ในรอยกรีด สาธารณรัฐแชบอล ถอดรหัสเกาหลีหลังจอ
3 เล่มใหม่ ‘มติชน’ พร้อมเสิร์ฟ
บนโลกที่ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เหลื่อมล้ำ ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมที่ผู้คนต้องเผชิญ
คำตอบอย่างสำเร็จรูป อาจยังไม่มี
ประตูทางออก อาจยังไม่สามารถเปิดได้โดยง่าย
ทว่า ยังมีมุมมองที่ชวนให้ ‘อ่าน’ ตีความ วิเคราะห์ ขบคิด และสะท้อนถึงความพยายามที่จะนำสังคมและโลกใบนี้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
‘สำนักพิมพ์มติชน’ นำเสนอ 3 เล่มใหม่ ผลงานแปลจากวรรณกรรมชั้นยอด หนังสือเล่มชั้นเยี่ยม และพ็อคเก็ตบุ๊กส์ชั้นดี ที่จะพาผู้อ่านไปสำรวจ (สถานการณ์) ซอกมุมของโลกใบนี้ไปพร้อมๆ กัน
Knife ในรอยกรีด
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2565 นักเขียนชื่อดังนามซัลมาน รัชดี (Salman Rushdie) วัย 75 ปี ถูกลอบทำร้ายในระหว่างที่ขึ้นเวทีบรรยายในหัวข้อ ‘ความสำคัญของการปกป้องนักเขียนให้ปลอดภัยจากอันตราย’ ณ สถาบันเชอทอควา ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เขาถูกแทงบริเวณใบหน้า ลำคอ และท้องหลายสิบครั้ง โดยชายคนหนึ่งที่พุ่งเข้าไปหาเขาพร้อมมีดเล่มหนึ่ง กระหน่ำแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเข้าขั้นวิกฤต แต่ก็ได้รับการรักษาจนสุขภาพฟื้นคืนเป็นปกติ
การแทงครั้งนั้น ไม่ได้ทำให้เขาคิดแค้นหยิบมีดขึ้นมาไล่ตามฆาตกร แต่เขาเลือกจะหยิบปากกาขึ้นมาเพื่อกอบกู้ความเป็นมนุษย์กลับคืนมา และชำแหละสังคมผ่านอักษรให้เห็นถึงความฟอนเฟะของสงคราม การเมือง และศาสนาที่เขาได้สัมผัส โดยได้ลงมือเขียนหนังสือเพื่อบอกเล่าความทรงจำจากเหตุการณ์ที่แสนโหดร้ายในวันนั้น
Knife ในรอยกรีด บันทึกการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายผ่านการบำบัด โดยมีคนในครอบครัวพร้อมด้วยคณะแพทย์และนักกายภาพบำบัดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงบอกเล่าการตกผลึกทางความคิดหลังได้รับโอกาสครั้งที่ 2
แม้ชื่อ ซัลมาน รัชดี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นผู้คนไทยมากนัก แต่ในวงการวรรณกรรมระดับโลกนั้น ชายผู้นี้ถือได้ว่าเป็นผู้ประกาศกร้าวต่อโลกมุสลิมที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน ผลงานเขียนเรื่อง ‘The Satanic Verses (โองการปีศาจ)’ ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2531 ถูกต่อต้านอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวมุสลิม จนส่งผลให้โดนขู่ฆ่า โทษฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม
มาร่วมสำรวจบาดแผลทางสังคมผ่านรอยอักษรของเขาได้ในหนังสือเล่มนี้ผ่านการแปลโดย ‘เรขลดา วาณิช’ ประกอบด้วย 2 ภาค ดังนี้
ภาคที่ 1: เทวทูตแห่งความตาย
มีด
เอลิซา
ฮาม็อต
บำบัด
ภาคที่ 2: เทวทูตแห่งชีวิต
กลับบ้าน
นาย ค.
โอกาสที่สอง
บทสรุปของความรู้สึก
สาธารณรัฐแชบอล
เปิดโปงอาณาจักรธุรกิจใหญ่เกาหลีใต้
ในยุคที่โลกเฝ้าจับตามองความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ หนึ่งในประเทศที่ถูกยกย่องว่าเป็น ‘แบบอย่างแห่งการพัฒนา’ แต่ในทางกลับกันอีกด้านหนึ่งที่ไม่เคยถูกพูดถึงระดับสากล คือ โครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่ในมือของกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘แชบอล’
แม้เกาหลีใต้จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างเท่าเทียมเสมอหน้ากันภายใต้กฎหมาย ทว่ากลับให้กำเนิดและฟูมฟักหล่อเลี้ยง ‘แชบอล’ กลุ่มธุรกิจขนาดยักษ์ผู้ครอบครองกิจการและอุตสาหกรรมสำคัญๆ ระดับประเทศ อำนาจเม็ดเงินมากมายล้นฟ้า ตลอดจนอิทธิพลหลังม่านในแวดวงการเมืองและสถาบันตุลาการ ช่วยเกื้อหนุนให้สมาชิกตระกูลแชบอลทุจริตติดสินบน หลบเลี่ยงภาษี และใช้อำนาจในทางมิชอบได้เป็นประจำโดยแทบไม่ต้องรับผลทางกฎหมายใดๆ ผลที่เกิดขึ้นก็คือความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมขั้นรุนแรงซึ่งสั่นคลอนความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอย่างถึงแก่นตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ทว่าเหตุใดสาธารณรัฐแห่งนี้จึงยังปิดตาข้างเดียวให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุใดกลุ่มแชบอลจึงยังคงกุมอำนาจเหนือเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันการเมืองของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
‘สาธารณรัฐแชบอล: เปิดโปงอาณาจักรธุรกิจใหญ่เกาหลีใต้’ จะพาผู้อ่านไปดูการมีอยู่ของกลุ่มบริษัทที่รู้จักกันในชื่อ ‘แชบอล’ หรือกลุ่มคนที่สะสมความมั่งคั่งระดับมหาศาลเอาไว้เพียงในกลุ่มของตนเอง ว่าทำไมแชบอลถึงแย่ ทำไมคนจำนวนมากถึงเกลียดชังพวกแชบอล ตระกูลแชบอลทำผิดกฎหมายและมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ไปจนถึงการเอาชนะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีกลุ่มบริษัทเป็นศูนย์กลางในเกาหลีว่าจะเป็นไปได้อย่างไร
มาร่วมเจาะลึกเบื้องหลังระบบนี้ผ่านปลายปากกาของ พัคซังอิน ตั้งแต่แรกกำเนิด การสืบทอดอำนาจ การแทรกแซงการเมือง การครอบงำสื่อ การบงการอำนาจศาล การควบรวมกิจการ และการออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจใหญ่ ติดตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่กำลังก่อตัว ทั้งความไม่พอใจของประชาชนคนเกาหลีที่มีต่อกลุ่มแชบอล ความเป็นไปได้ในการจำกัดควบคุมอำนาจของกลุ่มทุนใหญ่ รวมไปถึงแนวทางการปฏิรูปและฟื้นฟูประชาธิปไตย เพื่อให้เกาหลีใต้กลับมาเป็นสาธารณรัฐ ‘ของประชาชน’ และ ‘เพื่อประชาชน’ อย่างแท้จริง
แปลโดย ชญาณภา ชื่นชม ชวนอ่าน
5 บทสำคัญ ดังนี้
บทที่ 1 เกาหลีใต้คือสาธารณรัฐของกลุ่มธุรกิจใหญ่แชบอล
บทที่ 2 สาธารณรัฐของตระกูลใหญ่แชบอลถูกสร้างขึ้นมาแบบนี้
บทที่ 3 ทำไมสาธารณรัฐของกลุ่มบริษัทใหญ่แชบอลถึงไม่ดีล่ะ
บทที่ 4 การสวนทางของรัฐบาลมุนแจอิน
บทที่ 5 เพื่อการฟื้นฟูสาธารณรัฐประชาธิปไตย
K-Contents Decode
ถอดรหัสสังคมเกาหลีหลังจอภาพยนตร์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนเทนต์เกาหลีในปัจจุบัน ทั้งในรูป ภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการวาไรตี้ ล้วนเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยทั้งสดใหม่และขยี้ประเด็นทางสังคมได้อย่างเจ็บแสบ แต่เคยนึกสงสัยกันหรือไม่ว่า อะไรทำให้คอนเทนต์เกาหลีอยู่ในกระแสนิยมโลก ทั้งยังเป็นที่น่าจับตามองกว่าที่เคย?
‘K-Contents Decode ถอดรหัสสังคมเกาหลีหลังจอภาพยนตร์’ จะพาเราไป ‘ถอดรหัส’ ทำความเข้าใจผ่านคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ว่าจะการทำความเข้าใจความคิดความอ่านต่อสังคม การเมือง การคอร์รัปชั่น กระบวนการยุติธรรม ทัศนคติเรื่องความรักและคู่ครอง ความเป็นอื่น ตัวตน ความตาย ไปจนถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศของโลก
เพราะภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลีจึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์สมดุลในโลกเสมือน แต่อีกนัยหนึ่งยังสะท้อนปรากฏการณ์ที่ผู้คนและสังคมเกาหลีต้องเผชิญและปรับตัวไปกับสิ่งต่างๆ ในโลกยุคใหม่ที่ถาโถมเข้าหา
นี่คือหนังสือแปล 3 เล่มใหม่ที่ ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ชวนให้อ่านและร่วมขบคิด แสวงหา พร้อมมองถึงทางออกของหลากปรากฏการณ์ หลายสถานการณ์ และบรรยากาศที่อบอวลด้วยความกระอักกระอ่วนไปพร้อมๆ กัน
ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
โทร 02-589-0020 ต่อ 3350-3360

