ไทย-อังกฤษ170ปี
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักรมา 170 ปีแล้ว
วันก่อน สถานทูตสหราชอาณาจักร หรือที่เราๆ เรียกว่าสถานทูตอังกฤษได้จัดคอนเสิร์ตขึ้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทอดพระเนตรด้วย
สถานที่จัดงานคือ หอประชุมโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
คอนเสิร์ตครั้งนี้ทางอังกฤษนำวง The Royal Marines Band Service ในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร มาเปิดแสดง
วงดุริยางค์ราชนาวิกโยธินสหราชอาณาจักรนี้มีชื่อเสียงมาก
มีประวัติคู่มากับประวัติศาสตร์การทหารของสหราชอาณาจักร โดยเริ่มต้นจากการตีกลองสัญญาณในสนามรบ
กระทั่งปัจจุบันพัฒนากลายมาเป็นวงดุริยางค์ทหารที่มีชื่อระดับโลก
ในสูจิบัตรงาน ระบุว่า วงดุริยางค์ราชนาวิกโยธินของสหราชอาณาจักร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2446 มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถรอบด้าน และความแม่นยำ
มีหน้าที่่สนับสนุนงานพิธีการรวมทั้งการปฏิบัติการในความขัดแย้งและเหตุฉุกเฉินทั่วโลก
ภายในหอประชุมโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มองไปบนเวทีเห็นวางเก้าอี้ และแท่นวางโน้ต วงที่จะแสดงเป็นกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลือง
คราแรกที่เห็น รู้สึกว่าเป็นวงเล็กมีคนไม่กี่คน แต่เมื่อการบรรเลงเริ่มขึ้น เสียงเครื่องเป่าที่ประสานกันทั้งทรัมเป็ต คอร์เน็ต ทรอมโบ ยูโฟเนียม และอื่นๆ ฟังแล้วกลมกลืนมีพลังอย่างมาก
หลังจากบรรเลงบทเพลงสรรเสริญพระบารมี และเข้าสู่พิธีการแล้ว
บทเพลงที่ตามมา A Fanfare Of Daffodils ได้ส่งเสียงประโคมขึ้น เป็นเสียงประโคมที่ไม่ดังเกินไป แต่ก็ส่งพลังของบทเพลงให้ผู้ฟังได้สัมผัส
การแสดงบทเพลงหลังจากนั้น มีบางเพลงที่ปรากฏทหาร 5 นาย พร้อมกลองสแนร์ เดินแถวออกมาจากด้านหลังผู้ฟัง
ทหารทั้ง 5 นายมีระเบียบวินัย มีการควบคุมเสียงกลองสแนร์ และรักษาจังหวะเป็นอย่างดี สอดรับกับเครื่องเป่าทองเหลือง ฟังแล้วรู้สึกทึ่ง
ในด้านความสามารถเฉพาะตัว เมื่อคอนดักเตอร์แนะนำ สิบเอก Matt Dixon ว่าเป็นมือหนึ่งยูโฟเนียม ทำให้ตั้งใจฟัง
แล้วบทเพลง My Grandfather’s Clock ที่เริ่มจากทำนองที่ขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วปกติ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการโซโล
จากปกติ สู่เร็ว สู่เร็วมาก สู่เร็วยิ่งขึ้น
ตอกย้ำความสามารถที่ผ่านการเคี่ยวกรำจนยากที่ใครจะทำได้เช่นนี้
จึงไม่แปลกที่เมื่อบทเพลงนี้จบลง เสียงปรบมือทั่วทั้งหอประชุมจึงดังกระหึ่ม
ยังมีอีกคนที่ออกมาแสดงโซโล นั่นคือ สิบตรี Simeon Johnson ที่ได้โชว์โซโลคอร์เน็ตด้วยเสียงอันหวานจับใจ
บทเพลง First Flight ที่บรรเลงดึงดูดผู้ฟังให้ติดตามจากต้นจนจบอย่างน่าประทับใจ
นอกจากนี้ ในการแสดงยังมีช่วงหนึ่งที่กระตุ้นให้ทุกคนต้องตั้งใจฟัง เพราะวง The Royal Marines Band Service ได้เรียบเรียงบทเพลงจากภาพยนตร์ดังระดับโลกมาผสมผสานกัน
คอนดักเตอร์ชวนให้ฟังแล้วทายดูสิว่า บทเพลงท่อนไหนมาจากภาพยนตร์เรื่องอะไรบ้าง
ต่อมาวง The Royal Marines Band Service ได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาบรรเลง
เป็นบทเพลงมาร์ชที่สูจิบัตรระบุชื่อ “King Rama IX March”
บทเพลงนี้ฟังแล้วคึกคัก ฮึกเหิม และสำหรับพสกนิกรชาวไทยแล้ว บทเพลงนี้ทำให้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ธ ผู้พระราชนิพนธ์บทเพลงนี้อีกด้วย
หลังจากบทเพลงพระราชนิพนธ์แล้ว ยังมีอีก 2-3 บทเพลงที่วง The Royal Marines Band Service บรรเลง กระทั่งการแสดงสิ้นสุดลงด้วยความประทับใจ
ทุกบทเพลงที่ขับกล่อมในหอประชุมได้สร้างความประทับใจแก่ผู้ฟังได้อย่างดีเยี่ยม
เหมาะสมกับวาระเฉลิมฉลองที่ไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์ทางการทูต 170 ปี
เป็นความสัมพันธ์อันดีที่มีมาตั้งแต่อดีต และน่าจะสืบสานต่อไปสู่อนาคต

