สะกิดแล้วนะ!
นับถอยหลังสู่เดือนตุลา
คนกรุงไม่แยกขยะ เจอค่าธรรมเนียมใหม่
ขยะ เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร เจอค่าบริหารจัดการขยะระดับอภิมหาศาลปีละกว่า 7 พันล้าน
ล่าสุด #ทีมชัชชาติ เอาจริง ตราข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.2568
หวังจูงใจให้ร่วมกันลดและคัดแยกขยะที่แหล่งกำเนิดหรือต้นทาง
ข้อบัญญัติฉบับดังกล่าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 มีผลบังคับใช้หลังประกาศ 180 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กันยายน ที่จะถึงนี้ โดยจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะอัตราใหม่ จากเดิม 20 บาทต่อเดือน เป็น 60 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จูงมือ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย เมธา เสนทอง ผู้ประสานงานภาคีมือวิเศษกรุงเทพ เครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand แถลงข่าว ‘โครงการบ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม’ นับถอยหลัง 80 วัน จัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะใหม่ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ‘แยกขยะตามกฎหมาย’
รู้ว่าไม่ง่าย! แต่ขอร่วมใจเปลี่ยนเมือง
ชัชชาติเปิดประเด็นว่า น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครที่มีการแยกขยะตามกฎหมาย หลักการง่ายๆ คือ การแยกขยะเปียกออกจากขยะแห้ง ถ้าครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการมีขยะไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อวัน จะเสียค่าจัดเก็บขยะ 20 บาทต่อเดือนเท่าเดิม แต่ถ้าไม่เข้าร่วมโครงการจะเสีย 60 บาท เพียงแค่แยกขยะแล้วใส่ถุงแยกไว้ก็จะมีคนมาเก็บไป ส่วนขยะที่เหลือหากเป็นขยะรีไซเคิลสามารถนำไปขายหรือบริจาคได้เพราะเปลี่ยนเป็นเงินได้
“ที่ผ่านมา กทม.ใช้เงินในการจัดการขยะประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ขยะบางอย่างมีมูลค่า ถ้ามารวมกันจะทำให้ไร้มูลค่า ขอยืนยันว่า กทม.จะแยกขยะตั้งแต่รถจัดเก็บไปจนถึงปลายทาง ไม่ลำบากมาก อาจต้องปรับพฤติกรรมนิดหน่อย เชื่อว่าถ้าร่วมมือกันจะทำให้เมืองดีขึ้นได้ ในส่วนภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการต่างๆ มีการปรับค่าธรรมเนียมขึ้นด้วย อัตราจะแตกต่างจากบ้านเรือน หากรายใหญ่มีการแยกขยะจะสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้มาก และจ่ายค่าธรรมเนียมขยะน้อยลง
กทม.จะประเมินผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันจะเปลี่ยนเมืองให้ดีขึ้นได้ เป็นผลกับสิ่งแวดล้อมกับโลก”
ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ตั้งเป้าลดขยะวันละ 1 พันตัน
ประหยัดงบจัดการวันละ 2 ล้าน!
7,000 ล้านบาทต่อปี คืองบประมาณในการจัดการขยะกว่า 10,000 ตันต่อวัน การที่กรุงเทพมหานครได้ตราข้อบัญญัติฉบับนี้ โดยมีการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีการคัดแยกขยะอย่างน้อย 4 ประเภท ประกอบด้วย ขยะเศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป ผ่านโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” เพื่อลดปริมาณขยะเป้าหมาย 1,000 ตันต่อวัน ซึ่งจะสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะของกรุงเทพมหานครได้วันละ 2 ล้านบาท นอกจากนี้ การแยกขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ขาย หรือบริจาคขยะ ก่อนส่งให้ กทม.นำไปกำจัด จะเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและเพิ่มรายได้หากนำไปขายด้วย ซึ่งจากการเก็บข้อมูลประเภทของขยะพบว่ากว่า 50% ของขยะในกรุงเทพมหานคร คือ ขยะเศษอาหาร ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อน ส่งผลให้ขยะประเภทอื่นๆ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามประเภทของขยะนั้นๆ ด้วย
ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะทุกประเภท
หนุนคัดแยก-ลดปริมาณจัดเก็บ
สำหรับการปรับค่าธรรมเนียมขยะอัตราใหม่ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.2568 นี้ มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะทุกประเภททั้งมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยติดเชื้อ สิ่งปฏิกูลและไขมัน
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการมูลฝอยทั่วไป แบ่งการจัดเก็บทั้งแบบรายเดือนและครั้งคราว โดยการจัดเก็บรายเดือน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 บ้านพักอาศัยทั่วไปที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน หากไม่คัดแยกขยะจะจ่ายค่าธรรมเนียมรวม 60 บาท (ค่าเก็บและขนเดือนละ 30 บาท ค่ากำจัดเดือนละ 30 บาท) หากคัดแยกขยะและลงทะเบียนตามหลักเกณฑ์ ที่กรุงเทพมหานครกำหนด จะจ่ายค่าธรรมเนียมเท่าเดิมที่เคยจ่าย คือ เดือนละ 20 บาท (ค่าเก็บและขนเดือนละ 10 บาท ค่ากำจัดเดือนละ 10 บาท)
กลุ่มที่ 2 สถานที่ที่ผลิตมูลฝอยเกิน 20 ลิตรต่อวัน แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร อัตราค่าธรรมเนียมหน่วยละ 120 บาทต่อเดือน (1 หน่วยเท่ากับ 20 ลิตร) ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากอัตราค่าธรรมเนียมเดิม โดยใช้หลักการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณมูลฝอยที่ทิ้ง (PAYT Model) ส่งเสริมให้คัดแยกขยะเพื่อลดค่าธรรมเนียม
กลุ่มที่ 3 สถานที่ที่ผลิตมูลฝอยมากกว่า 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน อัตราค่าธรรมเนียมหน่วยละ 8,000 บาทต่อเดือน (1 หน่วยเท่ากับ 1 ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากอัตราค่าธรรมเนียมเดิม เนื่องจากกลุ่มที่ 3 ผลิตมูลฝอยในปริมาณมาก และมีศักยภาพในการดำเนินการลดและคัดแยกมูลฝอยของตนเอง โดยใช้หลักการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณมูลฝอยที่ทิ้ง (PAYT Model) เช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2

กวักมือชวนแจม ‘บ้านนี้ไม่เทรวม’
รับส่วนลดค่าขยะ 3 เท่า
การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมฯ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.การลงทะเบียนแบบเดี่ยว สำหรับอาคารหรือสถานที่ที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน ผู้ที่ลงทะเบียนในกลุ่มนี้ ประกอบด้วย บ้านพักอาศัย บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม/แฟลต ที่ไม่มีนิติบุคคล โดยเจ้าของหรือผู้เช่าที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนด้วยตนเองทางแอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ BKK WASTE PAY กรณีไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ที่ถือเครื่อง Handheld ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมที่บ้าน หรือลงทะเบียนที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะที่สำนักงานเขตที่บ้านเรือนตั้งอยู่ ซึ่ง กทม.ได้เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้แล้ว และแอพพลิเคชั่นจะแจ้งเตือนให้ส่งภาพหลักฐานการคัดแยกขยะ 4 ประเภท ประกอบด้วย ขยะเศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ในเดือนตุลาคมนี้
ชาวกรุงลงทะเบียนแล้ว 112,601 ครัวเรือน
รับสิทธิลด จาก 60 จ่ายแค่ 20 บาท
จากข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมฯแล้วจำนวน 112,601 ครัวเรือน ในส่วนของประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิลดค่าธรรมเนียม คือ จากที่ต้องจ่ายเดือนละ 60 บาท จะได้รับส่วนลดเหลือ 20 บาท
สำหรับข้อมูลที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน ประกอบด้วย รหัสประจำบ้าน (House ID) 11 หลัก ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ และภาพถ่ายขยะที่คัดแยก (ขยะเศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย (ถ้ามี) และขยะทั่วไป) ระบบและเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและแจ้งผลการลงทะเบียนทางแอพพ์ บ้านที่ลงทะเบียนแล้วจะได้รับสติ๊กเกอร์บ้านนี้ไม่เทรวม โดย 1 ปีแรก บ้านที่ลงทะเบียนจะได้รับถุงเขียวใส่ขยะเศษอาหาร ทั้งนี้ ระบบจะมีการสุ่มตรวจการคัดแยกขยะเป็นระยะ หากตรวจพบว่าไม่ได้แยกขยะตามที่กำหนดระบบจะแจ้งให้ส่งภาพใหม่เพื่อตรวจสอบ หากไม่ดำเนินการจะโดนตัดสิทธิการรับส่วนลดค่าธรรมเนียมขยะ เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นระบบจะแจ้งให้ส่งภาพใหม่เพื่อตรวจสอบและยืนยันสิทธิอีกครั้ง
ส่วนการลงทะเบียนแบบกลุ่ม สำหรับหมู่บ้านจัดสรร อาคารชุดพักอาศัย ที่มีนิติบุคคล และชุมชนตามระเบียบ กทม. ที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวันต่อหลังหรือต่อห้อง กลุ่มนี้จะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ในเดือนตุลาคม 2568 แนวทางเบื้องต้นคือต้องมีการจัดที่พักรวมมูลฝอยที่คัดแยก 4 ประเภท รวมถึงขั้นตอนและวิธีการลงทะเบียน หลักฐานที่ต้องแนบ เช่น รหัสประจำบ้าน (House ID) 11 หลัก ของบ้านทุกหลัง และหลักฐานการคัดแยกขยะ สามารถสอบถามขั้นตอนและวิธีการลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ โดยหากหมู่บ้านหรือชุมชนไม่มีที่พักขยะรวม หรือไม่ได้มีการลงทะเบียนแบบกลุ่ม สมาชิกสามารถลงทะเบียนแบบเดี่ยวได้
ไม่ใช่แค่ลดค่าธรรมเนียมถึง 3 เท่า แต่ผู้เข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่กรุงเทพมหานคร จับมือหลายภาคส่วนมอบสิทธิพิเศษ โดยในแอพพลิเคชั่น BKK WASTE PAY จะมีฟังก์ชั่นสิทธิประโยชน์ ปัจจุบัน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษให้แก่บ้านที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรับฟรีไอศกรีม Soft Serve ที่แม็คโครหรือโลตัส จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
แอพพลิเคชั่น BKK WASTE PAY พร้อมให้ดาวน์โหลดเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม ได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ IOS : https://u.bangkok.go.th/Appbkkwastepay และ Android : https://u.bangkok.go.th/Wastepayforandroid สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ข้อกฎหมาย/ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียม/ระเบียบที่เกี่ยวข้อง : สำนักงานยุทธศาสตร์จัดการมูลฝอย โทร 0-2203-2935 การลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น/เว็บไซต์ BKK WASTE PAY สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โทร 0-2203-2928

