หน้าแรก ประชาชื่น กิตติศักดิ์ ค...

กิตติศักดิ์ คงคา สปอยล์เล่มใหม่ ‘อาชญรีเยนต์’ ‘กลคดีที่ผมนิมิตเอง 100% ไม่เคยอ่านจากที่ไหนในโลก’

15.06.25 | 11:44 น.

กิตติศักดิ์ คงคา
สปอยล์เล่มใหม่ ‘อาชญรีเยนต์’
‘กลคดีที่ผมนิมิตเอง 100% ไม่เคยอ่านจากที่ไหนในโลก’

กิตติศักดิ์ คงคา คือชื่อที่ผงาดขึ้นอย่างโดดเด่น ในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนที่สร้างปรากฏการณ์ติดอันดับขายดีถล่มทลาย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

เรียกได้ว่าสะเทือนเลื่อนลั่นไม่แพ้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

แม้จะก้าวเข้าสู่สมรภูมินักเขียนได้ไม่นาน แต่มีผลงานเผยแพร่สู่สายตาเอฟซีอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 30 เล่ม กระทั่งพีคสุดจาก ‘กาสักอังก์ฆาต’ , ‘โอปปาติกะอำพราง’ และ ‘รจเลขกัมมันต์’ ที่ครองใจประชาชนคนรักนวนิยายสายนักสืบจนพากันเฝ้าคอยผลงานเล่มต่อไปอย่างแทบไม่กะพริบตา

ในวันที่วาร์ปมาแจกลายเซ็น ณ โถงชั้นล่าง อาคารสำนักงาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

Advertisement

จึงขอแวะ ‘คุยลึก’ ขณะนักเขียนดังจรดปากกาวาดน้ำหมึกเป็นลายมือชื่อพร้อมส่งแฟนหนังสือ

“ตอนช่วงมัธยมผมไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ มันทำให้ช่วงชีวิตหนึ่งอยู่แต่กับหนังสือ ตอนนั้นผมชอบอ่านเพชรพระอุมามาก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเปิดประตูหลุดไปอีกโลก มันทำให้รู้สึกว่า หนังสือเป็นที่หลบหนีของผู้คนที่ไม่ได้อยากอยู่บนโลกนี้”

กิตติศักดิ์ เล่าไปเซ็นไป ขณะย้อนความทรงจำถึงจุดเริ่มต้นความสนใจในการอ่านหนังสือในช่วง ม.ปลาย

ประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้มองเห็นคุณค่าของหนังสือในฐานะพื้นที่หลบหนีจากความจริง

โลดแล่นในจินตนาการผ่านตัวอักษร แต่ยังรู้สึก ‘ไม่สาแก่ใจ’ กับนิยายสืบสวนที่มีเรื่องรักหรือเรื่องผีปะปน

แพชชั่นการลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเองจึงเกิดขึ้นตอบโจทย์ความกระหาย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นโบแดง

ถามว่า วันนี้นวนิยายสืบสวนแบบ ไทยๆ ทัดเทียมชาติไหนในโลกแล้วหรือยัง?

“ผมยังเห็นงานสืบสวนที่แข็งแรงมากๆ จากฝั่งญี่ปุ่น สำหรับไทยวันนี้อาจจะยังไม่ใช่ แต่ในอนาคตผมว่าเรายังมีเวลาในการสะสมไป (ยิ้ม) นักเขียนที่มีใจรักในงานสืบสวนจะได้กลับมาทำงานกันอย่างจริงจัง จุดที่ผมรู้สึกว่าเรายังแข็งแรงกันอยู่มากๆ คือ วิธีการทางภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้งานสืบสวนของเราแตกต่างจากชาติอื่น”

กิตติศักดิ์ ให้คำตอบ พร้อมยอมสปอยล์ทั้งชื่อและพล็อตเล่มใหม่ให้แฟนๆ ใจเต้น

⦁ ขอย้อนไปถามถึงจุดเริ่มต้น กระบวนการคิด และแรงบันดาลใจ ก่อนเริ่มเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนเล่มแรก เริ่มต้นฝึกอย่างไร?

สำหรับเชิงเทคนิคมีหลายองค์ประกอบ แง่การสืบสวน ก้อนแรก คือ กลคดี ซึ่งหลักๆ ก็มาจากการอ่านงานสืบสวนของคนอื่น หรือคดีอาชญากรรมจริงเพื่อเก็บความรู้เรื่องกลคดี แรกๆ นักเขียนอาจเขียนกลคดีเองไม่ได้ ต้องนำกลคดีที่มีอยู่บนโลกนี้มาดัดแปลง

ผมว่ากลคดีคือ 70-80% ของงานสืบสวน ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามแต่ผมให้ความสำคัญ กลคดีไม่ดี ก็นำพาให้นักอ่านหลุดออกจากเรื่องที่อ่านได้ง่าย

ก้อนสอง คือ ความสามารถด้านการเขียน ผมฝึกมาจากการเขียนหนังสือหลายเล่มในชีวิตที่ผ่านมา โชคดีที่กาสักอังก์ฆาตเป็นเล่มที่ 20-30 ของผม เราผ่านการฝึกฝนมาแล้วจนเขียนรู้เรื่อง

ก้อนสาม คือ เรื่องของความถูกต้องเชิงวิทยาศาสตร์ ผมเรียนเภสัชศาสตร์มาอยู่แล้ว ความรู้พื้นฐานด้าน anatomy หรือการใช้ยามีหมด เวลาสงสัย เราก็อ่านเป็นประเด็นไปได้ เรารู้แม้กระทั่งว่าเราจะต้องสงสัยอะไร จำได้ว่าช่วงก่อนเริ่มเขียนงานสืบสวนเล่มแรก ผมอ่านหนังสือนิติเวช หรือนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ต่ำกว่า 2,000 หน้า แต่อ่านด้วยความสนุก เพราะผมชอบอ่านเรื่องราวที่เป็น non-fiction โดยธรรมชาติ

⦁ ทราบว่านิยายแนวสืบสวนสอบสวนมีความยากในแง่การออกแบบตัวละคร ส่วนตัวมีวิธีคิดแบบไหน?

อย่างที่บอกว่ากลคดี คือ ส่วนสำคัญ หรือตัวเปิดของเรื่อง เวลาเขียนงานสืบสวน ผมจะแยกกลคดี เป็น กลคดีหลัก กลคดีรอง และกลคดีแวดล้อม กลคดีหลักเป็นส่วนที่ต้องโปรยทั้งปกหน้า และปกหลัง ยกตัวอย่างหากคิดจะทำคดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย พอเฉลยคนอ่านต้องเข้าใจได้ทันที ผมเรียกว่า ‘เส้นผมบังภูเขา’

เวลาเขียนเรื่องสักเรื่อง ต้องหากลคดีหลักให้เจอก่อน แปลว่า แม้นักอ่านจะรู้หรือไม่รู้กลคดีไหนก็ตามแต่เขาต้องติดตามกลคดีหลักของเราไปได้เพราะว่าคือจุดสำคัญที่สุดของเรื่อง ถัดมา กลคดีรองสำหรับผมมันจะง่ายไปเลยก็ได้หรือจะยากไปเลยก็ได้ เพราะทำหน้าที่ให้เรื่องมีสีสัน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ในการเล่นเกมส์โดยตรงกับนักอ่าน ยกตัวอย่างหนังสือของผม รจเลขกัมมันต์ ผมใส่ภาษาสัญลักษณ์ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ยากต่อการแปลความ และมีวิธีการทางภาษาซับซ้อน นักอ่านสามารถอ่านผ่าน ๆ ได้เลย หรืออ่านเฉลยอย่างเดียวก็รู้เรื่อง ผมเอามาเสริมให้เนื้อเรื่องมีความหนักแน่นขึ้นเท่านั้น สุดท้าย กลคดีแวดล้อม เป็นการสร้างบรรยากาศในเรื่องให้คนอ่านติดตามกับเราไปเสมอ โดยไม่มีจังหวะผ่อน ผมเขียนเองก็จะรู้ว่าเริ่มไม่สนุกแล้วต้องหาอะไรโยนเข้ามา

การเขียนงานสืบสวนผมพูดเสมอว่า ยากเหมือนนิยายรัก เพราะนิยายรักบางเรื่องต้องจบว่า พระเอกรักกับนางเอก นิยายสืบสวนก็ต้องจบแบบคลี่คลายคดีให้ได้ อีกเรื่องสำคัญคือ Setting ถ้าส่วนนี้ไม่แข็งแรงพอ นักอ่านอาจรู้สึกว่าเงื่อนไข และวิธีการมันไม่สนุก หนังสือของผม กาสักอังก์ฆาต วัด เป็นตัวละครที่ผมสร้างขึ้นมา มีวิธีแสดงออกอย่างลึกลับ หรือคุก ในรจเลขกัมมันต์ ก็แสดงออกถึงความสิ้นหวัง ไร้อิสรภาพ เช่นเดียวกัน

สุดท้าย ตัวละคร การสร้างตัวละครให้มีความสม่ำเสมอ คือดึงชิ้นส่วนของชีวิตเราออกไปใช้ ผมจะสามารถอ้างอิงได้ว่าตัวละครไหนเหมือนผมตอนอายุเท่าไหร่ การเขียนของผมสมบูรณ์ได้ เพราะทุกตัวละครมีเป้าของตนเองว่า ทำไมจึงต้องอยู่ในเรื่อง ซึ่งงานเขียนทุก ๆ เล่ม มีวิธีการไม่เหมือนกัน บางครั้งหากคนอ่านรู้สึกว่าเรื่องราวของตัวละครนี้มันไม่มีชีวิต เขาก็ไม่ถูกจดจำในสายตานักอ่าน กลับกันบางเรื่องที่ผมพยายามหาคนแบบนั้นในชีวิตจริง และตัวละครมันทำงานกับนักอ่านมากเพียงพอ ก็จะตราตรึงอยู่ ในความรู้สึกของเขา

⦁ นักเขียน หรือนวนิยายเรื่องไหน เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวน?

งานของผมเป็นองค์ประกอบจากผู้คนจำนวนมาก คนแรกที่ผมอยากอุทิศให้ คือ ปราปต์ ผู้เขียน กาหลมหรทึก เป็นคนที่ทำให้ผมเชื่อว่า ประเทศนี้มีคนอ่านงานสืบสวนไทย ผมเชื่ออย่างสุดซึ้งว่า ถ้ากาหลมหรทึกขายได้ กาสักอังก์ฆาต ต้องขายได้ ชื่อหนังสือ กาสักอังก์ฆาต ที่หลายคนสงสัยว่าทำไมทั้งสองเล่มชื่อคล้ายคลึงกัน ผมตั้งใจ Tribute ให้ปราปต์เลย หนังสือเล่มนี้เขาก็มาเขียนคำนิยมให้ด้วย เพราะสำหรับผมปราปต์มีคุณูปการต่องานเขียนประเทศนี้มาก คนมีตลาดเกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องยากในการสร้างตลาด genre ใหม่ วันหนึ่งกาหลมหรทึก สร้างผลงานไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กาสักอังก์ฆาตก็เกิดขึ้น อาจจะทิ้งเวลานาน แต่ต้องยอมรับว่าผมได้เส้นทางมาจาก กาหลมหรทึก จำนวนมาก

คนที่สอง คือ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ผมอ่านงานสืบสวนมานานแต่รู้สึกว่าไม่สนุก พอมาเจองานเขียนของเคโงะ ที่ทำให้เรื่องสืบสวนมันสนุกได้ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ผมศรัทธา และอยากเป็นนักเขียนแบบนี้ ทำให้ผมรู้ว่าการเขียนงานสืบสวนยังมีพื้นที่อยู่ในปัจจุบัน

คนถัดมา คือ อกาธา คริสตี้ ผมว่ากลคดีในโลกนี้เขียนจริงๆ แล้วมีไม่เยอะ ไม่เกิน 10-20 แบบ และต้นแบบกลคดีที่เป็นสายธารในโลกนี้ มาจาก อกาธา คริสตี้ เปรียบเสมือนไบเบิลของการเขียนงานสืบสวน สามารถรู้ได้เลยว่ากลคดีของหนังสือเล่มนี้ เทียบเท่ากับอกาธา คริสตี้ เล่มไหน

และคนสุดท้าย คือ โคนัน ซึ่งมีอิทธิพลต่อตัวผมมาก เราสามารถสนุกกับเรื่องราวสืบสวนได้ ถ้าเราสามารถเขียนมันให้พอดี คือ ไม่เครียด และไม่ง่ายจนเกินไป ยังสร้างความบันเทิงได้อยู่

⦁ หนังสือ โอปปาติกะอำพราง จากนิยายชุดฝาแฝดยอดนักสืบ ทำไมจึงรวมเนื้อหาเชิง ‘วาย’ เข้ามา?

มันเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของนิยายชุดนี้ โอปปาติกะอำพราง เป็นงานเขียนเล่มแรกตั้งแต่วันที่ผมยังไม่มีนามปากกา กิตติศักดิ์ คงคา (เดิมนามปากกา นายพินต้า) ผมเคยเขียนนิยายวายมา 2-3 เรื่อง ซึ่งเป็นนิยายรัก จนกระทั่งวันที่อยากหันมาเขียนแนวสืบสวนสอบสวน แต่ ณ วันนั้นจะให้ผมมาเขียนนิยายสืบสวนแท้ ๆ แบบ กาสักอังก์ฆาต ผมไม่รู้จะเขียนให้ใครอ่าน เพราะมันไม่มีตลาดเลย ผมจึงเขียนนิยายวายแนวสืบสวนสอบสวนแทน ใจหนึ่งอยากเขียนนิยายแนวสืบสวนอย่างจริงจัง เนื้อหาภายในเรื่อง โอปปาติกะอำพราง เลยมีวายอยู่เพียงหน่อยหนึ่ง เพื่อใช้นามปากกานั้นได้โดยไม่ขัดเขิน นับเป็นความไม่กล้าของผม ผลตอบรับจากหนังสือ โอปปาติกะอำพราง เป็นหนังสือที่ขายได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พิมพ์แรกของ กิตติศักดิ์ คงคา จนเกิดแผลว่า ผมไม่กล้าเขียนนิยายสืบสวนมาหลายปี จนกระทั่งกระแสตอบรับอย่างล้นหลามของ กาสักอังก์ฆาต เข้ามา

⦁ คิดไหมว่าทำไม กาสักอังก์ฆาต ถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้?

พูดกันในเชิงความเป็นจริง มันไม่ค่อยมีงานสืบสวนไทยออกมาเท่าไหร่ ออกมามันก็อาจจะขายไม่ได้เลย หรือ กลับกันก็มีโอกาสที่คนจะซื้อไปอ่านได้ง่าย เพราะความสงสัยว่าคนไทยจะเขียนอะไร วันที่งานของผมออกมา มันไม่มีงานในท้องตลาดมาเป็นคู่เปรียบเทียบ ทำให้คนตัดสินใจหยิบไปอ่านได้โดยไม่มีข้อเปรียบเทียบอื่น และผมโชคดีที่นักอ่านนำไปเล่าต่อจนเกิดกระแสจำนวนมาก งานดีแค่ไหนถ้าไม่มีคนเห็น สำหรับผมไม่มีประโยชน์ ผมโชคดีที่ผมอยู่ในวันเวลาที่เหมาะสม สุดท้ายหนังสือมันถูกต้องตามที่คนอยากอ่านนิยายสืบสวนต้องการ เหมือนคนอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือแล้วได้กิน ก็มีความสุข

⦁ ส่วนตัวมองว่ามีเล่มไหนที่รู้สึกว่าตัวเองเขียนได้ แยบยล กว่า กาสักอังก์ฆาต หรือเปล่า?

พอผมได้เรียนรู้จากกาสักอังก์ฆาตมา ผมก็นำข้อบกพร่องทุกอย่างที่ได้รับคำวิจารณ์มาปรับปรุงในเล่มถัดไปทันที อย่างรจเลขกัมมันต์ โดยเฉพาะวิธีการสร้างเรื่องราวสมเหตุสมผล ผมถอยมาอีกก้าว ใส่ความพิถีพิถันลงไปในจุดที่คิดว่านักอ่านสงสัย และสามารถตั้งคำถามเรื่องความสมจริงได้ อาจเพราะผมเติบโตมาในฝ่ายวรรณกรรมประกวด ฉะนั้นการใช้ภาษา จวบจนวรรณศิลป์แสดงทักษะของตนเองจึงนับเป็นส่วนหนึ่งของการให้คะแนน เล่มกาสักอังก์ฆาตต้องยอมรับว่ามีนักอ่านจำนวนหนึ่งต้องการเหตุผลเชิงอธิบายในจุดของเส้นเรื่อง ด้วยเช่นกัน

ผมเรียนรู้ว่าการใช้ภาษาที่มันยากเข้าใจยากไม่ได้แสดงทักษะการเป็นนักเขียนที่ดี สิ่งที่ดีจริงๆ สำหรับผม คือ การที่ทำให้นักอ่านชื่นชอบ และตราตรึงกับผลงานของเรามากกว่า ซึ่งผลตอบรับจาก รจเลขกัมมันต์ ดีขึ้นมาก เป็นหนังสือที่แทบไม่โดนความคิดเห็น หรือการติด้านภาษาเลย เสมือนนักอ่านทุกคนเข้าใจอยู่กับเรื่องไม่มีความรู้สึกว่าภาษายากจนเกินไป สำหรับผมส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวเข้าหาคนอ่าน และส่วนหนึ่งตัวนักอ่านเองก็ชินกับผมมากขึ้น พอแก่นเรื่องของ รจเลขกัมมันต์ กระแทกใจนักอ่านมากกลายเป็นคำถามว่า เรื่องต่อไปจะเล่าอะไรดี

⦁ นอกจากผู้อ่านที่เคยผ่านกาสักอังก์ฆาตมาแล้ว มีกระแสตอบรับจาก คนอ่านหน้าใหม่ บ้างหรือเปล่า?

สำหรับนักอ่านชุด ฝาแฝดยอดนักสืบ ถ้าเทียบกับกาสักอังก์ฆาตอาจจะเรียกได้ว่า เป็นนักอ่านใหม่หมดเลย เพราะผมไม่ได้เขียนสืบสวนเต็มรูปแบบมาก่อน ดังนั้นก็มีคำวิพากษ์วิจารณ์หลายๆ แบบ สุดท้ายแล้วผมเป็นคนชัดเจนว่า ผมอยากเล่าอะไร ผมก็แสดงตัวตนผ่านสิ่งนั้น คำวิจารณ์ทั้งแง่บวก หรือแง่ลบ คือความภาคภูมิใจ และความตั้งใจของผมต่อนักอ่านทุกคน เพราะเนื้อหาสืบสวนในเรื่องมันแน่นมาก นักอ่านที่ชอบแนวนี้ก็จะไปต่อ ส่วนนักอ่านที่ไม่ชอบอาจไม่ไปต่อก็มี

⦁ คำถามที่แฟนๆ อาจจะอยากรู้มากที่สุด คือ ผลงานใหม่ที่กำลังจะปล่อยเร็วๆ นี้

หนังสือเล่มต่อไป ชื่อ ‘อาชญรีเยนต์’ เป็นเรื่องราวของคฤหาสน์ลึกลับรูปสวัสดิกะกลับทิศ สัญลักษณ์ของฝ่ายอักษะ ผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกสร้างทิ้งไว้กลางป่า ในจังหวัดกาญจนบุรี ภายในคฤหาสน์ประกอบด้วยผังห้อง และคำใบ้ประหลาดที่ไม่มีใครสามารถแปลได้ รวมถึงนักสืบยังต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมที่เป็นไปไม่ได้ภายในคฤหาสน์หลังนี้

ผมสนใจเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นพิเศษอยู่แล้ว สำหรับเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศที่ผมโฟกัสจะเล่า และศึกษาโดยตรง คือ ไทย เพราะบังเอิญไปศึกษาบันทึกของนักการเมืองระดับสูงคนหนึ่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทราบว่าประเทศไทยมีเอกสารลับอยู่ 1 ฉบับ จากจอมพล ป. พิบูลสงคราม เราอยากเอาเอกสารนั้นมาใส่ในนิยาย ว่าครั้งหนึ่งในยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยตัดสินใจจะทำอะไร และคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ เพราะถือเป็นเอกสารลับที่ถูกทำลายไปแล้ว ดังนั้นตัวหลักในเรื่องมีหน้าที่นำพาทุกคนไปเจอสิ่งนั้น และบอกให้คนไทยได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเอกสารดังกล่าว

⦁ น่าสนใจตั้งแต่ชื่อเรื่อง คำแปล หรือความหมาย ต้องการสื่อถึงอะไร?

ชื่อเรื่อง ‘อาชญรีเยนต์’ รีเยนต์ แปลว่า ผู้สำเร็จราชการแทน อาชญ มาจาก อาชญากรรม ความหมายคือ ผู้สำเร็จอาชญากรรมแทน เป็นการท้าทายนักอ่านเลยว่าจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ เพราะหากผู้อ่านจับได้ ก็จับตัวคนร้ายได้ก่อนนักสืบด้วยซ้ำ ใครชอบอ่านบ้านวิกลคนประหลาด น่าจะชอบ เล่มนี้เป็นงานสืบสวนที่ผมว่าเบาสมองกว่าเรื่องๆ แต่ขณะเดียวกันมีเรื่องสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง

⦁ คิดว่าผู้อ่านจะตื่นเต้นกับสิ่งไหนบ้างในหนังสือเล่มนี้?

กลคดีที่คิดได้ในเรื่อง เป็นกลคดีที่ผมนิมิตขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง 100% ไม่มีแรงบันดาลใจจากใครทั้งสิ้นเลย ผมบิดวิธีเล่าของเล่มนี้ให้ไม่เหมือนเล่มอื่น และผมเชื่อว่าสำหรับผมมันแปลกใหม่ เพราะผมไม่เคยอ่านกลคดีนี้จากที่ไหนในโลกใบนี้มาก่อน กลคดีหลักมีความซับซ้อน กลคดีรอง คือ การถอดรหัสภาษา และการตีสัญลักษณ์เชิงการเมือง

⦁ ฝากแนะนำคนที่อยากเริ่มต้นเขียนหนังสือ เป็น ‘อาชีพ’ เหมือนกันสักหน่อย?

ต้องมองว่าเราไม่ได้เป็นแค่ นักเขียน แต่เราคือ ผู้ประกอบการ งานของเราไม่ใช่แค่การเขียนหนังสือเสร็จ แต่คือการนำงานไปอยู่ในมือนักอ่านให้ได้ ชอบ หรือ ไม่ชอบ เป็นเรื่องของนักอ่าน และต้องพยายามช่วยเหลือสำนักพิมพ์ในการสื่อสารตัวตนให้งานเขียนมันสมบูรณ์ ผมไม่ใช่นักเขียนที่มีชื่อเสียงตั้งแต่เล่มแรก ผมไม่ใช่ วีรพร นิติประภา ผมไม่ใช่ ปราปต์ ผมเขียนงานมากว่า 30 เล่มแล้ว กว่าจะมาถึง กาสักอังก์ฆาต ที่อาจจะพูดได้ว่าประสบความสำเร็จ

มันผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนาน ผมพูดเสมอว่า ถ้าเราเชื่อมั่นในเส้นทางที่เราเดิน สักวันมันอาจจะพาเราไปถึงจุดหมายของเราก็ได้ เราเขียนงานมา 20 เล่ม มันอาจเป็นเล่มที่ 21 ก็ได้ที่เราถูกหวย แต่ถ้าวันนี้เราเลิกตั้งแต่เล่มนี้ มันก็ไม่ได้ไปต่อ เรียกว่าช่วง จังหวะชีวิต (ยิ้ม) เพราะผมตั้งใจเขียนทุกๆ เล่ม แต่ท้ายสุดมันก็พาผมมาถึงจุดนี้ในเวลาที่เหมาะสม

สำหรับผู้ที่อยากเริ่มเขียนอย่างจริงจัง สำหรับความสำเร็จหลายๆ ครั้ง ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน คุณก็เร่งเวลาไม่ได้ ดังนั้น เวลาเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการผลิตผลงานต่อเนื่องออกมา ต้องรอคอยจนกว่าความสำเร็จจะมาถึงจริงๆ

⦁ อยากให้นักอ่านได้สะท้อนอะไรกับตัวเองบ้างไหม หลังอ่านหนังสือแต่ละเล่มจบ?

หัวใจหลัก คือ ผมอยากให้นักอ่านสนุก และมีความสุข อยากให้นักอ่านได้ผจญภัยไปกับหนังสือของผม พออ่านจบคุณไม่ได้รู้สึกเสียเวลาเปล่า แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว เพราะคุณปิดหนังสือด้วยความรู้สึกว่าคุ้มกับเวลาที่เสียไปในการอ่าน แต่หากถามผมว่าได้อะไรต่อหลังอ่านหนังสือจบ ทุกเล่มมี essence หลักของมันภายใต้กรอบบางอย่าง กาสักอังก์ฆาต เราพูดว่า ไม่มีความหวังของใครที่จะถูกทำลายอย่างสิ้นซากหรอก แม้จะในนามความถูกต้อง หรือรจเลขกัมมันต์ พูดถึง ความยุติธรรมเชื่องช้าไม่ใช่ความยุติธรรม

สุดท้าย หนังสือของผมพาตัวละครไปตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่เป็นโลกสังคมจริงๆ คุณออกมาจากตอนจบ และเงยหน้ากลับมามองประเทศด้วยอะไรบางอย่างที่ได้มาจากหนังสือของผม หรือคุณตั้งคำถามว่า “แล้วประเทศเราความยุติธรรมมันเชื่องช้าไหม”

พรศิวดี หนูหว้า
กัญญ์วรา ขุนยัง