หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : อัพเกรดโอท็อป

13.07.25 | 11:43 น.

แท็งก์ความคิด : อัพเกรดโอท็อป

ปีนี้ งาน SPLASH – soft power forum 2025 จัดใหญ่

ผู้จัดเข้าใจเชิญคนมาพูด ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร และ นายเศรษฐา ทวีสิน

3 นายกฯที่มาแสดงวิชั่น ย่อมเป็นเรื่องน่าฟัง

ฟังแล้วทราบว่า ทุกคนอยากผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” ให้ไปสู่เวทีโลก

Advertisement

โฟกัสไปที่นายทักษิณที่ขึ้นโชว์วิชั่นในหัวข้อ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond”

พบว่า ความคิดของนายทักษิณนั้นไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นไปได้

แถมในวันนั้นยังมีการจัดเวที Thai Face Top Model ที่สมัครเข้ามาประกวดนายแบบนางแบบ ซึ่งเป็นไอเดียของนายทักษิณ

ตอกย้ำว่าถ้าจะทำก็สามารถทำได้

วกไปบนเวทีของนายทักษิณ มี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นผู้สัมภาษณ์

หัวข้อใหญ่ที่นายทักษิณฉายภาพคือการ “ต่อยอด” ความสำเร็จของโอท็อป

โอท็อป หรือ One Tambon One Product หรือ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลไทยรักไทย

นายทักษิณบอกว่า ไอเดียโอท็อปได้มาจากเมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น

ตอนนั้นคนที่เล่ามาจากเจโทร แล้วผนวกกับประสบการณ์ที่เติบโตจากชินวัตรไหมไทย ซึ่งเห็นงานแฮนดิคราฟต์มาตลอด

ก่อเกิดเป็นแนวคิดที่อยากผลักดันสินค้าไทยในท้องถิ่น

นายทักษิณเห็นว่าสินค้าไทยมีเอกลักษณ์ ถ้ามาเติมดีไซน์ใหม่ๆ เข้าไป และทำการตลาดดีๆ น่าจะไปได้ไกล

ผลจากการผลักดันทำให้โอท็อปเกิด

ตอนนั้นปีแรกขายได้กว่า 20,000 ล้านบาท ปีถัดมาขายได้กว่า 40,000 ล้านบาท

ทำไปทำมายังมองเห็นจุดบอด เพราะเรามีแนวคิดแบบไซโลหรือเป็นแท่งใครแท่งมัน ต่างคนต่างทำ

หากเป็นเช่นนี้คงไล่ตามประเทศอื่นไม่ทันแน่ เลยคิดว่าน่าจะมีอะไรต่อยอด

ยังติดใจในเรื่อง “ครีเอทีฟอีโคโนมี” หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายทักษิณเชื่อว่า ครีเอทีฟอีโคโนมีจะเป็นจุดแข็งที่หากินได้ยาว โลกยิ่งเปลี่ยนไป คนยิ่งรู้สึกว่าอยากได้สิ่งที่ทำด้วยมือมนุษย์

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงเป็นจุดแข็งของไทย

เป็นจุดแข็งที่น่าจะเติบโตไปพร้อมๆ กับเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยี

จากความฝันกลายเป็นความอยากเห็นความสำเร็จ นายทักษิณตัดสินใจควักกระเป๋าตัวเองต่อยอดโอท็อป

ตอนอยู่ต่างประเทศ มีโอกาสพบกับ Peter Arnell ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์

คนคนนี้ เป็นคนสร้างแบรนด์และทำงานกับ Samsung มาตลอด

พูดคุยกันคงถูกคอ ในที่สุดนายทักษิณก็ชวน Peter Arnell มาทำ ThaiWORKS

เข้าใจว่ามิสเตอร์ปีเตอร์กับนายทักษิณจะมีความเห็นสอดคล้องกัน

อาทิ ผ้าพันคอแอร์เมสขายผืนละ 50,000 แต่ผ้าพันคอไทยขายได้ 2,000

ทำไมเราไม่เอาบ้าง

ลายของแอร์เมส มีทั้งอานม้า รถม้า ลูกม้า ของเรามีลายบ้านเชียง ซึ่งก็น่าสนใจ

ความคิดกำลังผลิบาน เป็นช่วงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พอดี แต่ทุกไอเดียต้องค้างเติ่ง เพราะมีการปฏิวัติ

ผ่านไปอีกหลายปี กระทั่งเพิ่งได้กลับมาประเทศไทย นายทักษิณสานฝันต่อ

และกลายเป็น ThaiWORKS ในวันนี้ โดยวันที่ 10 กรกฎาคม นายทักษิณจะหารือมิสเตอร์ปีเตอร์ ช่วยกันขับเคลื่อน ThaiWORKS สู่ตลาดโลก

ปรึกษากับทีมมิสเตอร์ปีเตอร์เรื่องการปั้นแบรนด์ของไทย

ฟังดูแล้วประเทศไทยมีความหวัง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรที่จะทำลายความฝันลงอีกครั้ง

นายทักษิณสรุปว่า ปัญหาใหญ่ของเราคือความไม่สามัคคี และความอิจฉาริษยา

ถ้าไทยสามัคคีกัน ไม่ขัดขวางกีดกันการพัฒนา ซอฟต์พาวเวอร์ไทยจะเกิด

แล้วพลังจากซอฟต์พาวเวอร์จะเป็นช่องทางทำมาหากินของคนไทย

นายทักษิณบอกว่า แม้โลกจะมีเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็หนีคำว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ประเทศไทยมีของดีอยู่แล้ว หากร่วมมือกันก็สามารถสร้างขึ้นได้

สรุปว่าซอฟต์พาวเวอร์จะเกิดขึ้นได้ นอกจากเอกลักษณ์ที่มี ไอเดียเด็ด แล้ว

ความร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย

นฤตย์ เสกธีระ