หน้าแรก ประชาชื่น กางแผนเช็กสุข...

กางแผนเช็กสุขภาพ‘ต้นไม้’ ก่อนสร้าง‘สกายวอล์กราชวิถี’ ปักธง‘อนุรักษ์ไม้ใหญ่ไว้ให้มากที่สุด’

12.07.25 | 12:39 น.

ม่ใช่แค่อิฐ ปูน ตึกระฟ้า ที่ทำให้เมืองพัฒนาเป็นอารยะ 

ทว่า ต้นไม้ พื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์ คือปัจจัยสำคัญของ ‘เมืองน่าอยู่’ ดูแลจิตใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต 

ควบคู่การเดินหน้าความเจริญทางวัตถุ ดังเช่นโครงสร้างพื้นฐานที่มอบความสะดวกสบายให้ผู้คน 

ล่าสุด เมื่อมีโครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) ช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย 1.341 กิโลเมตร ซึ่งจะเริ่มต้นสัญญาวันที่ 19 เมษายน 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 13 เมษายน 2569 ระยะเวลาดำเนินการ 360 วัน 

Advertisement

กรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการไว้มากที่สุด พร้อมกับส่งเสริมเมืองเดินได้ เดินดี และน่าเดิน 

โดยเฉพาะรายละเอียดด้านการบำรุงรักษาต้นไม้ที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่า กทม.มีเป้าหมาย โดยจับมือภาคีฯสำรวจสุขภาพต้นไม้พื้นที่ก่อสร้าง รวม 197 ต้น พร้อมแผนล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย

กทม.ดีล UDDC ม.เกษตร ชนหมัด BIG TREES ล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย

ระหว่างขั้นตอนการศึกษาและสำรวจ กทม.ร่วมมือกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่ม BIG TREES สำรวจสุขภาพต้นไม้ในแนวโครงการก่อสร้าง พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 197 ต้น สามารถคงรักษาในพื้นที่ตามสภาพเดิมได้ 49 ต้น ส่วนอีก 148 ต้น จะดำเนินการ “ล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย” คือล้อมย้ายนำไปอนุบาลในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ 12 ต้น เก็บรักษาในพื้นที่เดิมโดยตัดแต่งกิ่งก้าน 105 ต้น และล้อมออกเนื่องจากไม่ผ่านการประเมินสุขภาพ 31 ต้น 

เอกวรัญญู อมระปาล

เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า กทม.ดำเนินการล้อมย้ายต้นไม้อย่างถูกหลักรุกขกรรม โดยนำไปอนุบาลไว้ในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ส่วนต้นไม้ที่ล้อมออกนั้นจากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคม พบว่าสุขภาพต้นไม้ขาดความสมบูรณ์ มีความกลวงภายในลำต้นของต้นไม้ ในอนาคตอาจจะยืนต้นตาย หรืออาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการหักหรือโค่นล้มของต้นไม้ จึงจำเป็นต้องล้อมออกจากพื้นที่ดังกล่าว

“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับต้นไม้ใหญ่ทุกต้น ดังที่ผู้ว่าฯชัชชาติเองย้ำเสมอว่า ต้นไม้คือมรดกล้ำค่าของเมือง เราจึงจับมือกับสถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม ดำเนินการทุกขั้นตอนตามหลักรุกขกรรม เพื่อรักษาต้นไม้ในพื้นที่โครงการให้มากที่สุด ขอย้ำว่าต้นไม้ทุกต้นมีประโยชน์ แม้ต้นที่หมดสภาพแล้วก็ยังสร้างประโยชน์ต่อเมืองได้ ไม่ว่าจะนำไปทำฟืน ปุ๋ย หรืองานไม้ต่อยอดอื่นๆ ตามหลักการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า” เอกวรัญญูย้ำชัด 

เสาทุกต้น ‘ไม่ปักบนทางเท้า’ เจรจาแล้วทุกภาคส่วน มุ่งหน้า ‘เมืองเดินได้เดินดี’

โฆษกของกรุงเทพมหานครเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การออกแบบ ‘ทางเดินลอยฟ้าราชวิถี’ ดำเนินการภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน ทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านราชวิถี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง ประกอบด้วยโรงพยาบาลหลักหลายแห่ง เช่น รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.รามาธิบดี และยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนคนตาบอด การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาและกลุ่มเปราะบางอื่นๆ โดยเน้นความสะดวกปลอดภัยตลอดเส้นทาง

“ที่สำคัญคือเสาของสกายวอล์กทั้งหมดจะไม่ปักลงบนทางเท้าสาธารณะเลย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรของประชาชนโดยรวม แต่จะวางในรั้วตลอดแนวทางเท้า ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการเจรจาสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถใช้เป็นหลังคาบังแดดบังฝนให้กับผู้เดินเท้าได้ตลอดแนวเพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองเดินได้ เดินดี น่าเดินอย่างแท้จริง” นายเอกวรัญญูกล่าว

แบ่ง 6 ช่วงทำงาน จบทีละช่วง เร่งคืนพื้นที่ ไม่มีผลกระทบคนสัญจร

สำหรับโครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ช่วงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย เชื่อมทางเดินลอยฟ้า โรงพยาบาลรามาธิบดี ระยะทาง 1 กิโลเมตร และช่วงที่ 2 ช่วงเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธิน ระยะทาง 341 เมตร 

เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในการเดินทางสัญจร จึงแบ่งการทำงานออกเป็น 6 ช่วง แต่ละช่วงจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 4 เดือน เริ่มจากแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย ดังนี้ ช่วงที่ 1 เกาะพหลโยธิน เริ่มวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ช่วงที่ 2 เกาะราชเทวี เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2568 ช่วงที่ 3 เริ่มวันที่ 15 กันยายน 2568 ช่วงที่ 4 เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ช่วงที่ 5 เริ่มวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ช่วงที่ 6 เริ่มวันที่ 15 ธันวาคม 2568 

หลังจากทำงานในแต่ละช่วงแล้วเสร็จ จะคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้สอยได้ตามปกติ โดยงานก่อสร้างในช่วงอื่นๆ ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ส่งผลกระทบกับการใช้พื้นที่ในการสัญจรของประชาชน

สุขุมวิทโมเดล แยกนานา-อโศก-พร้อมพงษ์ ถนนสะอาด เรียบร้อย ปลอดภัย

นอกจากย่านราชวิถี พญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. ยังจ่อ Big Cleaning ล้างทำความสะอาดถนนและทางเท้าบริเวณตั้งแต่ถนนสุขุมวิท 24 จนถึงสุขุมวิท 2 (แยกนานา-อโศก-พร้อมพงษ์) ในวันพรุ่งนี้ 13 กรกฎาคม 

ชาตรี วัฒนเขจร

ชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพ มหานคร เปิดห้องประชุมชั้น 31 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงาน “สุขุมวิทโมเดล” รวมถึงเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรม โดยมีผู้บริหารกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ 10 เขต ประกอบด้วย สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานเขตบางคอแหลม สำนักงานเขตบางนา สำนักงานเขตบางรัก สำนักงานเขตปทุมวัน สำนักงานเขตพระโขนง สำนักงานเขตยานนาวา สำนักงานเขตวัฒนา สำนักงานเขตสวนหลวง และสำนักงานเขตสาทร รวมถึงสำนักสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม 

10 สำนักงานเขตในกลุ่มกรุงเทพใต้ ตกลงบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 เขต ดำเนินการในถนนทั้ง 2 ฝั่งทั้งเลขคู่และเลขคี่ 

การดำเนินการดังกล่าว จะเป็นการปรับภูมิทัศน์ ดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ในด้านต่างๆ อาทิ ร้านค้าที่กีดขวางการจราจร ขายของล้ำออกมาจากหน้าร้าน หาบเร่ แผงลอย รถเข็น รถพ่วงข้างขายสินค้า ร้านขายสิ่งของผิดกฎหมาย กัญชา บุหรี่ไฟฟ้า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ Sex Toy การจอดรถในที่ห้ามจอด ริมถนนสุขุมวิท และในซอยย่อยต่างๆ คนไร้บ้าน ขอทานทั้งต่างด้าวและการนำเด็กมาทำงานหรือขอทาน คนต่างด้าวที่เข้าเมืองหรือประกอบอาชีพผิดกฎหมาย รวมถึงการทิ้งขยะนอกจุดที่กำหนดหรือนอกระยะเวลาที่กำหนดจากร้านค้าในพื้นที่ การทิ้งขยะของผู้สัญจรไปมา สภาพทางเท้าที่ไม่เรียบร้อย กระเบื้องไม่เรียบ ทางลาดไม่ดี มีคราบสกปรก ไฟทางเดินและไฟถนนที่ไม่สว่าง สภาพต้นไม้ที่รกรุงรัง และสายสื่อสารที่เกะกะ รกรุงรัง เป็นต้น

นับเป็นอีกหนึ่งโมเดลดีๆ ที่มีส่วนในการเดินหน้าเมืองน่าอยู่อย่างแท้จริง