หน้าแรก ประชาชื่น ปันความรู้ สู...

ปันความรู้ สู่โอกาสใหม่ พลังหนังสือเปลี่ยน‘คนคุก’เป็นคนคุณภาพ ‘ทำบุญแบบนี้เห็นผลกว่า’

9.08.25 | 12:34 น.

“สังคมไทยต้องเปลี่ยนมายด์เซตใหม่ มองผู้ต้องราชทัณฑ์ที่พ้นโทษว่าไม่ใช่คนคุก

ด้วยมายด์เซตใหม่เท่านั้น สังคมไทยจึงจะไปรอด” 

ประโยคสั้นๆ กลั่นจากความเห็นของ ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ หลังกวาดสายตาเห็นชื่อปกหนังสือ ‘แค่เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่พ่ายแพ้’ ที่เขียนโดย หนุ่มเมืองจันท์ อันเป็นเพียงส่วนเสี้ยวของรายนามหนังสือกว่า 135 ปก ที่เครือมติชนได้ส่งมอบถึงมือราชทัณฑ์ เป็นล็อตที่สอง

รองอธิบดีถือโอกาสนั่งสะท้อนปัญหากับผู้บริหารสื่อในเครือมติชนโดยมองว่า สิ่งที่แก้ยากกว่าการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ก้าวพลาด คือการเปลี่ยนทรรศนะของคนในชาติที่ฝังลึก

สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มอบหมายให้ ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีฯ พร้อมด้วย นิรันดร์ ไชยชมภู ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาระบบการพัฒนาพฤตินิสัย และคณะ ร่วมรับมอบหนังสือในโครงการ ‘Trust in Reading ปันความรู้ สู่โอกาสใหม่’ จากเครือมติชน และ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ เมื่อ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อเป็นหนึ่งในแรงซัพพอร์ต ต่อยอดโอกาสให้แก่ผู้ก้าวพลาด โครงการ “Trust in Reading ปันความรู้ สู่โอกาสใหม่” จึงถือกำเนิดขึ้น ในโอกาสหนังสือพิมพ์มติชนก้าวสู่ปีที่ 48 โดย มูลนิธิ ดร.โกวิท
วรพิพัฒน์
และ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ ร่วมลงทุนทรัพย์กับทรัพยากรมนุษย์ จัดซื้อหนังสือผ่านตัวกลางในนาม บริษัท งานดี จำกัด 

Advertisement

 คลังความรู้ ฮาวทูที่รวบย่อบนหน้ากระดาษ จะช่วยเปลี่ยนมุมมอง เพิ่มพูนความรู้ และบ่มเพาะความสามารถ ล่าสุดแผ่กระจายไปยังเรือนจำและทัณฑสถานทั่วไทยครบทั้ง 48 แห่งตามความตั้งใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยส่งมอบล็อตแรก 19 มีนาคม รอบสองในครั้งนี้ (5 ส.ค.) 

ด้วยเชื่อว่าความรู้และการศึกษาเป็นต้นทุนสำคัญ ที่ทำให้เมื่อพ้นโทษ จะหันไปเลือกหนทางประกอบอาชีพสุจริต ไม่กระทำผิดซ้ำ

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่เด่นชัดของ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนปัจจุบัน ที่เชื่อว่า ผู้ก้าวพลาดไม่ต่างจากทรัพยากรของชาติ จากสถิติพบว่ากว่า 70% มีวุฒิต่ำกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำมาซึ่งปัญหารอบด้าน ความเหลื่อมล้ำ อาชญากรรม อันเนื่องมาจากความเปราะบางทางสถาบันครอบครัว 

ชาญ วชิรเดช พูดคุยกับ วรศักดิ์ ประยูรศุข และ นฤตย์ เสกธีระ

หากแต่ในความเป็นจริง หนังสือและข้อมูลข่าวสาร กลายเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังโหยหาเป็นอย่างยิ่ง 

เห็นได้จากผลลัพธ์ หลังกองพัฒนาพฤตินิสัย คิกออฟ โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ (Read for Release) หนึ่งในนโยบายสำคัญของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ณ ลานสานฝัน TK Park นำมาสู่ภาพการแข่งขันกันอ่านในหมู่ผู้ก้าวพลาด เปลี่ยนการแบ่งแก๊ง เป็นจับกลุ่มกันนั่งอ่าน 

เพราะการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้ในสถานที่จำกัดเสรีภาพ เรือนจำในวันนี้จึงไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยเปิด ที่ให้สิทธิคว้าปริญญาชีวิต สำเร็จการศึกษาได้จากการสะสมหน่วยกิตผ่านแต้มการอ่าน คิด วิเคราะห์

แต่ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ ยังต้องอาศัยแรงหนุนอีกมาก เมื่อปลายทางของบัณฑิตคือ การมีงานทำ และสังคมยอมรับอย่างแท้จริง

ให้การศึกษาเปลี่ยนชีวิต ปรับโหมดใหม่ จูงใจอ่าน ‘ลดวันคุมขัง’

“การมอบหนังสือในครั้งนี้ เป็นการมอบโอกาสให้แก่ผู้ก้าวพลาดได้เปลี่ยนชีวิตใหม่ เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติได้” 

ชาญ เอ่ยปาก ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือกรมราชทัณฑ์มาโดยตลอด ซึ่งนอกจากผู้ต้องขังจะได้รับความรู้จากการอ่านหนังสือใน ‘ห้องสมุดพร้อมปัญญา’ โครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำลังจะเปิดเพิ่มอีกหลายแห่งในปีหน้า 

ชาญ วชิรเดช และ นิรันดร์ ไชยชมภู ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารเครือมติชน
โดยสะท้อนความสำเร็จในโครงการ ‘อ่านลดวันต้องโทษ’ รวมถึงทิศทางแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาและอาชีพ

ยังมีโครงการ ‘อ่านหนังสือลดวันต้องโทษ’ ที่สอดรับ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อ3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทางเครือมติชน ก็ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนเช่นกัน 

เนื่องด้วยผู้ต้องขังในต่างประเทศ มีโครงการที่อ่านหนังสือแล้วลดวันต้องโทษได้ โดย 1 เล่มใน 1 เดือน ลดได้ 4 วัน แต่ของเราต้องปรับแก้ พ.ร.บ.อีกเล็กน้อย ก่อนนำเข้าสภา ในระหว่างแก้ต้องใช้เวลา จึงมีนโยบายให้อ่านเพื่อเลื่อนชั้นได้ก่อน

“จากชั้นกลาง ก็เป็นชั้นดี ชั้นดีเป็นดีมาก ชั้นดีมากเป็นชั้นเยี่ยม เมื่อชั้นขยับก็จะทำให้เขาได้รับการพ้นโทษเร็วขึ้น จาก 1 เดือนก็อาจจะได้รับ 3 วัน เป็น 4 วัน 5 วัน” 

ทว่า ไม่ได้อ่านแล้วจบแค่นั้น มีคณะกรรมการ คอยทดสอบว่าอ่านแล้วเข้าใจ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง หรือถ้ายังอ่านไม่ออก ให้เพื่อนอ่านให้ฟัง แล้วมาถ่ายทอดต่อก็ได้เช่นกัน 

ในปัจจุบันพบว่ามีราว 2-3% หรือหลักหมื่นคนทั่วประเทศ ที่ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ รมว.ยุติธรรม จึงย้ำให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาอย่างมาก

“เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานของคน ถ้าเขามีความรู้ในระดับหนึ่งแล้ว เขาก็จะได้รับอัตราค่าจ้างที่ดีขึ้น เป็นแรงงานที่มีคุณภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้เขาเหมือนคนที่ไม่รู้ว่าตกหล่นอยู่ตรงไหน เขา Drop out หลุดออกนอกระบบ 

“ต้องยอมรับว่าสังคมบ้านเราเกิดความเหลื่อมล้ำ คนที่ครอบครัวแตกแยก เกิดขึ้นมาในสังคมและอยู่ในชุมชน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี อยู่ในน้ำส่วนหนึ่งที่เราไม่ได้บำบัด มันก็พร้อมจะสร้างยุง สร้างตัวอะไรขึ้นมา

แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว น้ำเสียและยุงจะไม่ค่อยมี เพราะเขาช่วยกันทำ ช่วยกันพัฒนา คนละไม้คนละมือ แต่บ้านเรามันต้องใช้เวลา

“ดังนั้นกรมจึงต้องปรับโหมดใหม่ จากการ ‘คืนคนดีสู่สังคม’ เป็นการ ‘ทำสงครามกับการคืนคนดีกลับคืนสู่สังคม’ คือเราจะไม่ยอมแพ้ในสงครามนี้ ไม่ว่าจะเกิดมากี่ยุคกี่สมัย ก็ต้องทำเรื่องเหล่านี้” ผู้บริหารราชทัณฑ์เล่าด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

ทำบุญแบบนี้เห็นผลกว่า เลือกอ่านตามอัธยาศัย-ฟื้นแรงใจก่อนหวนคืน

เมื่อ นฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกอง บก.มติชน ถามถึงฟีดแบ๊กจาก คณะกรรมการประเมินผลการอ่านหนังสือประกอบการเลื่อนชั้น ประจำปี พ.ศ.2568 ในโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ 

ท่านรองถึงกับบอกเลยว่า มีแต่เรื่องราวดีๆ ทั้งนั้น โดยหนังสือแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หมวดวิชาการตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ และหมวดทั่วไป แบบเดียวกับที่ได้รับมอบจากสำนักพิมพ์มติชน ซึ่งเลือกอ่านได้ตามใจชอบ

“มีทั้งภาพและเนื้อหา ช่วยจรรโลงใจและพัฒนาสมองได้ หนังสือดีๆ ทั้งนั้น 1 เล่ม ลดวันต้องโทษได้ 4 วัน ปีนึง 12 เล่ม ลดได้ 48 วัน ถ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ลดได้ 5 วัน หนึ่งปี 60 วัน เขาอ่านได้ตามอัธยาศัยเลย ยืมไปอ่านที่เรือนนอนก็ได้” 

“ผมว่าท่านไม่ต้องไปสร้างโบสถ์วิหาร ปล่อยนก ปล่อยปลา ท่านทำแบบนี้ ปล่อยคนดีออกสู่สังคม เพียง 1 คนก็ช่วยให้สังคมปลอดภัย ไม่เสื่อมโทรม เป็นการทำบุญในลักษณะของ social enterprises เห็นผลได้ดีกว่า” รองอธิบดีเชื่อเช่นนั้น 

เมื่อหันไปดูรายชื่อ เต็มไปด้วยเล่มฮิต สาระแน่น พร้อมจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนมุมมองแนวคิด ไม่ว่าจะเป็น ขจัดปัญหาชีวิต ง่ายนิดเดียว, ไม่มีครั้งสุดท้ายสำหรับโอกาส, ทำไมฉันจึงเป็นทุกข์ ขณะที่ทุกคนก็มีความสุขกันดี, The Great Remake สู่โลกใหม่, ก้าวใหญ่ๆ ใช้ใจเริ่ม, รสไทย(ไม่)แท้โดย อาสา คำภา, ในกำแพงแก้ว,เขตคลองมองเมือง, ประวัติศาสตร์สังคมว่าด้วยส้วมฯ, สยามวิฬาร์ ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียวเป็นต้น 

135 ปก รวมไปถึงนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ตลอด 1 ปีเต็ม มูลค่ารวม 773,964 บาท พร้อมจัดส่งให้ถึงมือผู้ต้องขังทั้ง 24 เรือนจำ 

เพื่อสร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน ใฝ่แสวงหาความรู้ และเห็นคุณค่าในตนเอง ให้หวนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

สถาบันพัฒนาฝีมือผู้ก้าวพลาด ราชทัณฑ์ กับบทบาท ‘สถานฟอกคน’

ไม่ต่างจาก โชว์เคส อวดผลงานฝีมือผู้ก้าวพลาด สำหรับนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ที่เพิ่งสิ้นสุดไปหมาดๆ 

เป็นอีกโอกาสที่จะได้ใช้ทักษะความสามารถให้เกิดรายได้ 

รองอธิบดีเล่าว่า กว่า 80% เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำศูนย์บำบัด 

“สังคมมีแต่เสพติด มีแต่คนเสพ คนค้า กลายเป็นคนด้อยค่า ไม่มีการศึกษา กรมราชทัณฑ์ก็เลยกลายเป็นที่ฟอกคน แต่อยู่กับเรามี 5 ก้าวย่าง” ชาญแง้ม 

ที่แน่ๆ 2 ก้าวนี้จะไม่ได้เห็นอีกแน่ 

ก้าวแรก – โทรศัพท์และยาเสพติด จะไม่ได้ยินอีกต่อไปว่า มีการสั่งซื้อหรือเสพยาในเรือนจำ

ก้าวที่สอง – ซุ้ม บ้านผู้มีอิทธิพลเหมือนคุกต่างประเทศ ถูกทลายหมดให้เท่าเทียม มีเครื่องแบบ ล็อกเกอร์ให้ จัดระเบียบ ฝึกสวนสนามให้เป๊ะ แต่ละเรือนจำแข่งกัน ทหารที่มาเป็นกรรมการ ทึ่ง ชื่นชมเลยว่าระเบียบวินัยสุดยอด 

“ที่สำคัญคือโรงงานเขาอยากได้คนเหล่านี้ ตอนที่ผมไปชลบุรี ได้เชิญสภาอุตสาหกรรมฯเข้ามาดู ผมบอกเลยว่า เราเป็น สถาบันพัฒนาฝีมือผู้ก้าวพลาด คนชลฯต้องให้โอกาสคนชลฯ คนชลฯต้องไม่ทิ้งคนชลฯ ต้องสนับสนุนคนชลฯ คนชลฯจึงจะมีสังคมที่ปลอดภัย”

เรือนจำอุตสาหกรรม ร.ร.ฝึกวิชาชีพ ให้กำเนิด Business matching

เล่าตามตรงว่า ส่วนใหญ่แรงงานคนไทยในชลฯ แทบจะอยู่ในคุกหมด จึงเป็นคนพม่า เขมร ที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งอมตะ, โรจนะ, ดับบลิวเอชเอ ซึ่งบางทีหน้าทุเรียน ก็จะย้ายไปทำล้งก่อน ทำให้คนขาด (จาก 318 ก็ได้ 500 บาท)

เดิมเคยพาผู้ต้องขัง เข้าสู่นิคมฯ แต่เคยมีคนหนี ควบคุมได้ยากในทางปฏิบัติ

เมื่อเห็นเช่นนี้ จึงตัดสินใจ เชิญชวนสภาอุตฯ มาสร้างโรงงานในพื้นที่ของราชทัณฑ์ 

“เราจะทำแคมป์ เหมือนกับเรือนจำโครงสร้างเบา คือไม่มีกำแพง ท่านสร้างโรงงานให้เรา 1,000 ตร.ม. จะกำหนดเป็นแดน ‘อุตสาหกรรมประกอบจักรยาน’ ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี”

ได้ยินเช่นนั้น วรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานมติชน และ บรรณาธิการกอง บก.ประชาชาติธุรกิจ อดไม่ได้ที่จะถามต่อด้วยความสนใจ พบว่าปัจจุบันเกิดขึ้นจริงแล้ว! ราว 2 ปี มีการสร้างโรงงานประกอบจักรยานไฟฟ้าแบบสายพาน 

“1 นาทีทำได้ 12 คัน 1,200 คัน/วัน แล้วเราก็บอกเขาว่า แค่ท่านมีออเดอร์อย่างเดียว คนเราบริหารให้ท่าน นำโฟร์แมนมาควบคุม เอากล้องวงจรปิดมาติด คนของผมไม่อู้ ไม่ขาด ไม่ลา ไม่สาย ที่สำคัญไม่เล่น Line (หัวเราะ)” ผมออฟเฟอร์ด้วยว่า คนของผมทำให้ได้ 3 กะ เขาทำงาน 8 ชม. เวลาที่เหลือ ได้พักผ่อนได้เหมือนคนทั่วไป ได้ค่าแรงขั้นต่ำตามมาตรฐาน” 

ล่าสุด สภาอุตฯ จะพาบริษัทไปลง 7 โรง 21 ไร่ เฟสแรกมี 2 โรงแล้ว พร้อมเรือนนอน โดยมีบริษัทโรงงานมาสร้างให้ ทาง ม.บูรพา ช่วยออกแบบโครงสร้าง น้ำเสีย บ่อทิ้ง 

“เป็น เรือนจำอุตสาหกรรม เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรม (prison factory) นี่คือหนึ่งในเรือนจำเฉพาะทาง ซึ่งเรามีทั้งเฉพาะทางด้านอุตสาหกรรม ด้านกีฬา โดยทางกรมฯก็บริหารบุคคล คนไหนใกล้พ้นโทษก็ย้ายมาที่เรือนจำนี้ เพื่อเตรียมคนเข้าสู่อุตสาหกรรม” 

รองอธิบดีฯ สะท้อนให้เห็นก้าวสำคัญ เกิดเป็น Business matching ที่ตอบโจทย์ในมิติทรัพยากรบุคคล

ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE) ก็ได้ติดต่ออุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมกับกระทรวงแรงงาน มาจอยกัน ซึ่งปัจจุบันเน้นสร้าง ‘Caregiver’ ฝึกผู้ต้องขังดูแลผู้ป่วย เปลี่ยนแพมเพิร์ส เพราะปัจจุบันเป็นที่ต้องการมาก ผู้ต้องขังผู้หญิงก็สอนเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย การนวด 

“แต่ก็ต้องพยายามสร้างทัศนคติใหม่ ถ้าคนในเรือนจำทัศนคติบวก แต่คนข้างนอกยังมองลบ ผลก็ยังเป็น False

ถ้าคนข้างในบวกแล้วข้างนอกบวก สังคมถึงจะไปได้ ทุกวันนี้ทัศนคติข้างนอกยังเป็นเช่นนั้น”

“เรานี่แหละ ทำให้เขาเป็นแบบนั้น เราต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสังคม เขาเกิดมาเป็นทารก บริสุทธิ์ เลือกสภาพแวดล้อมไม่ได้ แต่ครอบครัวหย่าร้าง สังคมลงโทษเขา ทำให้คนเหล่านี้อยู่กับเรา แล้วเป็นแบบนี้ เราต้องช่วยเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์”

กล่าวตามตรงว่า กรมราชทัณฑ์ ไม่มีความสามารถอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้เกิดขึ้นโดยลำพัง หากคนข้างนอกยังไม่ให้การยอมรับ ยังไม่มีที่ยืนให้ ก็เชื่อว่าจะเกิดทัศนคติ ‘กูจะกลับมาแก้แค้น’ ยิ่งรังแก ก็จะยิ่งทำให้สังคมเสื่อมโทรม

ถามถึง ‘เสก โลโซ’ หลังจากพ้นโทษ แลดูสมบูรณ์แฮปปี้ ล่าสุด 7 และ 9 สิงหาคมได้ไปเล่นคอนเสิร์ตในศูนย์พักพิงผู้อพยพ ที่ จ.สุรินทร์ และศรีสะเกษ เพื่อส่งกำลังใจให้ชาวบ้านและทหารกล้าในชายแดนไทย-กัมพูชา 

ปัจจุบันผันตัวมาเป็นโค้ชสอนน้อง แต่งเพลงให้กำลังใจในเรือนจำมีงานที่ดีทำ และภูมิใจในหน้าที่ที่รับผิดชอบนี้อย่างสุดใจ

เป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่สะท้อนผลลัพธ์ ว่าการบ่มเพาะขัดเกลาอย่างเหมาะสม ถูกทาง จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง 

เพราะพี่เสก ก็ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความช่วยเหลือ ที่สังคมพร้อมจะหยิบยื่นให้อีกครั้ง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ