แท็งก์ความคิด : คุณภาพ คือ ทางรอด
วันนี้หากจะพูดถึงซีรีส์สัญชาติไทย ต้องถือว่าภาพยนตร์เรื่อง “สงครามส่งด่วน” หรือ Mad Unicorn นั้นพุ่งทะลุเพดาน
อาจจะเป็นด้วยการวางภาพยนตร์เรื่องนี้ให้จำกัดแค่ 7 ตอน
อาจเป็นเพราะเรื่องราวที่นำเสนอนั้นอิงแอบกับความเป็นจริงที่ สตาร์ตอัพไทยที่ขึ้นระดับยูนิคอร์นแรกนั้นน่าศึกษา
อาจเป็นเพราะรายละเอียดของการประกอบธุรกิจของคนหนุ่มที่มีความฝัน ปะทะกับธุรกิจเก่าที่มีเงินหนา แต่ก็สามารถทลายกำแพงที่ขวางกั้นเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จได้
อาจเป็นเพราะโครงเรื่องและบทที่ผู้เขียนบทสามารถทำให้ทุกอย่างกระชับเข้าใจง่าย
อาจเป็นเพราะนักแสดงที่เข้าถึงบทบาทของตัวละครแต่ละตัวละครในเรื่องนี้
ทั้ง ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ และ เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน
รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภาพ เสียง
และที่สำคัญคือ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับการแสดง ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สารคดีให้จารึกไว้
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด ในที่สุดภาพยนตร์ซีรีส์ไทยเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และทำให้คนไทยรู้จัก ‘คมสันต์ แซ่ลี’ ผู้ก่อตั้ง แฟลช เอ็กซ์เพรส
คน และ ธุรกิจ ที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา
แต่ที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือ GDH ผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้
เวลาดูภาพยนตร์ชมชอบกับสิ่งที่ได้รับ นอกจากความบันเทิงแล้วยังได้รับสาระ
อย่างน้อยภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ชี้ให้เห็นองค์ประกอบสู่ความสำเร็จและล้มเหลว
มองเห็นความยากลำบากในการทำธุรกิจ
คนคิดดีใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ คนทำได้ดีก็ใช่ว่าจะไม่พลาดพลั้ง
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นใช่ว่าจะเกิดขึ้นจากคนเพียงหนึ่งคน หากแต่ต้องการทีมงานที่มีความสามารถด้วย
การดูแลพนักงานมีความสำคัญในธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มี “คน” เป็นกำลังสำคัญ
รวมไปถึงการทำสงครามราคาคือจุดอวสานของธุรกิจ เป็นต้น
นอกจากสาระที่ได้จากเนื้อหาในจอแล้ว ยังได้มองเห็นเนื้อหาที่อยู่นอกจอด้วย
เมื่อมองดูจังหวะก้าวการเดินของ GDH เป็นบริษัทที่ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจมาพร้อมๆ กับธุรกิจอื่น
เป็นธุรกิจที่เผชิญหน้ากับการดิสรัปชั่นของเทคโนโลยีมาเหมือนกัน
แต่ ณ วันนี้ GDH ได้โชว์จุดแข็งของตัวเองออกมาให้คนไทยได้เห็น
ท่ามกลางกระแสการแข่งขันในแวดวงหนังที่มีคู่ต่อสู้ไม่เพียงแต่ภายในประเทศ หากแต่ยังมีคู่แข่งจากต่างประเทศรวมอยู่ด้วย
ภาพยนตร์ต่างประเทศหลายประเทศได้รับความนิยม เพราะคุณภาพที่มีการพัฒนา
ดังนั้น ภาพยนตร์ไทยจะสู้เขาได้ก็ต้องมีคุณภาพทัดเทียมหรือมากกว่า
ทั้งบทภาพยนตร์ ตัวละคร ผู้กำกับ การตัดต่อ ฉาก และอื่นๆ ต้องมีคุณภาพไม่เป็นรองใคร
ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ น่าจะเป็นกำลังใจให้ธุรกิจไทยอีกหลายธุรกิจ
ตอกย้ำว่าธุรกิจไทยแม้จะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤต แต่ก็สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
สามารถปรับตัวให้สู้กับวิกฤต และดำรงอยู่ด้วยคุณภาพ
หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ นอกจากจะปรบมือกับผู้กำกับและทีมงานแล้ว
ขอปรบมือให้กับบริษัทผู้ผลิตที่สร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง
แม้ช่องทางการนำเสนอ อาจเปลี่ยนจากโรงหนังมาเป็นทีวี หรือแท็บเล็ต หรือแพลตฟอร์มใดๆ
แต่หากผลงานมีคุณภาพเต็มแก้ว หนังไทยก็ยังมีอนาคต
ทั้งเนื้อหาใน “สงครามส่งด่วน” ทั้งเนื้อหานอกภาพยนตร์
ตอกย้ำให้เห็นว่า “คุณภาพ” คือ ทางรอด
นฤตย์ เสกธีระ

