“อาหาร” ไม่เคยเป็นแค่ “ของกิน” ไม่ได้จบลงแค่ที่รสชาติ หากแต่คือ “ภาษา” ของชาติที่บอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และภาพฝันทางการเมือง

“รสข้ามชาติ” คือหนังสือที่จะพาผู้อ่านออกเดินทางผ่านประวัติศาสตร์และปัจจุบันของอาหารไทย ในฐานะปรากฏการณ์ที่เคลื่อนไหวข้ามพรมแดน ทั้งทางกายภาพและความหมาย และในยุคที่คำว่า “Soft Power” ถูกหยิบมาใช้จนกลายเป็นคำสามัญในนโยบายรัฐ การกินจึงไม่ใช่แค่กิจวัตร แต่กลายเป็นกลไกของอำนาจที่ซับซ้อนเกินกว่าจะรับรู้ผ่านปลายลิ้น
หนังสือเล่มนี้ชวนให้ข้ามพ้นการเข้าใจอาหารในฐานะเพียง “ปัจจัยสี่” ไปสู่การมองว่าอาหารคือ “สัญญะ” ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เปลี่ยนรูป เปลี่ยนความหมายไปพร้อมกับยุคสมัย สะท้อนรอยแยกของชนชั้น เส้นแบ่งของอำนาจ และพลวัตของโลกาภิวัตน์ในทุกๆ คำที่เรากิน
ชาติชาย มุกสง พาเดินทางผ่านการเปลี่ยนแปลงของอาหารไทย
จาก การกินขาด สู่ การกินเกิน
จาก น้ำตาลพื้นบ้าน สู่ น้ำตาลในระบบอุตสาหกรรม
จาก ฟาสต์ฟู้ดอเมริกัน สู่ ฟาสต์ฟู้ดกลายพันธุ์แบบไทยๆ
จาก ขนมริมคลอง สู่ ตำรับอาหารแห่งชาติ ที่ถูกขัดเกลาเพื่อเสิร์ฟโลก

และในทุกจานที่ถูกตักเข้าปาก คำถามสำคัญก็คือ “อาหารที่ถูกส่งออกไปสู่สายตาชาวโลก ยังคงสะท้อนเจตจำนงของผู้บริโภคจริงๆ หรือแค่ทำหน้าที่ซ่อนอุดมการณ์อย่างแนบเนียนกันแน่?”
คำนำผู้เขียน ระบุว่า “เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก” เป็นคำพังเพยที่ติดปากคนไทย อันแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการกินที่เหนือกว่าอย่างอื่นเสมอมา ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะผันเปลี่ยนไปอย่างไร เรื่องกินก็ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย ดังมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการสรรค์สร้างวัฒนธรรมการกินให้เกิดทั้งความหลากหลายและอลังการยิ่งใหญ่ เพื่อจัดระเบียบความสัมพันธ์กันของคนไทย
การขับเคลื่อนการกินผ่านการสร้างความหมายเชิงสัญญะแต่ละยุคสมัย ด้วยการให้ความหมายของการกินให้คนได้หันมาเปลี่ยนการกินของตนเองเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยดังกล่าว หรือจะเป็นตัวเลขรวมรายได้จากการขายอาหารการกินของประเทศไทยไปยังครัวของคนทั่วโลก ซึ่งเป็นมาตั้งแต่อดีตที่การค้าขายเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าโลกที่เน้นการขายวัตถุดิบเป็นหลัก จนกระทั่งเปลี่ยนมาเน้นการขายที่มาก
กว่าวัตถุดิบ โดยหันมาสร้างมูลค่าเพิ่มของอาหารไทยให้มีความหมายและสัญญะที่หลากหลาย จนกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลกในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่เรียกกันติดปากในปัจจุบันว่า “ซอฟต์พาวเวอร์”
กระแสสร้างซอฟต์พาวเวอร์จากอาหารไทยและวัตถุดิบทางการเกษตรจากเกษตรกรไทยผ่านนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรืออุตสาหกรรมวัฒนธรรมของรัฐบาลแทบทุกชุดในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ได้กลายเป็นความหวังใหม่ครั้งสำคัญที่จะเป็นเครื่องจักรนำพาเศรษฐกิจไทยให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง พร้อมไปกับการท่องเที่ยวที่ต้องเชื่อมประสานให้มีมูลค่าสูงขึ้นเพื่อฉุดตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากหุบเหวที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ดังเห็นได้ชัดจากนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์” ที่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ
และคาดการณ์ไว้ว่าจะใช้นโยบายนี้พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย โดยอาหารเป็น 1 ใน 13 ด้านของซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่รัฐบาลวางเป็นเป้าหมายของการสร้างรายได้เข้าประเทศเพื่อสร้างจีดีพี ซึ่งอาหารมีความสำคัญเพราะพิสูจน์ตัวเองด้วยรายได้เข้าประเทศที่มากเป็นอันดับต้นของซอฟต์พาวเวอร์อยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง
ฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนการทบทวนและท้าทายการสร้างชาติด้วยอาหารที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ไทย รสข้ามชาติต้องการเล่าเรื่องอาหารการกินและรสชาติ อันเป็นการให้นิยามความหมายต่ออาหารในแง่มุมที่มนุษย์ใช้มาสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้งยังสร้างให้อาหารการกินมีความหมายตามความสัมพันธ์ทางสังคมและการเมืองที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้นตลอดมาในประวัติศาสตร์จนปัจจุบัน และยังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้งอีกในอนาคตอย่างแน่นอน
เรื่องใหญ่ของอาหารและการกินสะท้อนให้เห็นผ่านจุดร่วมกันในการแลกเปลี่ยนอาหารและวัฒนธรรมการกินกันระหว่างมวลมนุษยชาติในโลกนี้ ชาวโลกใช้อาหารเป็นสื่อกลางของการแลกเปลี่ยน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมมาโดยตลอด ทั้งยัง “ข้ามชาติ” อย่างเข้มข้นขึ้นตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโยงมนุษย์มาใกล้ชิดขึ้นตามไปด้วย
ในสังคมแห่งการบริโภคสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นจากกระแสโลกาภิวัตน์ที่โลกได้กลายเป็น “หมู่บ้านโลก” มาตั้งแต่เมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา อาหารการกินถูกให้ความหมายในแง่มุมของการบริโภคเชิงสัญญะที่ขับเคลื่อนทุนนิยมแทนที่การบริโภคอาหารเอาอิ่มที่เป็นความหมายเชิงวัตถุตามธรรมดาของอาหารการกินมาแต่ไหนแต่ไร

สิ่งสำคัญคือ กระแสการบริโภคเชิงสัญญะได้ผลักเคลื่อนอาหารและการกินของมนุษย์ให้แปรเปลี่ยนด้วยสัญญะต่างๆ ในระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น ที่สำคัญอาจกล่าวได้ว่า แทบไม่มีมนุษย์คนไหนจะหนีโลกมายาจากการสร้างความหมายใหม่ๆ ผ่านสัญญะต่างๆ ในเรื่องอาหารการกินพ้นเลยสักคนเดียว
นี่ยิ่งเป็นการท้าทายให้คนอ่านทุกคนเห็นว่า ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เพราะคุณจะได้เข้าใจปรากฏการณ์รอบตัวที่คุณจะต้องเผชิญกับการเลือกกินอย่างน้อย 3 มื้อในแต่ละวัน สามารถเป็นกิจกรรมประจำวันที่ตัวคุณจะสามารถกลืนเข้าไม่ต้องคายออกอย่างเข้าอกเข้าใจอย่างแท้จริงได้เสียที
กล้ารับประกันว่า เมื่อคุณอ่านแล้วก็จะกลายเป็นผู้บริโภคทรงอำนาจที่มี “ชิวหาธิปไตย” เป็นของตนเองจากการอ่านแล้วเข้าใจอำนาจของอาหารต่อคนเรา ซึ่งจะนำไปใช้เป็นอำนาจในการเลือกและตัดสินใจกินสิ่งที่ดีมีประโยชน์ด้วยตัวคุณเอง เป็นผู้บริโภคที่กระตือรือร้นในการใช้สิทธิบริโภคของตนเองให้กลายเป็นอำนาจในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเองได้เป็นอย่างน้อย แล้วต่อไปอาจจะกลายเป็นพลังร่วมกันของผู้บริโภคที่ตื่นรู้ในสิทธิอำนาจตนเองไปเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ซึ่งอาจจะพอๆ กันหรือดีกว่าสิทธิพลเมืองในคูหาเลือกตั้งเสียอีก
เนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 3 บทความที่ได้นำมาปรับปรุงดัดแปลงเพิ่มเติม โดยมีประเด็นหลักของหนังสือร่วมกันคือ เรื่องอาหารและการกินที่ข้ามวัฒนธรรมและเขตแดนประเทศในฐานะรัฐชาติมาโดยตลอด รวมทั้งได้เพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ให้ทันยุคสมัยของการประกอบสร้างอาหารให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศที่มีมูลค่าสูงทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อหวังจะส่งออกข้ามชาติไปทั่วโลกในปัจจุบัน จึงขอบันทึกถึงการพิมพ์ครั้งแรกเอาไว้เพื่อการตรวจสอบและอ้างอิงดังต่อไปนี้บทที่ 2 ปรับปรุงจาก “จากการกินที่ขาดมาสู่การกินที่เกิน” ปฏิทรรศน์ของภาวะโภชนาการในสังคมไทยสมัยไหม่. วารสารสหศาสตร์. คณะสังคม ศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. 5, 2 (พฤศจิกายน 2548): 79-117.
บทที่ 3 ปรับปรุงจาก “ลิ้นกับฟัน (เฟือง): การเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การรับรสและความทรงจำเกี่ยวกับ ‘ความหวาน’ จากน้ำตาลพื้นบ้านสู่อุตสาหกรรม.” ในภูมิปัญญาสุขภาพ: ปฏิบัติการต่อรองของความรู้ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2548.
บทที่ 4 ปรับปรุงจาก “ฟาสต์ฟู้ดกลายพันธุ์ : การเปลี่ยนแปลงความหมายของอาหารกับการบริโภคเชิงสัญญะข้ามวัฒนธรรม.” ใน การเดินทางของสินค้าสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2550.
ในเล่มประกอบไปด้วย 5 บทสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่จานอาหารในบ้าน ไปจนถึงนโยบายระดับโลก ดังนี้
บทที่ 1 ข้ามรสข้ามชาติ: ความหมายของอาหารที่เลื่อนไหลจากชีวิตทางสังคมวัฒนธรรมสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของโลก
บทที่ 2 จากการกินขาดมาสู่การกินเกิน: ปฏิทรรศน์ของภาวะโภชนาการในสังคมไทยร่วมสมัย
บทที่ 3 ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนรสชาติและความทรงจำของอาหารหวาน ข้ามยุคสมัยจารีตพื้นบ้าน สู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมบริโภค
บทที่ 4 ฟาสต์ฟู้ดกลายพันธุ์: การเปลี่ยนแปลงความหมายของอาหารกับการบริโภคเชิงสัญญะข้ามวัฒนธรรม
บทที่ 5 ข้ามฟ้าข้ามแดนรสไทยไปสู่โลก
“รสข้ามชาติ” จะทำให้คุณมองจานข้าวแบบเดิม ด้วยมุมมองใหม่ เพราะอาหารไม่เคยเป็นเรื่องเล็ก และไม่มีคำไหนที่เรากลืนลงคอโดยไม่คิด โดยเฉพาะในยุคที่ “เรื่องกิน” คือเรื่องของชาติ ของทุน และของอำนาจ ทุกคำที่คุณกิน… อาจมีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ในนั้น

รสข้ามชาติ
เปิดให้จองแล้ววันนี้ พิเศษ! สำหรับ 100 เล่มแรก
รับลายเซ็นนักเขียน พร้อมจัดส่งฟรี!
สั่งซื้อได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน www.matichonbook.co.th
และติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook

