาคาชิมายะ
“การเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ ไอคอนสยามครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นห้างญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงแห่งเดียวในไทย ที่รวมสินค้ารวมถึงอาหารญี่ปุ่นไว้อย่างครบครัน
ผมมั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านที่จะมาใช้บริการ จะต้องประทับใจและหลงรักขนมหวานจากอ็องรี ชาร์ป็องติเยร์ อย่างแน่นอน” อัตสึชิ รีวิวจากรสชาติที่ตราตรึงไม่รู้ลืม
กรุ่นจากเตา เสิร์ฟถึงโต๊ะ
ขนมฝรั่งที่ทั่วโลกเรียกร้อง กินเนสส์บุ๊กต้องบันทึก
พร้อมเปิดต่อมความรู้สึก เปิดกลิ่นรับรสสัมผัส
เพราะเชฟของร้านนี้ เขาเสิร์ฟกันสดๆ จากเตา
อ็องรี ชาร์ป็องติเย่ร์ จึงไม่ใช่เพียงของหวานธรรมดา แต่ยังสืบทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยการประยุกต์ทักษะอันประณีต เสิร์ฟความตั้งใจลงไปในจานพร้อมกับความพรีเมียม

ทาคาฮิโระ โคมาอิ Executive chef จาก STUDIO SUZETTE Co.,Ltd. คัดสรร 3 เมนูเด็ด ที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน เป็นเมนูที่หลายชาติต่างรีเควส และแน่นอนว่ายกมาเสิร์ฟที่เมืองไทยแบบ ‘ครบ’
พร้อมแง้มเคล็ดลับการทานให้ฟินสุดๆ
เริ่มต้นที่เมนู ‘ขนมฟินองเซีย (Financier)’ ที่ขายดีมากจนเคยลง Guinness World Records
เชฟเล่าว่า ขนมฟินองเซีย ยกให้เป็น Bestseller หลักของทางร้าน เป็นขนมที่ขายดีที่สุดติดต่อกันกว่า 8 ปี
ครั้นแอบถามเคล็ดลับความอร่อย บอกเลยว่า อยู่ที่กลิ่นหอมของอัลมอนด์และความเข้มข้นของเนยสด
ช่วงเวลาที่ขนมจะอร่อยที่สุด คือรับประทานหลังอบใหม่ๆ จากเตา
โดยการทำขนมฟินองเซียของร้านนี้ จะนำแป้งที่มีการผสมสูตรเฉพาะ นำมาวางบนแท่นพิมพ์ ต่อด้วยการนำขนมเข้าเตาอบต่อด้วยอุณหภูมิ 250 องศา เป็นเวลา 10 นาที
“วิธีการอบของเราจะทำให้ขนมนุ่มเด้ง เชฟพยายามทำให้เนื้อขนมไม่แข็ง และยังสามารถคงความชุ่มชื้นของขนมไว้อยู่” ทาคาฮิโระเล่า
ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นจากเตาอบโชยมาเป็นระยะๆ ชวนให้น้ำลายสอ

กลิ่นยังไม่ทันจาง เชฟไม่รอช้า ไปต่อกับเมนูที่สอง อย่าง ‘เดอะ ชอร์ตเค้ก (The Shortcake)’ เค้กเนื้อนุ่มเบาแทรกรสชาติเปรี้ยว-หวานของสตรอเบอรี่สามลูก ที่ได้แรงบันดาลใจจากเปลวเทียนบนโลโก้ของอ็องรี ชาร์ป็องติเยร์
“เดอะ ชอร์ตเค้ก เป็นอีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่ทางแบรนด์ของเราภูมิใจนำเสนอ เป็นเมนูเค้กที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานและชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและเฉลิมฉลองวันเกิดกับเพื่อน คนรัก หรือคนในครอบครัว” สำหรับเชฟแล้ว เดาว่าเมนูนี้จะนิยมในหมู่คนไทยด้วยแน่ๆ
เค้กเมนูนี้ ประกอบด้วยเนื้อเค้กเนียนนุ่ม สลับเลเยอร์กับสตรอเบอรี่สดฉ่ำ ตกแต่งหน้าเค้กด้วยครีมเนื้อเนียนละมุนพร้อมด้วยสตรอเบอรี่สดลูกโตๆ ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน บอกได้เลยว่าไม่ได้หน้าตาดีอย่างเดียว แต่มีทั้งสีสัน อร่อยแรกรสสัมผัส หอมหวานอย่างลงตัวในทุกคำ

ไม่หมดเพียงเท่านี้ เมนูที่ 3 ดูดีจนต้องยกโทรศัพท์มาเซลฟี่อย่างแน่นอน เพราะ ‘เครปซูเซตต์ (Crêpe Suzette)’ ไม่ได้เด็ดที่หน้าตาอย่างเดียว แต่ส่วนผสมเรียกว่าทำถึง! ให้ความรู้สึกเนื้อนุ่มลื่นดุจแพรไหม มาพร้อมกับเปลวไฟสีน้ำเงินอันแสนงดงาม เป็นเมนูซิกเนเจอร์ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งอ็องรี ชาร์ป็องติเยร์
“เครปซูเซตต์ โดดเด่นด้วยซอสสูตรพิเศษที่ผสมผสานน้ำส้มกับเนย ทำให้น้ำซอสมีความหอมหวานกลมกล่อมอย่างลงตัวกับเนื้อเครปนุ่มๆ
“จุดเด่นพิเศษอยู่ที่การเติมเหล้า Grand Marnier Cordon Rouge เหล้าส้มชื่อดังจากฝรั่งเศสที่กลั่นจากคอนยัคผสมกับผิวส้มสด เพื่อเสริมให้รสชาติน้ำซอสมีความลึกซึ้งและหอมละมุนยิ่งขึ้น เมนูนี้ใช้เวลาปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้น้ำซอสซึมซับเข้ากับเนื้อเครปได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกคำที่ลิ้มลอง”

ขั้นตอนการผสมเหล้า-Grand-Marnier-ช่วยให้ซอสมีความหอมและละมุนยิ่งขึ้น
เชฟเล่าอีกว่า การทำอาหารด้วยความร้อน แอลกอฮอล์และกลิ่นจะหายไป แต่ว่าเหล้า Grand Marnier ยังสามารถคงความเป็นแอลกอฮอล์ และความหอมของกลิ่นได้อยู่ เป็นดีเทลเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่าง
เชฟยังบอกต่อถึงวิธีรับประทานให้ได้รสชาติเต็มที่ คือใช้ช้อนตักแป้งเครปพร้อมกับน้ำซอสส้มเข้าปากพร้อมกัน เพื่อให้ได้สัมผัสความหอมหวานของซอสที่เข้ากันอย่างลงตัว กับเนื้อเครปนุ่มๆ ไปเต็มๆ คำ
“เครปซูเซตต์ สาเหตุที่มีความพิเศษขนาดนี้ ก็ถูกเริ่มต้นมาจาก เชฟขนมหวานชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Henri Charpentier ได้ทำเมนูพิเศษนี้ขึ้นมา เราจึงนำชื่อของเชฟมาเป็นชื่อแบรนด์ขนม เปรียบเสมือนผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำเครป เมื่อผู้ก่อตั้งของทางร้านเราได้เห็นเชฟทำขนมก็เกิดความประทับใจ ก็มาทำเป็นคาเฟ่เล็กๆ ก่อนในช่วงแรก” หัวหน้าเชฟทิ้งท้าย พร้อมท้าพิสูจน์

ไม่เพียงชวนให้หลงใหลในแรกสัมผัส แต่ ‘อ็องรี ชาร์ป็องติเยร์’ ยังมอบความงามทางสุนทรียะที่ล้ำลึกเพื่อส่งต่อความประทับใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
ชญานินทร์ ภูษาทอง

