หน้าแรก ประชาชื่น ไทยประกันชีวิ...

ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต  เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปีที่ 3 ประเดิมที่แรก มูลนิธิ APCD มุ่งสร้างทักษะ พัฒนาศักยภาพกลุ่มเปราะบาง 

19.06.25 | 13:15 น.
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต  เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปีที่ 3 ประเดิมที่แรก มูลนิธิ APCD มุ่งสร้างทักษะ พัฒนาศักยภาพกลุ่มเปราะบาง 

ไทยประกันชีวิต
เดินหน้าโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต  เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปีที่ 3
ประเดิมที่แรก มูลนิธิ APCD มุ่งสร้างทักษะ พัฒนาศักยภาพกลุ่มเปราะบาง 

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมติชนอคาเดมี เดินหน้าโครงการ“ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “สอนให้รู้ สู่อาชีพที่ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเปราะบางในสังคม ให้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง และสามารถนำทักษะที่ได้รับไปสร้างอาชีพที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมแรกของปีนี้เริ่มต้นขึ้นที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางในการ
ส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นเวทีสำคัญสำหรับการนำร่องแนวคิดการสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างแท้จริง

กิจกรรมในโครงการครั้งนี้มุ่งเน้นการอบรมและลงมือทำจริง โดยออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ปกครองที่ต้องดูแลบุคคลในครอบครัว โดยคำนึงถึงความง่ายในการลงมือทำ ต้นทุนที่ไม่สูงมาก และสามารถสร้างรายได้จริงในระยะเวลาอันสั้น การสอนทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบหาง่ายและสามารถนำไปต่อยอดได้จริง อย่างแซนด์วิชสร้างอาชีพ และชาผลไม้

ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน พร้อมคำแนะนำจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมติชนอคาเดมี ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการฝึกอาชีพให้กับประชาชนในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ในครั้งนี้มี เชฟคิวกนกพรรณ จันทร์ศิริศรี เจ้าของร้าน อุดมสุข Coffee Happy & More ที่มาช่วยเสริมทักษะด้านการทำอาหารให้เข้าใจง่าย และสามารถนำไปต่อยอดได้จริงในชีวิตประจำวัน

นอกจากการฝึกอาชีพแล้ว โครงการยังเน้นการให้ความรู้เรื่องการวางแผนและบริหารจัดการทางการเงิน ในหัวข้อ “หลังขายดี มีเงินทอง ต้องจัดการ” โดย คุณธรัชสักก์ กิตติ์พันสมุทร กูรูด้านการเงินจากไทยประกันชีวิต ที่มาถ่ายทอดความรู้เรื่องการบริหารจัดการการเงินอย่างเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง โดยเน้นย้ำว่าการเงินไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัว หากเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ หลายคนโดยเฉพาะคุณแม่และน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มมีรายได้ อาจมองว่าเรื่องเงินทองเป็นเรื่องซับซ้อน แต่เมื่อได้ฟังบรรยายก็ถึงกับ “ร้องอ๋อ” ซึ่งเข้ามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารรายรับรายจ่าย การวางแผนเก็บออม การสร้างวินัยทางการเงินตลอดจนการสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ซึ่งความรู้เหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำทักษะที่ได้รับไปสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่หารายได้ในระยะสั้น แต่สามารถพัฒนาตนเองต่อเนื่องได้ในระยะยาว ทั้งในแง่ของอาชีพและการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

Advertisement

นางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงานกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรม CSR ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวเพื่อภาพลักษณ์องค์กรเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของบริษัทในการนำศักยภาพขององค์กรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสังคม ภายใต้แนวคิด Creating Shared Value หรือ CSV ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างองค์กรกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้พิการ ที่มักถูกมองข้ามจากระบบเศรษฐกิจทั่วไป ทั้งที่จริงแล้ว ผู้พิการจำนวนมากมีศักยภาพและความสามารถไม่แพ้บุคคลทั่วไป เพียงแต่ขาดโอกาสในการแสดงออกและพัฒนา
โครงการนี้จึงเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมโยงโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการฝึกอาชีพที่เหมาะสมและการเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินอย่างครบวงจร”

ที่ผ่านมา โครงการ “ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาสสร้างอาชีพ” ได้ขยายผลไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยแต่ละแห่งจะมีการปรับเนื้อหาการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นและความต้องการของชุมชน
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง และเกิดความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังมีการติดตามผลลัพธ์หลังการอบรมเพื่อประเมินความคืบหน้าและความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้ที่ได้รับการอบรม ซึ่งจากรายงานในปีที่ผ่านมา พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมากสามารถเริ่มต้นอาชีพเล็กๆ ได้ด้วยตนเอง และบางรายสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจครอบครัวขนาดย่อมที่สร้างรายได้หลักให้กับครัวเรือน

โครงการนี้ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัท ไทยประกันชีวิต ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า หรือประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และมีแนวโน้มของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น การที่องค์กรขนาดใหญ่สามารถก้าวออกจากกรอบเดิมของธุรกิจ และเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างโอกาสให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคมถือเป็นแนวทางที่ควรสนับสนุนและส่งเสริมอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้สังคมเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้กับกลุ่มเปราะบาง และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ความร่วมมือกับมติชนอคาเดมีซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชน ยังถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้โครงการมีคุณภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้อย่างแท้จริง โดยทางมติชนอคาเดมีได้ออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลาย มีทั้งเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ มีการใช้เครื่องมือจริง วัตถุดิบจริง และสอนให้เข้าใจตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงสามารถเริ่มต้นขายสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ได้จริง และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคง

จากความสำเร็จของโครงการในสองปีที่ผ่านมาและการเดินหน้าต่อในปีที่สามนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งของบริษัทไทยประกันชีวิต ในการเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนโดยการ“ช่วยเหลือ” ที่มุ่งหวังให้เกิดการ “พัฒนา”ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ในมิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตและความภาคภูมิใจในตนเองของผู้พิการและกลุ่มเปราะบางให้มีโอกาสยืนหยัดในสังคมอย่างมั่นคงและเท่าเทียม

มติชนอคาเดมี