กำลังใจข้ามกำแพง
‘Freedom Beyond Walls’
โปสการ์ดถึงผู้ต้องขังทางการเมือง
การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2563-2564 แม้จะขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่อาจหวนกลับ แต่อำนาจรัฐที่พยายามต้านทานกระแสการเปลี่ยนแปลง ก็ส่งผลให้ผู้ชุมนุมหลายคนต้องกลายเป็นผู้ต้องขังทางการเมือง เพียงเพราะการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ได้ทำหน้าที่สนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพในพื้นที่การชุมนุม และยังมีกิจกรรมมากมายภายใต้ “แคมเปญ Free Ratsadon” และถึงแม้ว่าวันนี้การชุมนุมจะไม่ใช่วิธีการแสดงออกทางการเมืองที่เป็นที่นิยม แต่แคมเปญ Free Ratsadon ก็ยังคงดำเนินกิจกรรมต่อไปในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างความตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของทุกคน
อีกหนึ่งกิจกรรมที่โดดเด่นของ “แคมเปญ Free Ratsadon” คือการเขียนจดหมายถึงผู้ต้องขังทางการเมือง หรือ “เพื่อนในเรือนจำ” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ต้องขังในคดีการเมือง ให้พวกเขารู้ว่าทุกคนข้างนอกยังจดจำ ห่วงใย และพร้อมยืนเคียงข้างอยู่เสมอ โดยเริ่มจากการเขียนจดหมายลงในกระดาษและนำไปส่งให้เพื่อนๆ ในเรือนจำ จากนั้นได้พัฒนามาเป็นโปสการ์ดที่ร่วมออกแบบกับศิลปินชาวไทยหลายรูปแบบ และล่าสุด แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดการประกวดออกแบบโปสการ์ดฝีมือเยาวชนและบุคคลทั่วไป ภายใต้แนวคิด “Unchained Expression” ผลงานทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจนเหลือ 75 ชิ้น และถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ “Freedom Beyond Walls” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
แสงเทียน เผ่าเผือก เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์เชิงสาธารณะ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย คิวเรเตอร์หรือผู้ดูแลจัดทำของนิทรรศการ Freedom Beyond Walls กล่าวว่า จุดประสงค์แรกเริ่มของการจัดประกวดออกแบบโปสการ์ดเกิดขึ้นจากการที่ต้องการโปสการ์ดรูปแบบใหม่นำมาจัดกิจกรรม และอีกหนึ่งจุดประสงค์คือการเป็นพื้นที่สำหรับให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกผ่านงานศิลปะ เพราะคุณสมบัติหนึ่งของศิลปะคือการเปิดพื้นที่ให้ตีความได้ไม่รู้จบ
“สิ่งที่แอมเนสตี้พยายามทำ ไม่ใช่แค่การไปบอกคนอื่นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกคืออะไร แต่เราอยากให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอยู่ในตัวของทุกคน แล้วจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้ถูกนำออกมาใช้ เราก็เลยมองว่าศิลปะใช้ในการตีความได้เยอะ คนบางคนอาจจะเก่งเรื่องเขียน เขาก็จะเขียนจดหมายกับเรา แต่คนบางคนอาจจะอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเรื่องนี้สำคัญ ทุกอย่างคือสิทธิมนุษยชน
แต่อาจจะไม่ได้เก่งขนาดนั้น เพราะฉะนั้น เรามองว่านี่คือโอกาสที่จะให้เขาได้มีส่วนร่วมกับแคมเปญของเรา และเรามองว่าจากการตีความของคนทั่วไป มันสำคัญต่อการเคลื่อนไหว” แสงเทียนกล่าว
สำหรับจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ มาจากการที่แอมเนสตี้ทำแคมเปญชื่อว่า Free Ratsadon ซึ่งในช่วงปี 2563-2564 เกิดกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งออกไปประท้วงบ้าง ปฏิบัติการด่วน (Urgent Action) เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมาก
“แอมเนสตี้ทำงานรณรงค์ โจทย์ของเราก็คือ ทำอย่างไรให้ผู้ต้องขังทางการเมืองหรือผู้ที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะว่าสิ่งสำคัญก็คือ เขาไม่ควรอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
เพราะฉะนั้นเขาต้องการรับรู้ว่าคนข้างนอกไม่ได้ลืมเขา แล้วตัวตนจริงๆ ของเขาอยู่ข้างนอก
สำหรับตัวโปสการ์ดที่ผ่านมา เป็นการร่วมมือกับศิลปินและใส่ความเป็นเราลงไป แต่เรามองว่าจริงๆ ศิลปะบนโปสการ์ด ให้คนตีความเองก็ได้ จึงเกิดเป็นโครงการคัดเลือกโปสการ์ดที่จะใช้ในการรณรงค์ ก็ได้เป็นผลงานมา 75 ผลงาน” ผู้ออกแบบนิทรรศการกล่าว
การแสดงออกผ่านกิจกรรมในลักษณะนี้ เป็นการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในการให้คนได้ใช้สิทธิ
“ปีก่อนๆ Free Ratsadon จะเน้นการออกไปประท้วงเป็นหลัก เช่น ไปหน้าเรือนจำ แต่ว่าปีนี้เรารู้สึกว่าเราอยากให้ Free Ratsadon เป็นพื้นที่ให้คนได้ใช้สิทธิจริงๆ ก็จะมีกิจกรรมเปลี่ยนไป เช่น เขียนจดหมายออนไลน์ ถ้าคนไม่ได้มาเจอเรา เขาก็สามารถเขียนได้กิจกรรม เช่น เวิร์กช็อป ทำให้มันเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น เรารู้สึกว่าคนเดี๋ยวนี้ต้องการแสดงความเป็นตัวเอง แล้วก็จริงๆ เขาอาจจะอยากพูดเรื่องนี้ด้วย แต่มันยังไม่มีพื้นที่ที่จะมาจูนกันระหว่างความเป็นตัวเองกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เช่น เวิร์กช็อปจัดดอกไม้ เราก็พูดเรื่องเพื่อนผู้ต้องขังทางการเมือง เอาเรื่องของเพื่อนมาเล่าให้ฟังให้เป็นแรงบันดาลใจในการจัดดอกไม้ว่าถ้าเกิดคุณมีโอกาสให้ดอกไม้เพื่อนผู้ต้องขังที่มีเรื่องราวแบบนี้ คุณจะจัดดอกไม้แบบไหนให้เขา” แสงเทียนย้อนเล่า
กลับมาที่กิจกรรมเนื่องในนิทรรศการ “Freedom Beyond Walls” แสงเทียนอธิบายว่า กิจกรรมนี้ อยากได้การตีความ เพราะมองว่าศิลปิน ศิลปะ คนที่ชอบศิลปะมีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ
“เราต้องการคุยกับคนที่รักศิลปะ เราต้องการโปสการ์ดใหม่ ถ้าพูดง่ายๆ แล้วก็อยากสร้างพื้นที่ที่เราไม่เคยเชื่อมโยงไปด้วย พื้นที่ไหนที่จะเป็นพื้นที่ที่คนตีความได้เยอะ ก็นี่แหละ ศิลปะ ซึ่งเราก็ได้ผลงาน 81 ผลงาน ที่น่าสนใจมากๆ เพราะเมื่อพูดว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก มันก็ดูเหมือนจะตีความอะไรต่อไม่ได้แล้วแต่ถ้าได้ไปดูผลงานทั้ง 81 ผลงาน จะเห็นว่าแต่ละคนมีการตีความต่างกันมากๆ อาจจะด้วยเรื่องอายุ ถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อยก็จะมีความซับซ้อน หรือว่าบางทีจริงๆ เขาก็เถรตรงประมาณหนึ่ง มันน่าสนใจมาก แต่ถ้าเป็นเด็ก บางทีเขาก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิดและเราก็ได้เรียนรู้เยอะมาก” แสงเทียนทิ้งท้าย
สำหรับนิทรรศการ Freedom Beyond Walls จัดขึ้นบริเวณ “มุมสามเหลี่ยม” พื้นที่เล็กๆ บนชั้น 1 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แบ่งเป็นโซนหลักๆ 4 โซน ได้แก่
1.The Silenced Voices อุโมงค์ที่เต็มไปด้วยป้ายชื่อผู้ต้องขังทางการเมือง พร้อมแผ่นกระดาษที่เขียนคำพูดของพวกเขา แขวนแน่นอยู่ภายใน ซึ่งหากแผ่นกระดาษเหล่านี้มีเสียง เชื่อว่าอุโมงค์แห่งนี้จะเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของเหล่าผู้ต้องขังที่โหยหาอิสรภาพ ทว่าในความเป็นจริง เรากลับไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้ เพราะเสียงของพวกเขาถูกทำให้เงียบลงหลังกำแพงเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าไปในอุโมงค์ ผู้จัดงานจะมอบแผ่นพับให้ผู้ชมได้เข้าไปตามหาเสียงของผู้ต้องขังทางการเมือง เพื่อให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักเจ้าของเสียงที่ถูกทำให้เงียบ นับเป็นโซนเปิดของนิทรรศการที่ช่วยปูพื้นฐานให้เห็นความสำคัญของการเขียนจดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ ซึ่งเหตุผลนั้นก็แสนเรียบง่าย เพราะคนเหล่านี้ก็เป็นมนุษย์นั่นเอง
“เมื่อได้ออกไป 1st Thing คงใช้เวลากับคนที่รักและแมว”
การใช้เวลากับคนที่รักและแมวอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน แต่สำหรับ “ผู้ต้องขังทางการเมือง” นี่คือกิจกรรมแสนพิเศษที่ไม่เพียงบ่งบอกว่าเขาได้รับอิสรภาพ แต่ยังยืนยันความเป็นมนุษย์ของเขา เช่นเดียวกับคนทั่วไปในโลกภายนอก
2.Postcards of Hope กำแพงหนาที่ประดับประดาไปด้วยโปสการ์ดจำนวน 75 ชิ้น ฝีมือของศิลปินทั้งกลุ่มบุคคลทั่วไปและเยาวชน เป็นการตีความและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียด จะพบว่านอกจากความสวยงามแล้ว ผลงานเหล่านี้ยังสะท้อนตัวตนและแนวคิดของศิลปินที่มีต่อสิทธิและเสรีภาพ รวมทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ชม และเชื่อว่าหากโปสการ์ดเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังเพื่อนๆ ในเรือนจำ ก็ย่อมสร้างความหวังให้พวกเขาได้อย่างแน่นอน
3.Message of Hope พื้นที่ตรงกลางของนิทรรศการ ซึ่งจัดวางโปสการ์ดที่ชนะการประกวดจากประเภทบุคคลทั่วไป และประเภทเยาวชน พร้อมปากกา ให้ผู้ชมได้ร่วมเขียนโปสการ์ดส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังเพื่อนๆ ผู้ต้องขังทางการเมือง โดยทางแอมเนสตี้จะนำโปสการ์ดเหล่านี้ส่งผ่านไปรษณีย์ ทนายความ และครอบครัวของผู้ต้องขัง เพื่อให้พวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่เคยโดดเดี่ยว ยังคงมีหลายคนที่ระลึกถึงพวกเขา และรอคอยให้พวกเขาได้รับอิสรภาพ
4.Wall of Support โซนที่ให้ผู้ชมได้เขียนกระดาษโพสต์อิต เพื่อให้กำลังใจทั้งผู้ต้องขังทางการเมือง นักสิทธิมนุษยชน และทุกคนที่กำลังขับเคลื่อนประเด็นสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียบง่าย ทุกคนสามารถทำได้ แต่ทรงพลังและสร้างกำลังใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ
นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีโซนย่อยๆ อย่างแผ่นกราฟที่ให้ผู้ชมได้สำรวจระดับความหวังของตัวเอง และติดสติ๊กเกอร์เพื่อบอกให้รู้ว่าตนเองมีความหวังอยู่ในระดับไหน และบอร์ดให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของแคมเปญ Free Ratsadon อีกด้วย
นิทรรศการ “Freedom Beyond Walls : จัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ชั้น 1 มุมสามเหลี่ยม หน้าร้านกาแฟ โดยจะมีไปถึงวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น.
(ปิดทุกวันจันทร์ ตามเวลาทำการของหอศิลป์กรุงเทพฯ) เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

