ไทยประกันชีวิต ส่งมอบความรู้สู่ชุมชนปีที่ 4
‘การมอบความรู้ คือ การส่งต่อคุณค่าที่ยั่งยืน’
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 สำหรับโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน’ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2565 โดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จับมือกับ เครือมติชน ร่วมส่งมอบหนังสือเพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ไปแล้วกว่า 7,200 เล่ม ผ่านศูนย์กลางของชุมชนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 192 แห่งในทุกภูมิภาค ตามแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้
ด้านการเงินและการออม ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย” ของไทยประกันชีวิตที่มุ่งส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
ล่าสุด ปี 2568 ไทยประกันชีวิตร่วมกับเครือมติชน จัดพิธีส่งมอบหนังสือในโครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน” นำโดย ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต และ ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชนพร้อมคณะผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่าย ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่
โครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชนปี 2568” ตั้งเป้าหมายส่งมอบหนังสือสู่ชุมชนจำนวน 22 แห่ง เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้แก่คนในชุมชน เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ‘สู่ชีวิตคนไทย’
เล็งเห็นความสำคัญ ‘การอ่าน’
คุณค่าความยั่งยืนที่ต้อง ‘ส่งต่อ’
ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บมจ.ไทยประกันชีวิต เล่าว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึง ‘การอ่าน’ อันเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ ที่จะนำไปสู่การสร้างทักษะชีวิตในอนาคต
“เราเริ่มต้นจากการคัดสรรหนังสือที่มีเนื้อหาเป็นประโยชน์และน่าสนใจ เพื่อส่งมอบไปยังชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารฝ่ายขายซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคเป็นผู้แทนบริษัท นำหนังสือไปมอบให้ศูนย์กลางของชุมชนใกล้สาขา อาทิ โรงเรียนโรงพยาบาล วัด หน่วยงานราชการ หรือส่งมอบให้เอกชนที่มีความต้องการและมีพื้นที่ในการเก็บหนังสือ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการอ่านหนังสือที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น และสามารถสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับคนในชุมชน”
ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการที่ผ่านมา ไทยประกันชีวิตคัดเลือกหนังสือจาก ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ซึ่งมีหนังสือหลากหลายหมวดหมู่ สามารถเข้าถึงนักอ่านทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ตรงตามความสนใจหรือความต้องการมากยิ่งขึ้น
“การมอบโอกาสด้วยการส่งเสริมการอ่าน เปรียบเหมือนการมอบทักษะความรู้ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นต้นทุนที่ติดตัวไปตลอด และในอีกด้านหนึ่งก็ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม นับเป็น
การส่งมอบคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน” ฐิติมาตอกย้ำเป้าหมาย
คนในพื้นที่รู้ (จัก) ดีที่สุด
การให้ที่ดีต้องวาง ‘ถูกที่ถูกทาง’
ไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ตอกย้ำความเข้าถึงด้วย ‘ความเข้าใจ’ สังคมไทย
ฐิติมาเล่าถึงการ ‘คัดเลือก’ ชุมชน ซึ่งเน้นแหล่งชุมชนที่ขาดแคลนและมีความต้องการหนังสือ โดยมีผู้บริหารฝ่ายขายของไทยประกันชีวิตซึ่งเข้าใจถึงความต้องการของคนในพื้นที่ และมีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบสาขา เข้าไปสำรวจและส่งมอบหนังสือ
ที่ผ่านมาบริษัทได้ส่งมอบหนังสือไปแล้วรวม 192 แห่ง กระจายในทุกภูมิภาค ซึ่งมี ‘ผลตอบรับที่ดี’ เราพบว่าศูนย์กลางชุมชนต่างๆมีความตื่นตัวในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการอ่านเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงมีการขยายห้องสมุดชุมชนเพิ่มขึ้นด้วย เราจึงเชื่อมั่นว่าหนังสือที่ให้ไปจะเป็นประโยชน์ สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างเหมาะสมกับความต้องการ
การดำเนินโครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน” อยู่ภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาด้านความยั่งยืนของบริษัทในมิติสังคม ซึ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้สู่โอกาสอย่างเท่าเทียม (Life Inclusion) ด้วยการส่งมอบความรู้ด้านต่างๆ ทั้งความรู้ทั่วไป ความรู้ด้านบริหารจัดการการเงิน และความรู้ด้านการประกันชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในเรื่องของการสนับสนุนการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ
“จุดแข็งของเรา คือ ไทยประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย เวลาเราคิดหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่การจัดโครงการเพื่อสังคมต่างๆ จะอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจคนในพื้นที่ และความเข้าใจคนไทยด้วยกัน สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรของไทยประกันชีวิตที่ให้ความใส่ใจและดูแลกันด้วยหัวใจ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการและส่งมอบคุณค่าให้กับคนในชุมชนอย่างทั่วถึง” ฐิติมาเสริมย้ำ
โลกหมุนเร็ว เปลี่ยนแปลงไว
‘การอ่าน’ ช่วยให้มองได้กว้างขึ้น
‘ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่แก่นของการอ่านหนังสือจะคงอยู่’
เมื่อถามถึงความสำคัญของ ‘การอ่าน’ ในสถานการณ์โลกยุคปัจจุบันแล้วนั้น ฐิติมามองว่า โครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life” มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งมอบความรู้ผ่าน ‘การอ่าน’ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ‘หนังสือ’ จะสื่อความรู้ในรูปแบบเนื้อหายาว (Long Form Content)ที่มีความครบถ้วนและลึกซึ้งของข้อมูล ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ ทำให้มีความรู้และมีประสบการณ์ผ่านการอ่านเพิ่มขึ้นได้
“บางทีการอ่านหนังสือก็จะให้เนื้อหาแบบเจาะลึก ลงรายละเอียดไปกับประเด็นหรือหัวข้อนั้นๆ แม้ในปัจจุบันที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้น ก็ยังเชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อย ยังคงให้ความสนใจอ่านพ็อคเก็ตบุ๊กอยู่ดี ถ้าเนื้อหาหนังสือนั้นๆ ตรงกับความชอบหรือไลฟ์สไตล์
และด้วยเทรนด์การผลิตหนังสือตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อ หน้าปกคอนเทนต์ มันก็ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อ่านหนังสือมากขึ้น บางคนยังคงชอบอ่านแบบเป็นเล่ม บางคนหันไปอ่านแบบอีบุ๊ก (E-books) แต่สุดท้ายแล้วแก่นของมันก็คือการอ่านหนังสืออยู่ดี” ฐิติมาให้แนวคิดโครงการ
ในส่วนของหนังสือหมวดหมู่ ‘ประวัติศาสตร์’ และ ‘ศิลปวัฒนธรรม’ ที่คัดสรรมาให้อ่านกันมากขึ้นในปีนี้ ฐิติมาชวนเปิดมุมว่า ความสำคัญข้อหนึ่งของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คือการที่เรารู้รากเหง้าของตัวเอง
“หากเราไม่รู้ที่มาที่ไป เราเห็นแค่ในปัจจุบัน แต่ไม่เคยรู้ว่าอดีตเกิดอะไรเราก็จะไม่เข้าใจถึงมุมที่เป็นปัญหาหรือความขัดแย้ง หรือคิดแบบเหรียญด้านเดียว ซึ่งการที่เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ จะทำให้เรารู้ว่ามันเคยเป็นแบบนี้ในอดีต จึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เรามีมุมมองและเข้าใจเหตุการณ์หรือบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และอาจนำไปสู่การลดความขัดแย้งหรือการแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย”
ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้เราต้องผสมผสานระหว่างการอ่านหนังสือควบคู่กับการติดตามเทรนด์ของโลกด้วย เพราะต้องยอมรับข้อจำกัดของหนังสือที่ต้องใช้เวลาในการผลิตเนื้อหาอาจจะขาดในเรื่องของความสดใหม่บ้าง แต่เสน่ห์ของหนังสือที่สำคัญคือการมีข้อมูลแบ๊กกราวด์ที่จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นความคิดของเราให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกิดแรงบันดาลใจหรือจินตนาการ ซึ่งมันก็จะไปผสมผสานหรือไปแมตช์กับเทรนด์ของโลก หรือนำไปสู่การ ‘บูรณาการ’ ถือเป็นการสร้างคุณค่าให้ชีวิตคนไทยที่ยั่งยืนนั่นเอง”
ผสานจุดแข็ง ‘เพื่อสังคม’
มติชน-ไทยประกันชีวิต ‘เราอุดมการณ์เดียวกัน’
หันมาฟังมุม มณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชนเปิดเผยถึงการทำงานร่วมกันว่า ทางไทยประกันชีวิตจัดทำโครงการในเรื่องการมอบความรู้สู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนต่างๆ มานานแล้ว
ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ ‘มติชน’ ส่งต่อความรู้ในโครงการ ‘ชุมชนอุดมปัญญา’ เพื่อบริจาคหนังสือเข้าสู่โรงเรียน ห้องสมุดตามท้องถิ่นทั่วประเทศ ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น
เรียกได้ว่า ‘เรามีอุดมการณ์เดียวกัน’ พอมาคุยกัน ก็เลยนำมาสู่การทำโปรเจ็กต์ Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน ซึ่งบริษัทไทยประกันชีวิตยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง
ก่อนจะขยายอีกว่า ในปีนี้ไทยประกันชีวิตเลือกหนังสือแนว ‘ประวัติศาสตร์’ และ ‘ศิลปวัฒนธรรม’ เพิ่มมากขึ้นนั้น ส่วนตัวมองว่ามันเป็นการศึกษาและค้นคว้าอย่างไม่รู้จบ และเป็นการศึกษาอดีตเพื่อมองปัจจุบัน แล้วนำไปสู่อนาคต
“สอดคล้องกับแนวทางของสำนักพิมพ์มติชนที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตหนังสือแนวประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของมติชน โดยทางไทยประกันชีวิตเล็งเห็นความสำคัญว่ามีส่วนต่อการช่วยพัฒนาคนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ที่อยากเรียนประวัติศาสตร์นอกเหนือจากตำราเรียน ก็สามารถอ่านหนังสือที่ไทยประกันชีวิตส่งมอบให้ได้” ผอ.สำนักพิมพ์มติชนยืนยันการเข้าถึงทุกคนอย่างแน่นอน
สำนักพิมพ์มติชน ยืนยัน ‘ทำหนังสือ’
แพร่ความรู้ ‘ผ่านตัวกรอง’ หลายชั้น
เมื่อถามว่า ‘หนังสือ’ มีบทบาทในโลกยุคปัจจุบันอย่างไรนั้น มณฑลมองว่า ตอนนี้เป็นยุคที่ผู้คนสามารถหาความรู้ได้ผ่านหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ ‘เอไอ’ ที่กำลังมาแรง
แต่ว่าสิ่งที่เทคโนโลยีเหล่านั้นยังทำไม่ได้ คือ การกรองความรู้คิดวิเคราะห์ จากนักวิชาการหรือนักวิจัย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกกลั่นกรองมาก่อนเผยแพร่ผ่านสิ่งพิมพ์
“โอเค ในรูปแบบออนไลน์ ก็อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการรวบรวมหลักฐานงานวิชาการต่างๆ ยังบรรจุลงในสิ่งพิมพ์มากกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริง (Facts) ส่วนหนึ่งที่คนจะต้องเสพเพื่อเพิ่มพูนความรู้ อย่างน้อยถูกต้อง 80-90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
ต้องยอมรับว่า เอไอ ยังมีการให้ข้อมูลผิดพลาดอยู่ระดับหนึ่งแต่หากเป็นข้อมูลที่มีแหล่งที่มาจากหนังสือ มักถูกกลั่นกรองมาจากผู้เขียน ผู้ค้นคว้า บรรณาธิการ หรือสำนักพิมพ์
ฉะนั้น ความรู้ที่ได้รับจากหนังสือ เป็นความรู้ที่ถูกผ่านตัวกรองหลายชั้นมาแล้ว จึงยืนหยัดได้ในฐานะของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ให้ความรู้กับสังคม” มณฑลยืนยันหนักแน่น
หนังสือเป็นส่วนสร้างคน
ปลื้มร่วมกันสร้าง ‘สังคมอุดมปัญญา’
สุดท้ายแล้ว ‘หนังสือ’ จะร่วมสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้อย่างไรนั้น? มณฑลโชว์วิสัยทัศน์ว่า เราไม่ได้มองว่าเราเป็นคนทำหนังสือเพื่อขายเพียงอย่างเดียว แต่เราทำหนังสือเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมอะไรบางอย่างให้กับสังคม
“เรารู้สึกว่าใน Attitude (ทัศนคติ) ของเรา ในฐานะที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เราก็อยากเป็นสถาบันที่ให้ความรู้ หรือทำหนังสือที่สามารถนำไปถกเถียงกันต่อได้ จึงสามารถพูดได้ว่า ‘หนังสือมีส่วนสำคัญในการสร้างคน’ เป็นส่วนหล่อหลอมคน และคนก็จะไปหล่อหลอมชาติต่อไป” มณฑลบอกเล่าถึงแก่นความคิด
ในมุมของการได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความรู้ในครั้งนี้นั้น มณฑลเผยว่า ในฐานะคนทำหนังสือ มันไม่มีสิ่งไหนที่น่าภูมิใจไปมากกว่าการที่หนังสือของเราถูกส่งต่อไปถึงมือนักอ่าน
“หนังสือจะไม่มีค่าเลย ถ้าไม่มีคนอ่าน และเมื่อหนังสือได้รับการส่งต่อไปถึงมือคนอ่าน โดยเฉพาะคนอ่านที่เขามีความต้องการจะอ่านแต่ยังไม่มีโอกาส จึงต้องขอบคุณไทยประกันชีวิตที่เห็นคุณค่าของการอ่านและช่วยกันสร้างวัฒนธรรมเรื่องการอ่านหนังสือ ร่วมกันสร้างสังคมแบบใหม่ที่อุดมไปด้วยปัญญา” มณฑลเผยด้วยแพชชั่นก่อนทิ้งท้ายด้วยการปลุกพลังว่า
ในฐานะที่เราเป็นคนรักในการอ่านคนหนึ่ง เราอยากเห็นภาพนี้อยากเห็นทุกคนร่วมส่งต่อความรู้ โดยมีหนังสือเป็นตัวกลางไปทั่วประเทศจริงๆ

