จากใต้ฐานถึงเรือนยอด
ชาตรี ลดาลลิตสกุล
เปิดใจครั้งแรกใน 10 ปี วิวาทะ‘สัปปายะสภาสถาน’
อาคารที่คนพากันเกลียด?
“ครั้งนี้เป็นที่แรกเลย ที่มีแต่คนพูดถึงอาคารรัฐสภาในทางที่ดี
ผมเคยไปแต่ละที่มีแต่คนจะถล่ม คนเกลียดอาคารรัฐสภาเนื่องจากว่าอาจจะเกลียด ส.ส.
คิดว่ามีคอร์รัปชั่น ในช่วงที่ผ่านมา การเมืองเราไม่รับฟังกันผมก็เลยไม่ออกมา เพราะพูดไปก็คงไม่มีใครฟัง
มันอาจจะถึงเวลา”
ถ้อยแถลงจากปากของ ชาตรี ลดาลลิตสกุล ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2562 ที่ออกมาดีปทอล์กในรอบ 10 ปี ท่ามกลางวงสาธารณะ
เพราะสร้างจบ ประเด็นไม่จบ
ยังมีเรื่องลามให้ต้องคอยลุกขึ้นมาค้าน ไม่ว่าจะดราม่า ทุบสระมรกต ทำโคเวิร์กกิ้งสเปซ ใช้งบต่อเติมเพิ่ม เหมาะสมจำเป็นแค่ไหน? หรือแม้แต่เรื่องยิบย่อยอย่างน้ำรั่ว ฝักบัวไม่ไหล
ล่าสุด ชาตรี ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกโครงการออกแบบอาคารรัฐสภา เปิดหมด แบคู่มือแก้ปัญหา แนวคิด จิตวิญญาณของ ‘สถานประกอบกรรมดี’ แห่งนี้ ที่ต้องการให้เป็นจุดสิงสถิตของความถูกต้องเที่ยงธรรม ตั้งใจออกแบบแทรกฮินท์บางอย่าง ซึ่งสะท้อนได้มากกว่าความเป็นไทย
แต่ยังบอกใบ้วาทกรรมบางอย่าง ที่พอจะชวนให้ฉุกคิดได้บ้าง
ชาตรีเล่าว่า สัปปายะสภาสถาน ผสานระหว่างพระที่นั่งอนันตสมาคม กับรัฐสภาแห่งที่สอง
เป็นความตั้งใจผนวกความศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับประโยชน์ใช้งาน ผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับการเมือง
สำคัญเหนืออื่นใด คือตั้งใจให้เกิดความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ จนไม่กล้าทำบาป
ไม่นานมานี้ นั่งสนทนาลึกในประเด็น “สัปปายะสภาสถาน : ศิลปกรรมของชาติ” ภายใต้การสนับสนุนของ คณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม
พาขึ้นสู่เรือนยอด ชั้น 11 เปิดให้เห็นทุกดีเทล พร้อมเชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรมและผู้ที่ล้วนมีประสบการณ์ในการใช้อาคาร มามุงถาม ให้หายสงสัยในทุกประการ
⦁ สัปปายะสภาสถาน ในความตั้งใจ?
เป็นโครงการเจ้าปัญหา แต่เราไม่เคยออกมาพูดเลยตลอด 10 ปี หลายท่านคงได้เห็นผมครั้งแรกตอนที่ออกมาคัดค้าน จริงๆ มีเรื่องที่ซับซ้อนและปัญหาเยอะ เหมือนสังคมไทยเรา ที่เป็นวิบากกรรมของชาติ
แต่ผมไม่ขอพูดเรื่องนั้น ขอเล่าเฉพาะแนวคิดการออกแบบ
ผมเป็นหัวหน้าที่ออกแบบ ซึ่งมีศิลปินแห่งชาติอีก 3 ท่าน ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของผม ทำงานร่วมกับเกือบ 20 องค์กร มีอินทีเรีย 4 และผู้เชี่ยวชาญ 4 สาขา จริงๆ เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับชาติเกือบหมดทั้งประเทศ เราดีไซน์ For All เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รางวัลประหยัดพลังงานดีเด่นของกระทรวงพลังงาน คนที่ทำคือ อาจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ถือเป็นมือหนึ่งของไทยที่ผลักดันเรื่องคนพิการตลอดมา
เราทำเรื่องความปลอดภัยของอาคาร คุณจำเรื่อง ‘ซานติก้าผับ’ ได้ไหม คนตะกายออก ตายเป็นเบือ ในเขาวงกตของผม มีประตูอยู่ 6,000 บาน ถ้าผิดด้านเพียงบานเดียว หรือซ่อมอย่างไม่มีความเข้าใจ อาจเกิดโศกนาฏกรรมได้ เป็นเรื่อง very serious ผมเลยตั้งใจจริงๆ
อาคารหลังนี้ชนะแบบการประกวด จาก 131 ทีม เราส่งมาแบบเดียว เข้ารอบมาเรื่อยๆ มีชื่อทีมว่า ‘สงบ 1051’ ตอนทำแบบประกวด มีสถาปนิกนั่งในห้องประมาณ 20 คน กระบวนการมีอยู่แค่ 4 ขั้นตอนเท่านั้น เหมือนร่างรัฐธรรมนูญเลย คือ 1.วิเคราะห์ 2.ตั้งเป้าหมาย 3.แนวคิด และ 4.ภาษาสถาปัตยกรรม เราตัดสินใจรวบ 1 และ 2 ให้กว้างที่สุด โดยเขียนคำว่า ‘รัฐสภาในฝัน’ บนกระดาน หลายคนก็แสดงความเห็นว่าต้องสะท้อนถึงความเป็นชาติไทย สงบ สง่างาม เป็น Destination ของโลก แสดงถึงระบอบประชาธิปไตย อำนาจประชาชน
แต่มีความคิดหนึ่งที่มันขึ้นมาซ้ำๆ เหมือนตอนเรากาคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง คือ ‘รัฐสภาต้องไม่โกง’ พวกเราที่อยู่หน้ากระดานก็อึ้งว่า ทำไมเราเป็นสถาปนิกถึงมีความคิดนี่ผุดขึ้นมา คือช่วงนั้นมีการทำแบบสอบถาม แล้วมีคำตอบว่า ให้ ส.ส.คอร์รัปชั่นได้เกินครึ่ง แต่ขอให้ทำเพื่อประชาชน ซึ่งตอนนั้นเราอึ้งมากว่า สภาเป็นสถานที่แบบไหน คนถึงยอมรับว่าโกงได้? ชวนให้เรานึกถึงวัด วัดเป็นสถานประกอบกรรมดี พอพระทำไม่ดีนิดเดียว เจ้าอาวาสมีรถหรู เราโกรธมาก แต่ทำไมเราไม่โกรธผู้แทนที่โกง เอาอย่างนี้แล้วกัน สถานที่นี้เป็น ‘สถานประกอบกรรมดี’ ตั้งเป็นคอนเซ็ปต์ สืบค้นไปพบคำว่า ‘สัปปายะสภาสถาน’
อย่างโบสถ์ วิหาร เวลาที่เราโกนหัวบวช เขาจะให้ท่องบท ‘ปะฏิรูปปัง’ คือพระพุทธศาสนาเชื่อว่าคนปฏิรูปได้ ก็ท่องอยู่ในโบสถ์คือ ‘สัปปายะสภาสถาน’ คือโบสถ์วิหารมันมีอยู่ 3 ความหมายคือ 1.ปฏิรูปอมนุษย์ ให้เป็นมนุษย์ 2.ปฏิรูปสังคมไปสู่สังคมกัลยาณมิตร 3.ปฏิรูปมนุษย์ไปสู่ โลกุตระ ข้อสุดท้ายเราคิดว่ามันไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของศาสนา เรากำลังทำเรื่องการเมืองการปกครอง ซึ่งเป็นเรื่อง ‘โลกียะ’ แต่เราก็เกิดความคิดว่า ถ้าออกแบบให้เหมือนวัดดีไหม จะได้รีคอล (recall) สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ แต่เราก็มีปัญหาว่าระหว่าง ‘โลกียะ กับโลกุตระ’ ในสังคมไทยเป็นยังไง
สืบค้นไปก็พบว่า จริงแล้วๆ ในสังคมไทย ‘โลกุตระ ควบคุมโลกียะมาตลอด’ จะเห็นว่า เราสร้างบ้านเมือง สร้างวังที่ไหน ก็มักจะสร้างวัดประกบอยู่เสมอ ตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ เราจะเห็นเป็นแพตเทิร์นเดียวกันหมด แล้วคนโบราณ เวลาบ้านเมืองเจอวิกฤตจะทำ ‘บังอบายเบิกฟ้า’ ฟื้นใจเมือง คือปิดความชั่ว ฟื้นขวัญของประชาชนขึ้นมา เราเลยคิดจะทำ ‘มณฑลศักดิ์สิทธิ์’
เราไปหา ‘ภาษาสถาปัตยกรรม’ ที่จะสื่อสารกับประชาชน เราไปค้นพบ ‘ไตรภูมิ’ ก่อนค้นพบ คณะที่ชนะการประกวด เราไปเที่ยวหลวงพระบางกัน เดินๆ อยู่ มีผู้ใหญ่คนนึงถามพวกเราว่า ที่ข้างบนมีพระธาตุพูสี ผู้ใหญ่คนนึงถามขึ้นมาว่า ‘รู้ไหมทำไมพระธาตุฯ ถึงอยู่ที่นั่น เพราะคนหลวงพระบางสัญญาว่า ‘จะอยู่ร่วมกันด้วยความดี’ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เฮ้ย! ที่จริง เมืองไทยเรามีดี สังคมเรามีดี อยู่ร่วมกันอย่างดีมาก่อน
คือผมไม่ใช่คนที่ศรัทธาประชาธิปไตยแบบตะวันตก 100% เพราะคิดว่า ‘ประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรมาภิบาล จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเสื่อม’ ผมคิดแบบท่านพุทธทาสฯ
ถ้าเป็นพุทธ เราจะรู้ว่า กิเลส (ความอยาก) ทำให้เกิด กรรม (การกระทำ) นำทางสู่ วิบาก แต่ไตรภูมิ มันเป็นการพูดย้อนหลังจากวิบากไล่มา ซึ่งจากจิตใต้สำนักของคน เวลาเห็นนครวัด โบสถ์ วิหาร เจดีย์ แล้วนึกถึงเรื่อง ‘ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว’ โดยอัตโนมัติ เราเลยคิดใช้สิ่งนี้เป็นสะพานตั้งเสาสัญญาณนี้ขึ้นเพื่อคุยกับชาวบ้านผู้ที่มีสิทธิจะเลือก มันไม่มีทางอื่น ต้องแก้ด้วย ‘คนที่มีอำนาจ’
ถ้าเขาตัดสินใจเลือกคนที่มีคุณธรรมเข้ามา นอกจากเลือกคนที่มีความสามารถแล้ว ประเทศก็จะดีขึ้นด้วย
ผมตัดสินใจร่าย ‘คาถาไตรภูมิ’ ครูช่างของเราได้นำ คติไตรภูมิ มาทำตัวสถาปัตยกรรม เจดีย์ คือ ‘เขาพระสุเมรุ’ ตัวโถงวิหารคือ ‘ชมพูทวีป’ เป็นภาษาสถาปัตยกรรมเราสืบทอดมาเป็นหลายร้อยปี ไม่เคยเปลี่ยน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ‘ไตรภูมิ’ มีความสำคัญต่อศิลปวัฒนธรรมของเราในทุกอณู ไม่เพียงแค่คติ การสร้างบ้านแปงเมือง สร้างวัด วัง การเพาะปลูก การละเล่น ทำถนน มาจากคติไตรภูมิหมด มันคือรากของศิลปวัฒนธรรมของเราเลย ถ้าจะแสดงสิ่งที่เป็น DNA ความเป็นชาติของเรา
พอเราร่ายคาถาไตรภูมิ ความเป็นชาติก็มา ความเป็นไทยก็มา ความสงบและสง่างาม ความศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกัน เพราะเราใช้ภาษาที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

⦁ คิดอะไรตอนออกแบบ?
เราเป็นคนออกแบบ แต่เราทะเยอทะยานที่จะให้สถาปัตยกรรมนี้มีความสำคัญต่อเรื่องชาติบ้านเมือง เราคิดจะตั้ง ‘เสาสัญญาณ’ เพื่อส่งไป ข้างบนเห็นไหม เสาสัญญาณมันถี่ยิ่งกว่าทรูมูฟอีกนะ ในประเทศเราถ้ามีคนรับสัญญาณได้ 10% เลือกคนดีเข้ามา บ้านเมืองก็ดีขึ้นได้ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นความเชื่อชองเรา
ที่จริงเราคิดให้สถาปัตยกรรมนี้ เป็นหมุดหมายอันแรก เป็นส่วนหนึ่งของกระแส ‘ปฏิรูปการเมือง’ ในตอนนั้น
ความคิดที่อยู่เบื้องหลังคือ ‘การเมืองต้องมีศีลธรรม ประชาธิปไตย ต้องมีธรรมาธิปไตย’ ตอนที่เราเริ่มความคิดนี้ใหม่ๆ อาจารย์บางท่านถึงกับทุบโต๊ะ ตอนหลังท่านเห็นด้วยกับเรา ความคิดที่อยู่เบื้องหลัง ว่าสถาปัตยกรรมนี้มันถูกสร้างขึ้นด้วย ‘กุศลเจตนา’ มันต้องการแค่สร้างวาทกรรมว่า ‘เลือกคนดีเข้าสภา’ แต่ในโลกยุคใหม่ แค่ผมพูดว่าคนดี (ย์) นี่ก็ทัวร์ลงเลยนะฮะ (หัวเราะ)
⦁ มีเสียงบอกว่า อย่างประตูบานไหนให้เปิดค้างลมถ่ายเท ก็ไปปิดสูบบุหรี่ อย่างนี้โทษคนออกแบบก็ไม่ได้ โทษคนก่อสร้างก็ไม่ดี ควรจะต้องอบรมผู้ใช้งานไหม หรือต้องลุกขึ้นมาสังคายนา?
ถ้าเราทำความเข้าใจทางกายภาพ จริงๆ แล้วมันประกอบด้วย 5 อาคาร เป็นอาคารสำนักงาน 6 ชั้นธรรมดา ไม่ซับซ้อน
หัวเป็นสำนักงานของ ส.ว. อยู่ทิศเหนือ ทิศใต้เป็นฝั่ง ส.ส. ถ้าเข้าถูกฝั่งจะไม่มีหลง เพราะก็ขึ้นมาตรงๆ ประเด็นจริงๆ อยู่ที่โซนกลาง ‘ผมต้องยืนยันว่า จนถึงวันนี้รัฐสภายังไม่เคยบริหารอาคารหลังนี้ตามที่เราออกแบบเลย’
คือตอนที่เราก่อสร้าง เราก็ไปเข้าชั้นใต้ดิน มุดทางฝั่ง ส.ส.หรือ ส.ว. แล้วเดินย้อนเข้ามาโซนกลาง เราไม่เข้าใจ คอร์ลิฟต์ หรือวิธีเข้าที่อยู่ตรงกลาง ผมว่ามันใช้เวลา สมมุติว่าเราเป็นคนที่มาชี้แจ้ง กมธ. ต้องมาโซนกลาง งานออกแบบให้เข้าที่ชั้น B1 zone กลางเท่านั้น ทุกคนเลยนะ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ แล้วจะมี security อยู่ชั้น 1 ส่วนตรง B1 ยังไม่มี security เพราะเป็นภายนอก แต่ตอนนี้ผมเห็นยามเต็มไปหมด
⦁ ในแง่ของคุณค่าสถาปัตยกรรม ที่คู่ควรเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศิลปกรรมของชาติ?
สถาปัตยกรรมคือ ศิลปะของเหตุผล ความงาม ความรู้สึก และความหมาย
มันเป็นทางเลือกที่ต้องอาศัยวุฒิภาวะ และวิธีการตัดสินใจออกแบบ ต้องท่องในใจไว้เลย ‘ได้อย่างก็เสียอย่าง’
เหมือนเราเป็น ‘มด’ อยู่โคนต้นไม้ จะไปที่ใบไม้ใบที่ 84,533 บนยอดนั้น พอเราขึ้นไปกิ่งหนึ่ง ซ้ายหรือขวา สมมุติเลือกซ้ายอาจจะพลาดไปเลย เขาถึงบอกว่านักออกแบบ ไม่ควรจะเดินเหมือนมด ต้องบินเหมือนนก คุณต้องเห็นภูมิประเทศ
ความงามในส่วนของคุณค่า มีคนท้วงติงเราหลายคน ในเรื่องอำนาจของประชาชน ผมขออธิบายนิดนึง สถาปัตยกรรมรัฐสภาในหลายประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น เยอรมนี เขาให้คนขึ้นไปดูได้ สูงสุดของเขาคือ Good Governance ความโปร่งใส แต่เราไม่ใช่แค่ฟิลลิ่ง แต่เป็นของจริง ไม่มีรั้ว มีคูน้ำ คุณจะว่ายน้ำข้ามไป หรือไม่ก็เข้าตามช่อง ฝ่ายรักษาความปลอดภัยมักท้วงว่าเวลามีม็อบจะทำยังไง ถ้ามีจริงๆ คอนเทนเนอร์ 3 ชั้นก็เอาไม่อยู่ มันควรเหมือนสนามหลวง เหมือนสวนสาธารณะ เราออกแบบเปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้ได้ คุณเดินลอดริมน้ำมาได้โดยไม่ต้องผ่าน security
เราออกแบบลานประชาชนไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประท้วง ทำห้องน้ำไว้เต็มไปหมดเลย คนอาจจะไม่รู้ว่ามันมีทางเดินจากรถไฟฟ้า (ที่ยังมาไม่ถึง) ทะลุมาแล้วเชื่อมเข้าไปในอาคารได้ ที่ชั้น B1 ประตูนั้นผมเข้าใจว่ายังไม่เคยมีใครเปิด หมายความว่า อยู่ข้างในก็ออกมากินข้าวได้ถ้าวันข้างหน้ามีคนมาขาย
เมื่อคุณไปที่ริมน้ำเจ้าพระยาได้ ควรจะขึ้นไปข้างบนได้โดยที่ไม่ต้องแลกบัตร จริงๆ แล้วระบบ Security ออกแบบให้ประชาชนขึ้นไปข้างบนได้ ผู้พิการมีลิฟต์ แต่คนทั่วไปเลยอยากให้เดินขึ้น จริงๆ พิพิธภัณฑ์ ไม่มีในโปรแกรม แต่ทีมเราเพิ่มเข้าไป เพื่อดึงประชาชนขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้ เพื่อแสดงถึงอำนาจของประชาชน
ส่วนตัวเรือนยอด ผมว่ามันสวยนะ งานก่อสร้างไม่ได้แย่ขนาดนั้น อาจจะมีปัญหาบ้างแต่ก็มีสิ่งที่ดี วิศวกรหรือใครก็ตั้งใจทำงานนะ แต่ผมมีปัญหากับนักกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่น่าเอาทนายมาสร้าง
งานก่ออิฐ เนี้ยบที่สุด ไม่มีแรงงานข้ามชาติไหนก่ออิฐ 2 ล้านก้อนได้ขนาดนี้ เพราะเราเอาผู้ออกแบบมาสอน ตอนอยู่ในห้องประชุม เราต่อสู้กับทนายของผู้รับเหมา แต่พอลงไปก็ไปช่วยก่อ เป็นวิถีชีวิตของเราที่อยู่ด้วยกันมา ช่วยกันสร้าง ผมก็คิดว่ามันมีส่วนที่น่าภาคภูมิใจอยู่
พูดถึงระบบสุนทรียศาสตร์ มันจะมีสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่คุณจะเห็นพระอาทิตย์และพระจันทร์พร้อมกัน เราก็คิดกันเล่นๆ สุริยันจันทราผมเป็นคนตั้งเอง คือเราคิดว่า ส.ส. เหมือนพระอาทิตย์ ส.ว.เหมือนพระจันทร์ ทำหน้าที่ร่วมกัน ผมบอกว่ามี 5 อาคาร สำนักงานห้องประชุม ที่โอบรับส่วนตรงกลาง คือความเป็นชาติ
คือ เราดีไซน์ถึงขนาดที่ว่า ถ้าประธานสภานั่งรถเข็น จะขึ้นบังลังก์ได้ไหม
⦁ ในส่วนที่กำลังจะถูกรื้อ เรื่องราวเป็นยังไง?
ผมขอพูดนิดเดียว ก่อนจะถูกรื้อ ครูช่างไทยทำไว้ ข้างบนคือเขาพระสุเมรุ ส่วน ‘สระสะท้อนเงา’ คือชมพูทวีป ถ้าสังเกตดีๆ มันจะเป็นโค้งสำเภา เพราะคนโบราณในสมัยอยุธยาเขาคิดว่า สัปปายะสภาสถาน เป็นที่ๆ เราจะต้องนั่งเรือสำเภา ข้ามวัฏสงสารเพื่อเข้าไป (โลภ โกรธ หลง) มีบ่อเหมือนทัชมาฮาล ที่จะสะท้อนตัวอาคาร แล้วเราทำเสา เพื่อแสดงว่าเป็นสถาปัตยกรรมล้ำสมัยที่งอกงามขึ้นจากความเป็นไทย
ส่วนศาลาแก้ว ด้วยอาคารยาวครึ่งกิโลเมตร มันข่มคน ถึงต้องทำศาลาเพื่อลดทอน ด้วย human scale เพื่อให้คนรู้สึกเป็นมิตร แต่สิ่งสำคัญคือการแสดง spiritual ของความเป็นไทย ‘สถาปัตยกรรมรัฐสภา มันเป็นการปักธงสถาปัตยกรรมไทย ในสถาปัตยกรรมโลก’ มันเป็นสถาปัตยกรรมรัฐสภาแห่งเดียวที่พูดเรื่องศีลธรรม
⦁ อยากได้ความกระจ่างเรื่อง ‘ที่จอดรถ’ ถ้าไม่นับเรื่องข้อกฎหมาย พิจารณาจากพื้นที่ใช้สอย เป็นแสนตารางเมตร ใจจริงอยากออกแบบให้มีที่จอดรถมากกว่านี้ แต่เกิดอะไรขึ้น?
คือข้อโจมตีเป็นข้อกฎหมายที่ว่า สถาปนิกย่อมรู้อยู่แล้วว่า กฎหมายจะต้องบัญญัติให้อาคารมีที่จอดรถอยู่เท่าไหร่ ซึ่งจริงๆ มันมากกว่าจำนวนที่ทำ เรื่องนี้คนที่ร่าง TOR ก็ประกอบด้วยนายกสมาคม สภา ด้านสถาปนิกและการโยธา ผู้เชี่ยวชาญและผู้รู้ทั้งนั้น แต่มันเป็นประเด็นตรงวิธีคิด ที่มองว่ามีทางออกอื่น
ในระหว่างที่ก่อสร้างผมต้องทำ study ให้รัฐสภาเรื่องที่จอดรถถึง 8 ครั้ง เดิมพื้นที่ตรงนั้นจะขุดลึกลงไปมากกว่านี้ก็จะมีปัญหา เพราะอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ค่าก่อสร้างจะแพงมาก ตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถในอาคารทั้งหมด ห่างออกไป 200 เมตรได้ ซึ่งที่วัดแก้วฟ้า มีที่ของสภาอยู่แต่บริหารไปมา เอาไปทำอะไรสักอย่าง โครงการทำที่จอดรถเพิ่มก็เลยไม่ได้ทำ
ตามกฎหมายของไทย สถาปนิกจะทราบดี มันกำหนดว่า ให้แยกที่จอดรถ คิดแบบรวมหรือแบบแยก ซึ่งพื้นที่คิดแบบแยกห้องประชุมและห้องอาหารจะมีที่จอดรถเยอะเว่อร์เลย เพราะคิดว่าคนมาเยอะ แต่อาคารนี้แปลกตรงที่มีแต่ห้องประชุม คิดแบบแยกแล้วมันจะเยอะ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้ร่าง TOR อาจจะมองว่ามากไป อีกส่วนหนึ่งอย่าลืมว่าจะมีรถไฟฟ้า แต่มาช้าหน่อย ปัจจุบันมันก็ปริ่มๆ ไม่ค่อยพอ แต่เรายังไม่ลองบริหารจัดการเลย
⦁ คอนเซ็ปต์ดี แต่จะลอยไปในอากาศไหม มีแนวคิดทำหนังสือเผยแพร่หลักการสร้างรัฐสภาแห่งนี้ด้วยหรือเปล่า?
เรื่องหนังสือ ที่จริงมันเป็นภารกิจสำคัญที่เราจะต้องบันทึกแนวคิดของเราไว้ และกำลังทำ แต่ว่าที่ผ่านมาต้องบอกว่า แม้แต่หนังสือรัฐสภาผมยังไม่อยากทำเลย ทั้งที่มีรูปถ่ายสวยๆ มีแนวคิดที่เราเขียนไว้หมดแล้ว เพราะ 10 ปีที่ต่อสู้ กับเรารัฐสภาอยู่ในนี้ มันทำลายชีวิตผมเลย
สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือ บนโต๊ะตรวจรับงานในที่ประชุมนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่ทำลายชีวิตผม ผมป็นศิลปินแต่ต้องมาต่อสู้ในทางกฎหมาย ทุกคนมีความจำเป็น ผู้รับเหมา มีเวลาเขียนให้เขาน้อย 3 ปี แต่ว่าค่าปรับ วันละ 12 ล้าน เขาก็จำเป็นต้องหาคนที่เป็นจำเลยก่อน (หัวเราะ) เพราะมันไม่ได้มีแต่เราที่มีเอกสาร ต้องเตือนผู้ออกแบบไว้ด้วย เขาไม่ได้เกลียดเรานะ แต่อยู่ๆ เราอาจจะเป็นจำเลย มันมีเรื่องเหตุผลที่เขาจะไม่ถูกปรับวันละเท่านั้นเท่านี้
ผมไม่ตำหนิทั้งหมด ส่วนที่ดีก็ดี ส่วนที่ไม่ดีก็ก็มี อย่างคนไม่เข้าใจ สร้างรัฐสภาน้ำรั่วได้ไง อบต.เขายังไม่รั่วเลย จริงๆ แล้วที่มันรั่วหนักๆ ตอนนั้นคือมันมีสวนอยู่บนอาคาร 12 ไร่ มีท่อระบายน้ำอยู่ข้างบน เขากำลังสร้างกันอยู่ แต่เราเข้ามาอยู่ก่อน
⦁ เรื่องเสา มองระยะไกลดูโทรม และมีคราบดำ ควรบำรุงรักษาไหม หรือควรเปลี่ยนเป็นวัสดุอื่น?
เรื่องไม้ ต้องเรียนว่า ทีมที่ออกแบบ เป็นนักอนุรักษ์ คนนึงถึงกับมีแม่ยายเป็นประธานมูนิธิสืบฯ ถ้าเราทำงานอนุรักษ์มาชั่วชีวิต การใช้เสาไม้สักเป็นการรณรงค์ ปัญหาของสังคม เราไม่ควรเลิกใช้ไม้ เราควรปลูก ทั่วโลกเขารู้หมดแล้ว เราสามารถปลูกไม้ไว้ใช้เหมือนปลูกข้าวไว้กินได้ ป่าปลูก จะช่วยป้องกันป่าจริง
บ้านเรามีป่าเสื่อมโทรม ไม่ควรเอาราษฎรออก แต่ให้เขาปลูกและดูแล
เรื่องที่ 2 สถาปัตยกรรมไทยเป็นศิลปะงานไม้แทบทั้งสิ้น การเลิกใช้ไม้ เท่ากับศิลปะเราสูญสิ้น งานชั้นสูงของเราใช้ไม้หมด หน้าบัน โบสถ์ วิหาร งานช่างสิบหมู่ ไม้จริงเมื่อหมดอายุมันจะสูญสลายกลายเป็นดิน ไม่สร้างปัญหาให้โลก ญี่ปุ่นเขาปลูกไว้ 50 ปี ตัดมาใช้ รักษาฝีมือช่างไว้ได้ด้วย แต่เราไม่เหลือช่างไว้แล้วตอนนี้
เรื่องที่ 3 ถ้าเราเอาไม้ออกไปจากชีวิตชาวบ้าน จะไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ในเรื่องที่อยู่อาศัย สมัยก่อนพ่อแม่เราอยู่บ้านนอก ไม้ที่หัวไร่ไปนาก็เพียงพอจะสร้าง สมัยนี้คนชั้นกลางถึงชั้นล่าง จะต้องซื้อวัสดุก่อสร้าง 100% เงิน 2-3 ล้านสร้างบ้านไม่ได้เลย จริงๆ แล้วเราอยากประกาศให้เป็น DNA อย่างนี้
การใช้ไม้มีปัญหาจริงในงานภายนอก น้ำยาเคลือบมันจะลอก แต่ก็มีอีกประเภทที่ไม่ลอกแต่จะไม่รักษาสี เปลี่ยนเป็นสีเทา ซึ่งสำหรับดีไซเนอร์ไม่รังเกียจมันดูขลัง แต่มันคนละเรื่องกับอันนี้ สกปรกมากไม่ได้รับการทำความสะอาดตั้งแต่ส่งงาน ถ้าน้ำยาล้างทีเดียวปุ๊บมันจะกลับมาใหม่เลย มีอะไรพวกนี้พร้อม แต่มันแค่ไม่ถูกทำเท่านั้นเอง ผมทำหนังสือถึงรัฐสภาหลายฉบับแล้ว
เรามีสวน ข้างบน เซ็นไว้แล้วทุกอย่าง วิธีการดูแล ผู้เชี่ยวชาญโรค รุกขกร เตรียมการ วิธีขนลงลิฟต์ไหน ทำห้องบัญชาการไว้ แล้วรู้หรือไม่ มันคือพิพิธภัณฑ์ต้นไม้หากยากของไทยที่สิ้นชื่อไปแล้ว และมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยทั้งสิ้น แต่นอกจากการดูแลจะแย่แล้ว ยังพูดกันด้วยกฎหมายตลอด ไม่ได้ช่วยกันทำ ส่วนหย่อมทำให้ท้อใจมาก ไม่ใช่บ้านส่วนตัวใครนึกอยากเอาอะไรมาตั้ง
ตอนนี้ผมจะเกษียณแล้ว เป็นหน้าที่ของคนที่นี่ก็แล้วกัน ผมหมดแรง (หวังเราะ) ผมเป็นศิลปินแห่งชาติ เกษียณไปนอนเล่นเฉยๆ ก็ไม่ได้ ให้ผมออกจากปัญหาพวกนี้บ้างได้ไหม (หัวเราะ) ผมควรจะต้องทำงานศิลปะ ให้มาต่อสู้แบบทนายอย่างนี้ ก็ไม่ไหว
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกไม่โดดเดี่ยว 10 ปีที่ผ่านมา คนพากันเกลียดอาคารนี้ แต่ผมมีโอกาสได้อธิบายแล้ว ว่าเราคิดจะตั้งเสาส่งสัญญาณไปยังประชาคมที่อยู่ร่วมกันด้วยศีลธรรม
ให้การปฏิรูปที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ ซึ่งเรารอมานานแล้ว อย่างน้อยเรามีสถานที่ ถ้าคนเข้าใจ จะเป็นหลักยึดตรงนี้ เราเป็นรัฐสถาแรกของโลก ที่กล้าพูดว่า ‘การเมืองต้องมีศีลธรรม ผมเชื่อเหลือเกินว่า ‘ประชาธิปไตยต้องมีธรรมาธิปไตย’ ทุกวันนี้เป็นวิกฤตของสังคมไทยแล้ว
เราไปไม่ได้ถ้าศีลธรรมไม่เกิด ระบบก็ต้องดีด้วย แต่ผมก็เชื่อในสำนึกของคน ‘มันต้องช่วยกัน’
อธิษฐาน จันทร์กลม

