หน้าแรก ประชาชื่น คลองสะอื้นไห้...

คลองสะอื้นไห้ ‘ขยะ (ทั้งชิ้นเล็ก) ชิ้นใหญ่’ยังแก้ไม่ตก? บกเข้มงวด น้ำต้องเข้มด้วย

29.07.25 | 12:30 น.

คลองสะอื้นไห้  ‘ขยะ (ทั้งชิ้นเล็ก) ชิ้นใหญ่’ยังแก้ไม่ตก? บกเข้มงวด น้ำต้องเข้มด้วย

ปังไปแล้ว สำหรับโปรเจ็กต์ #ไม่เทรวม ที่กรุงเทพมหานครเล่นใหญ่ จัดเต็ม พร้อมสะกิดแจ้งเตือนนับถอยหลังดังๆ ก่อนถึงเดือนตุลาคมนี้ที่จะเริ่มใช้ค่าธรรมเนียมเก็บขยะอัตราใหม่ตาม ข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่องค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.2568

เว้นบ้านไหนร่วมแจม ‘บ้านนี้ไม่เทรวม’ รับส่วนลด 3 เท่า

เรียกได้ว่าจูงใจกันสุดๆ เพราะขยะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อ กทม.เจอค่าบริหารจัดการขยะระดับอภิมหาศาลปีละกว่า 7 พันล้าน

ล่าสุด มีประเด็น ‘ไม่ใหม่’ แต่ยังคงน่าสนใจ เพราะเป็นปมปัญหาที่ยังแก้ไม่จบแม้ถูก ‘ฟ้องด้วยภาพ’ มากมาย นั่นคือ ขยะที่ถูกทิ้งในแม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะ ‘ขยะชิ้นใหญ่’ ที่ ‘นัดวัน’ ก็แล้ว อะไรก็แล้ว ยังคงมีผู้มักง่าย
โยนฟูก หมอน เครื่องนอนลงน้ำ กีดขวางเส้นทางคมนาคม การระบายน้ำซ้ำยังสะสมเชื้อโรค

Advertisement

ดังปรากฏดีเบตในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 4) พ.ศ.2568 เมื่อ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ อาคาร ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ที่ยังคงมี สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น นั่งเก้าอี้ประธานสภา กทม. ก่อนยื่นลาออกโดยจะมีผลวันนี้ 29 กรกฎาคม เป็นวันแรก หลังฉากชุลมุน ระคนบรรยากาศอึมครึมมาหลายสัปดาห์

เฝ้าระวัง ไม่อยากมี ‘แสนแสบ 2’

ปัญหาโครงสร้าง ล้มเหลวจัดการต้นทางขยะ?

กลับมาที่เรื่องขยะในลำน้ำ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ ‘เฮียล้าน’ ส.ก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย ลุกเสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครเพิ่มมาตรการและเข้มงวดต่อผู้ลักลอบทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำลำคลอง โดยย้ำว่าปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในแม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ ก่อให้เกิดปัญหากีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้ทางระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ ทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม คุณภาพของน้ำลดลง

และแม้การทิ้งขยะตามแม่น้ำลำคลองเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 แต่ยังมีผู้กระทำความผิดอยู่ จึงเสนอให้ กทม.จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราความเรียบร้อยทั้งทางบกและทางน้ำ ตรวจจับและการแจ้งเหตุ รวมถึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ลดการทิ้งขยะสู่แม่น้ำลำคลอง

“กทม.มีคลองมากกว่า 1,682 คลอง ซึ่งพบปัญหาขยะสะสม น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น บางแห่งเสื่อมโทรมจนอาจจะกลายเป็นคลองแสนแสบ 2 ด้วยซ้ำ มาจากพี่น้องประชาชนบางส่วนทิ้งขยะทั้งชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็กลงลำคลอง ปัญหามาเกิดที่หน้าประตูระบายน้ำ ในแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมของสำนักระบายน้ำ มีผลกระทบกับภาพรวม นี่คือสิ่งที่ 50 เขตควรดูและเข้มงวดในเรื่องนี้

สำหรับสาเหตุเชิงโครงสร้างจะเห็นว่ามีความล้มเหลวในการจัดการต้นทางขยะ ขาดการประชาสัมพันธ์และความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ผมไม่แน่ใจ ระบบระบายน้ำฝั่งธนฯ อิงคลองธรรมชาติมีผลกระทบเช่นกันจึงเสี่ยงเกิดน้ำท่วม” เฮียล้านกล่าว

ทางบกเข้มแล้ว อย่าลืมมอง ‘ทางน้ำ’

ปัญหาซ้ำซาก กฎหมายมี แต่คนไม่กลัว

ส.ก.จอมทองเจ้าเก่ายังตีแผ่เสียงจากชาวบ้านว่า พบปัญหาขยะล้นถัง ไม่มีระบบแยกขยะ รถเก็บขยะเข้าไม่ถึง จึงทิ้งขยะลงคลองเป็นกิจวัตร ไม่มีใครบังคับใช้กฎหมาย อาจมีความเข้มงวดทางบกแล้วแต่หันกลับมามองทางน้ำ เข้มงวดแล้วหรือยัง อาจดูแลแต่ดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งที่มีโทษ จับปรับตาม พ.ร.บ. กฎหมายไม่ไปเข้มงวดกับผู้ที่กระทำความผิด จึงเกิดปัญหาซ้ำซากถึงปัจจุบัน

“กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 มาตรา 33 ห้ามทิ้งขยะลงน้ำ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 31 (2) ทิ้งขยะนอกที่ราชการจัดไว้ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ทั้ง กทม.ออกระเบียบแล้วว่าผู้แจ้งเบาะแสรับ 50% ของค่าปรับ แต่คำถามคือ เราใช้กฎหมายนี้จริงจังแค่ไหน

ถึงเวลาหรือยังที่สำนักเทศกิจของเขตก็ดี ของสำนักก็ดี ควรต้องมีการประชุมว่าจะมีการตรวจตราอย่างไร คนไหนรับผิดชอบคลอง อย่างไรก็แล้วแต่ คอยตรวจดู คอยปรับได้ไหมว่าใครทิ้งขยะ บางครั้งเมื่อนั่งเรือไปจะเห็นฟูกใหญ่ๆ เก้าอี้ใหญ่ๆ ลอยน้ำมา ขยะใส่ถุงโยนลงมาก็เยอะ ขยะที่อยู่ตามแม่น้ำลำคลองปัจจุบันทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาก คนทิ้งขยะบนบกก็ทิ้ง บนน้ำก็ทิ้ง บางลำคลองทิ้งขยะมากๆ ปลาตายก็หาสาเหตุไม่ได้

ถึงแม้ กทม.จะบอกว่าทิ้งขยะถูกปรับแน่ ฝากผู้บริหาร กทม.ด้วยว่าจะต้องเข้มงวด เราขาดการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง เขาก็ไม่กลัว ไม่มีกฎหมายมาจับก็ทิ้งกันแล้วทิ้งกันอีก ทิ้งกันเยอะแยะแต่ไม่มีใครจับปรับ” สุทธิชัยย้ำ โดยไม่ลืมสะกิดชาวบ้านริมคลองและผู้ประกอบอาชีพทางเดินเรือว่า แม่น้ำลำคลองเป็นสมบัติส่วนกลาง อย่าทิ้งขยะด้วยความมักง่าย

จากนั้นฝากข้อเสนอเชิงรุกต่อฝ่ายบริหาร กทม.คือ 1.ติดตั้ง CCTV จุดเสี่ยงริมคลอง 2.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและรางวัลนำจับทันที 3.ปรับระบบถังขยะ-แยกประเภท และเพิ่มจุดตั้งถัง 4.จัดหาเรือเก็บขยะอัตโนมัติสำหรับคลองแคบ 5.เทศกิจจับจริง ปรับจริง ให้เป็นแบบอย่าง

“คลองไม่พูด แต่คลองสะอื้นได้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ กทม.ต้องลงมือจริง ไม่ใช่แค่รณรงค์ เพื่อกรุงเทพฯที่น่าอยู่สำหรับทุกคน” ส.ก.จอมทองฝากไว้ให้คิด

แยกขยะ ‘มาถูกทาง’ ต้องเร่งรัด ‘บ้านมั่นคง’

ฉายภาพ ‘จุดพักขยะ’ ล้นตลิ่ง ร่วงลงน้ำ

คิวต่อมา ตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก.เขตหลักสี่ ลุกขึ้นบอกเล่าปัญหาชาวหลักสี่ที่มีคลองสายหลัก 2 คลองคือ คลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว โดยคลองเปรมประชากรถือเป็นหนึ่งคลองที่มีปัญหาการทิ้งขยะ และปัญหาบ้านรุกล้ำ

“คลองเปรมประชากรเกือบ 1,000 หลัง บ้านที่พักอาศัยอยู่ริมคลองมีทางเข้าคับแคบ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างที่พักขยะริมคลอง เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าเก็บขยะทางบกได้ เดิมในอดีตมีการเก็บขยะริมคลองโดยทางเรือ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เก็บขนมีภาระหนัก และขยะสกปรกมาก โครงการแยกขยะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะรักษาเจ้าหน้าที่เก็บขนขยะไว้กับเราได้นานๆ ขยะเน่าเสียจะน้อยลงการเก็บขนก็จะมีความง่าย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บไม่ได้ ทุกคนต้องนำขยะมากองไว้ที่ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นจุดพักขยะ เมื่อเจ้าหน้าที่เก็บขนมีน้อย ขยะก็กองเป็นจำนวนมาก ตลิ่งมีไม่มากพอ ขยะพวกนี้ก็จะร่วงหล่นลงคลอง เตียง ตู้เย็น รวมทั้งซากสัตว์ เรามาถูกทางเรื่องการแยกขยะ แต่อยากฝากถึงผู้บริหารเร่งรัดโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะลงคลองได้” ส.ก.หลักสี่ขยี้ปมที่ต้องเร่งแก้

หนุนติดตั้ง ‘วงจรปิด’ เอาผิดจริงจัง
แนะงัด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ควบ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด

ขณะที่ นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานมาก และมีคนยื่นมาทุกสมัยให้ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น จาก พ.ร.บ.รักษาความสะอาดดูแลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมีรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้เรื่องขยะตามสถานที่ต่างๆ

“ผมเห็นด้วยกับการมีหลักฐาน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดสมัยมีงบแปรญัตติเมื่อปี 2550 เกี่ยวกับคลอง สมาชิกหลายท่านมีการไปลอกคลอง ปรากฏว่ามีทั้งฟูก โซฟา เก้าอี้ สารพัด แต่หลังจากลอกเสร็จไม่ถึงเดือนเต็มอีกแล้ว ผมสงสัยว่ามันมาจากไหน ถ้าอยู่ทางฝั่งตะวันออกจะไม่ค่อยพบปัญหานี้ แต่ถ้าคนในพื้นที่จริงๆ ไม่ทิ้งโดยเฉพาะคนเก่าคนแก่เพราะรักในถิ่นเกิดของตน คนที่ทิ้งไม่ใช่คนในพื้นที่ หรือจะบอกว่าเป็นประชากรแฝงก็ได้ เพราะพวกนี้ไม่รักถิ่นฐานของตนเอง

การทิ้งขยะลงในคลองส่วนใหญ่พบบริเวณบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ ถ้าตรวจดูพื้นที่เหล่านี้จะพบว่ามีการโยนถุงข้าว ถุงแกงลงในแม่น้ำ ถ้าเรามีมาตรการที่ดีจะสามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถไปยืนเฝ้าได้ สามารถตรวจสอบได้จากคลองไหนเสี่ยง บริเวณไหนมีปัญหา ถ้ามีการติดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ดังกล่าวอาจป้องกันได้ รวมถึงใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเข้าไปร่วมกับ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดด้วย ติดกล้องวงจรปิดเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ” นภาพลชี้

นภาพลกล่าวอีกว่า ปีนี้พิจารณางบมาจะตรวจสอบว่ามีการปรับคนที่ทิ้งขยะบ้างหรือไม่ในแต่ละเขต เพราะคิดว่าไม่ค่อยมี อย่างในกรณีที่เราขับรถไปแล้วมีคนงานทิ้งขยะมา ประชากรแฝงสร้างปัญหาให้ กทม.ค่อนข้างเยอะ เงินอุดหนุนเราไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ย้ายเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้น เราต้องเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะเขตแต่ละเขต

“ผมเคยตรวจสอบที่ซอยราษฎร์บูรณะ 1 ที่บอกว่าเอาพื้นที่ถนนไปทำหมู่บ้านก่อนถึงปลายซอย พบหมู่บ้านข้างเคียงเอาหินทุบทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเขตไม่ได้ดำเนินการอะไร จึงเห็นว่าถ้าเขต หรือเจ้าหน้าที่เอาจริงเอาจังก็สามารถปรามได้ แต่ถ้าไม่ ปัญหานี้ก็จะเกิดต่อไป

ยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้ยื่นญัตติ เขตตลิ่งชันมีการถมคลองทั้งคลอง เขตมีการฟ้องศาลพิพากษาแต่ไม่มีการรื้อจนบัดนี้ ทางหน่วยงานยังบอกว่าสภาพเป็นคลองแล้วเป็นถนน จะยกเลิกสภาพคลองให้เป็นถนนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน” นภาพลกล่าว

อย่าลืม ไซต์ก่อสร้าง แพลนต์ปูน บ้านจัดสรร
มาตรการต้องชัด ความรับผิดชอบต้องมี

ด้าน พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา พรรคประชาชน กล่าวว่า ร้านอาหารริมถนนที่อยู่ริมคลองค่อนข้างขาดความรู้ความเข้าใจว่า ถ้าล้างและเทเศษอาหารทิ้งลงคลองก็คือความผิดที่จะถูกปรับ 10,000 บาท ซึ่งเราก็จะผลักดันให้สำนักงานเขตประสานเทศกิจลงไปจับปรับอย่างจริงจัง และให้ฝ่ายสิ่งแวดล้อมลงไปให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตั้งบ่อดักไขมัน

ต่อมา อำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค พรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างของหน่วยงาน กทม. หรือของประชาชน ที่สำคัญคือการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรที่ติดกับริมคลอง โดยมีการถมดินและทะลักลงไปในคลองและมีเศษวัสดุมากมาย ซึ่งเป็นความไม่รับผิดชอบของหมู่บ้านจัดสรร อยากฝากให้ฝ่ายบริหารกำชับและแก้ไข ตลอดจนมีระเบียบให้ชัดเจนเกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรซึ่งปัจจุบันมีเยอะมาก

จิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี พรรคเพื่อไทย หนุนอีกเสียงว่า บ้านของตนก็อยู่ติดกับคลองและเห็นขยะลอยไปลอยมาอยู่ทุกวัน บางทีคนขับรถเอาขยะมาทิ้งที่คลอง หรือสะพาน จึงอยากเสนอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามสะพานที่ข้ามคลองจะสามารถช่วยได้ในเรื่องการทิ้งขยะ

เช่นเดียวกับ วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายว่า สภาพความเป็นจริงของสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นจากการผลิตคอนกรีต หรือแพลนต์ปูนที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำจะส่งผลให้น้ำเสีย กรุงเทพมหานครต้องมีมาตรการในการควบคุมแพลนต์ปูนให้ชัดเจน

วิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทิ้งขยะควรเริ่มจากวินัยที่ปลูกฝังมาตั้งแต่ที่บ้าน ปัจจุบันฝ่ายบริหารก็มีโครงการในการแยกขยะ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ส่งเสริมการกำจัดขยะให้ถูกต้อง ควรสอนให้เด็กรู้จักการทิ้งขยะตั้งแต่อายุยังน้อย อยากฝากให้สำนักการศึกษามีการ
ปลูกฝังในเรื่องนี้

เทศกิจตรวจถี่ 900 ครั้งบวกๆ
ชนหมัด ‘กรมเจ้าท่า’ จับ-ปรับ

หลังการอภิปรายเข้มข้นเสียงไม่แตก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุกขึ้นเห็นพ้องว่า คลองเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักของกรุงเทพมหานครมาเนิ่นนาน ที่ผ่านมาคลองสภาพดีขึ้นหลายคลอง
คลองแสนแสบเองก็มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้แล้วไม่ใช่แค่ขยะจากครัวเรือน แต่ขยะก็มาจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โครงการบ้านจัดสรร หรือว่าเป็นแพลนต์ปูนที่ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับคลอง ในส่วนนี้ฝ่ายบริหารจะเร่งดำเนินการอย่างเข้มข้นและให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้ในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ฉบับ ฉบับแรกคือ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และ พ.ร.บ.สาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร ส่วนที่ 3 เป็น พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย กรมเจ้าท่าเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว โดยกรุงเทพมหานครมีการประสานงานกับ ‘กรมเจ้าท่า’ เพื่อช่วยกันทำงาน

“ล่าสุดที่มีภาพเทขยะลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มีการประสานงานกันและกรมเจ้าท่าเองก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการจับกุมและปรับ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร สำนักเทศกิจมีการทำแผนให้ทุกสำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจคลองที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเรื่องนี้เป็นตัวชี้วัดที่อยู่ในหน้าที่ของสำนัก
เทศกิจ และสำนักงานเขตจะต้องถือปฏิบัติด้วย ขณะนี้ตามตัวชี้วัดในแต่ละเดือนจะต้องลงตรวจดำเนินการดูแลรักษาคลองให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีการตรวจไม่น้อยกว่า 900 ครั้ง

ส่วนในเรื่องการปรับ หรือการติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงการแจ้งเบาะแสเพื่อนำรางวัลค่าปรับให้กับผู้แจ้งเบาะแส ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่กรุงเทพมหานครดำเนินการอยู่” รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ลุกแจง

นับเป็นอีกปัญหาที่ต้องหาทางแก้ ตั้งแต่ครัวเรือนจนถึงระดับโครงสร้าง บนความมุ่งหวัง #กรุงเทพเมืองน่าอยู่

ภาพจาก ‘กองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร’

ทีมข่าวเฉพาะกิจ