หน้าแรก ประชาชื่น พระครูธรรมธรช...

พระครูธรรมธรชัยพร ชินวโร นำชมคอลเล็กชั่น ‘หอสมุดสันติวัน’ สานปณิธาน ‘สมเด็จป๋า’ จากกระดาษสู่ดิจิทัล

28.07.25 | 12:25 น.

พระครูธรรมธรชัยพร ชินวโร
นำชมคอลเล็กชั่น ‘หอสมุดสันติวัน’
สานปณิธาน ‘สมเด็จป๋า’ จากกระดาษสู่ดิจิทัล

ล้อมวงเปิดตัวอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ทั้งในพระศาสนาและองค์ความรู้

สำหรับ คอลเล็กชั่นหนังสืออนุสรณ์งานศพและหนังสือหายาก หอสมุดสันติวัน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพฯ

หลังซุ่มดำเนินการมาเนิ่นนานด้วยความประณีต พิถีพิถัน และที่สำคัญคือเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยทางวัดจับมือกับ ‘สำนักหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ จนแปลงไฟล์เป็นดิจิทัล มุ่งหน้าให้บริการกว่า 13,000 เล่ม

20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลาการเปรียญ วัดโพธิ์ สุดคึกคัก ไม่เพียงพิธีเปิด ซึ่งมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส อีกทั้งปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 17 กับการสถาปนาหอสมุดสันติวัน” โดย พระเทพวชิรโสภณ เจ้าคณะภาค 12 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

Advertisement

ยังมีเสวนาวิชาการ เรื่อง ‘คอลเล็กชั่นหอสมุดสันติวัน : การสืบสานพระปณิธานแห่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 17 ในยุคดิจิทัล’

หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาในวันนั้น คือ พระครูธรรมธรชัยพร ชินวโร หรือ ‘พระครูหนึ่ง’ วัดพระเชตุพนฯ ที่จัดข้อมูลจัดเต็มพร้อมพรีเซ็นต์เฉียด 100 หน้า บอกเล่าถึงคุณูปาการของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) หรือ ‘สมเด็จป๋า’ โดยโฟกัสไปยัง ‘พระนิพนธ์’ ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังกราบนมัสการขอ ‘คุยลึก’ สนทนา (ธรรม) พร้อมชมนิทรรศการ ‘หอสมุดสันติวัน : มรดกแห่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ)’ ที่เพิ่งจบไปเมื่อ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยจัดแสดงคอลเล็กชั่นหนังสือพระนิพนธ์อันทรงคุณค่า, คอลเล็กชั่นหนังสืออนุสรณ์งานศพ, คอลเล็กชั่นสิ่งพิมพ์วัดพระเชตุพนฯ เช่น สามเดือนในเชตวัน นักขัตฤกษ์วัดโพธิ์, คอลเล็กชั่นหนังสือที่จัดพิมพ์ในช่วงทศวรรษ 2420-2430 และวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘สมเด็จป๋า’ และหอสมุดสันติวัน เป็นต้น

บทสนทนาต่อไปนี้ เรียบเรียงจากงานเสวนาและคำถาม-ตอบเพิ่มเติมในภายหลัง ความดังนี้

เปิดชีวิต ‘สมเด็จป๋า’
ปฐมวัย ในสุพรรณบุรี เด็กวัดสองพี่น้อง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ถือเป็นพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาในหลายด้าน โดยเฉพาะงานในวันนี้ซึ่งเกี่ยวกับพระนิพนธ์ซึ่งเป็นงานเขียนของพระองค์ท่านที่มีความสำคัญจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ท่านเป็นชาวอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านท่านใกล้กับวัดสองพี่น้อง คุ้นเคยกับชุมชนในละแวกนั้น เริ่มเรียนหนังสือกับบิดา-มารดา สอนท่อง ก-ฮ จนเข้าใจดี

เมื่อมีความรู้พื้นฐานแล้ว บิดาจึงส่งไปเรียนที่วัดสองพี่น้อง แต่ก่อนหน้านั้นก็ส่งไปเรียนโรงเรียนเอกชน ท่านได้บันทึกไว้ในหนังสือ ‘บันทึกสมเด็จฯ’ ตอนที่ดำรงตำแหน่งพระธรรมวโรดมว่า โยมพ่อ-โยมแม่สอนหนังสือตั้งแต่เด็ก ส่งไปเรียนโรงเรียนเอกชนอยู่ 1 ปี แต่โรงเรียนนั้นสอนบ้างไม่สอนบ้าง อาจารย์หลับบ้าง โยมพ่อ-โยมแม่เห็นว่าเรียนแล้วไม่ค่อยได้อะไร จึงส่งไปเรียนที่โรงเรียนวัดสองพี่น้อง

มากกว่าการเรียน คือการได้เป็นเด็กวัด ช่วยจัดสำรับอาหาร ล้างจาน เรียนหนังสือกับพระอาจารย์หอม โดยหนังสือที่ท่านโปรดปรานมากในวัยเด็ก คือ ‘สมุดภาพพระมาลัย’

เมื่ออยู่วัดสองพี่น้อง อายุได้ 15 ปี โยมพ่อ-โยมแม่มีญาติบวชอยู่ที่วัดมหาธาตุ จึงส่งท่านมาอยู่กับ “หลวงอา” ชื่อว่า พระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน) ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่วัดมหาธาตุ ท่านอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 1 ปี ก็ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดนางชี จึงส่งท่านมาอยู่ที่วัดโพธิ์กับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

จากมูลนิธิอภิธรรม สู่ ห้องสมุดสันติวัน

สำหรับหอสมุดสันติวัน ตั้งอยู่ภายในอาคารตึกสันติบาล ฝั่งสังฆราช วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ถือเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา หนังสือธรรมะ และหนังสืองานศพที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นห้องสมุด แต่เริ่มต้นจากการที่มี มูลนิธิอภิธรรม ซึ่งสอนวิชาอภิธรรมอยู่บริเวณข้างวิหารพระนอนหรือบริเวณต้นโพธิ์ ด้วยจำนวนผู้เรียนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลนิธิต้องขยายพื้นที่ แต่สุดท้ายก็ไม่เพียงพอ

สมเด็จป๋า มีดำริให้สร้างอาคาร 3 ชั้นเพื่อรองรับผู้เรียน โดยมอบหมายให้อาจารย์บุญมี เมธางกูร ประธานมูลนิธิในขณะนั้น ดำเนินการหาทำเลที่เหมาะสม และได้ตัดสินใจสร้างอาคารฝั่งสังฆราช ซึ่งเดิมเป็นบริเวณกุฏิร้างที่ไม่มีพระจำพรรษา และมีผู้เช่าใช้เป็นโรงเก็บน้ำมัน มีการรื้อถอนกุฏิเดิม และเคลียร์พื้นที่โรงเก็บน้ำมันออก จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยได้รับทุนตั้งต้นจำนวน 500,000 บาท จากหลวงพ่อเมี้ยน หรือพระมงคลทิพยมุนี (เมี้ยน) พระเถระรูปสำคัญในวัด

อาคารที่สร้างขึ้นแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 และ 2 ใช้เป็นสถานที่เรียนการสอนธรรมะและอภิธรรม ส่วนชั้นที่ 3 เดิมสมเด็จพระสังฆราชตั้งใจให้เป็นห้องสมุดส่วนพระองค์ เพื่อเก็บคลังหนังสือ หนังสืองานศพ และพระนิพนธ์ของท่านเอง แต่ภายหลังได้มีพระดำริให้เปิดเผยแก่สาธารณชนผู้สนใจ จึงก่อให้เกิดเป็น ‘ห้องสมุดสันติวัน’ ขึ้น

หลากที่มา หลายวาระ สู่ ‘คลังหนังสือ’ ทรงคุณค่า

ประเภทหนังสือในห้องสมุดสันติวันแบ่งออกได้หลากหลาย ได้แก่

1.หนังสือ พระนิพนธ์ ของสมเด็จพระสังฆราช ที่มีจำนวนมากกว่า 50 เล่ม

2.หนังสืองานศพเก่า ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

3.หนังสือบริจาคจากญาติโยมและศิษยานุศิษย์ของท่าน

4.หนังสือสะสมส่วนตัว ของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเก็บรวบรวมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นพระมหา เนื่องจากท่านเป็นนักเขียนและนักอ่าน

หนังสืออีกส่วนหนึ่งมาจากภิกษุสามเณรในวัดโพธิ์ กล่าวคือ หากพระรูปใดมรณภาพ หนังสือในกุฏิของท่านจะถูกส่งมอบเข้าสู่ห้องสมุด ทำให้คลังหนังสือของหอสมุดสันติวันมีความหลากหลาย และสะท้อนองค์ความรู้ในวงการพระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างขวาง

เข้าเว็บหอสมุดธรรมศาสตร์
คลิก ‘หอสมุดสันติวัน’ อ่านได้ 30 วัน

ปัจจุบัน ตัวอาคารหอสมุดอยู่ในระหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์ แต่ผู้สนใจสามารถค้นหารายชื่อหนังสือบางส่วนผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยเข้าไปที่ ระบบสืบค้นของห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ ‘หอสมุดสันติวัน’

ทางวัดพระเชตุพนฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันทำการสแกนไฟล์หนังสือเก่า, หนังสือหายาก, หนังสืองานศพ และหนังสือพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช ให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งรวบรวมแล้วมีหลายพันเล่ม เป็นไฟล์ดิจิทัล โดยกำหนดระยะเวลาอ่าน 30 วัน

เช็กลิสต์ไฮไลต์ จดหมายสองพี่น้อง พุทธชยันตี
ไกลวัด ชีวประวัติพระมงคลเทพมุนี สันติวัน

ไฮไลต์ที่อยากให้ผู้มีความสนใจได้อ่าน เล่มแรก คือ ‘จดหมายสองพี่น้อง’ นับเป็นหนังสือเล่มแรกที่สมเด็จพระสังฆราชเขียนขึ้น เกิดจากมีเพื่อนชื่อนายพร มลิทอง (พระมหาพร) อยู่ที่วัดเทวราชฯ ชักชวนให้เขียน นับว่าเป็นคนขับเคลื่อนให้สมเด็จพระสังฆราชเขียนหนังสือ โดยเขียนขึ้นเพื่อแจกในงานศพของแม่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เนื้อหาเกี่ยวกับหนังสือธรรมะ และการเขียนจดหมายถึงกันของตัวละคร

เล่มที่สอง คือ ‘พุทธชยันตี’ เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นระหว่างเดินทางไปยังประเทศอินเดีย ระหว่างนั้นได้เห็นชาวพุทธและพระสงฆ์ที่นั่นอยู่ด้วยความยากลำบากจึงอยากช่วย จึงเขียนหนังสือบรรยายบรรยากาศที่นั่นแล้วกลับมาจึงพิมพ์หนังสือให้ญาติโยมทำบุญ และนำรายได้ทั้งหมดมอบให้พระภิกษุสงฆ์ และวัดที่อินเดีย

เล่มที่สาม ‘ไกลวัด’ เมื่อเดินทางต่างที่ ตั้งแต่บนเครื่องท่านมีการจดบันทึกว่าไปที่ไหน ไปเจอใครบ้าง โดยเฉพาะสมัยนั้นไปฝรั่งเศสก็ดี อังกฤษก็ดี ท่านได้พบบุคคลสำคัญของประเทศเราในยุคนั้น มีบุคคลสำคัญเดินทางร่วมด้วยหลายรูป หนึ่งในนั้น คือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ องค์ปัจจุบัน สมัยนั้นท่านชื่อว่า พระมหาประสิทธิ์

เล่มที่สี่ ‘ชีวประวัติของพระมงคลเทพมุนี’ (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) และอานุภาพธรรมกาย

เมื่อสมเด็จป๋า เข้าวัดโพธิ์ใหม่ๆ ได้อาศัยอยู่กับท่าน ฉะนั้นเล่มนี้ ถือว่าสมเด็จป๋า เป็นคนแรกที่เขียนอัตชีวประวัติของหลวงพ่อสด ทั้งนี้ ยังเขียนเกี่ยวกับวิชากรรมฐานหนึ่ง ที่สายหลวงพ่อสดทำการสอน คือเรื่องเกี่ยวกับธรรมกาย วิชานั่งสมาธิ จนเป็นที่มาของผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่อสดวัดปากน้ำได้อ่านหนังสือเล่มนี้

เล่มสุดท้ายที่อยากให้อ่าน หากใครมีความสนใจอยากรู้ที่มาที่ไปของหอสมุดสันติวัน ทำไมจึงตั้งชื่อว่า สันติวัน หรือหอสมุดสันติวันอยู่ที่ไหน ชื่อหนังสือว่า ‘สันติวัน’ เขียนเกี่ยวกับการสร้างตึก พิธีวางศิลาฤกษ์ ข้อสงสัยทุกประการ ถูกรวบรวมไว้ภายในหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด

หนังสือในหอสมุดสันติวัน ไม่ได้มีเฉพาะพระนิพนธ์ของสมเด็จป๋า อย่างเดียว ยังมีหนังสือหลายเรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะหนังสือเก่า ไม่เพียงแค่ประวัติของคนที่เขียน หรือหนังสืองานศพของคนใดคนหนึ่ง บางครั้งยังมีคนค้นหาตำราทำอาหารบ้างก็มี หรือเป็นหนังสืองานศพญาติพี่น้องใคร ก็สามารถตอบคำถามเราได้

อยากเชิญชวนให้ทุกท่านที่มีความสนใจเกี่ยวกับด้านวรรณกรรมพระพุทธศาสนา หนังสือเก่า หรือหนังสืองานศพ หากเราเคยค้นหนังสืองานศพของวัดบวรฯ ก็ดี ของหลายๆ ที่ก็ดี

ลองเข้าไปชมหนังสืออนุสรณ์งานศพ หนังสือหายาก ผ่านเว็บไซต์หอสมุดของธรรมศาสตร์ที่สแกนรวบรวมหนังสือของทางหอสมุดสันติวัน