หน้าแรก ประชาชื่น เสธ.เบิร์ด &#...

เสธ.เบิร์ด – พลตรี วันชนะ สวัสดี เล็งเป้าสมรภูมิไทย-กัมพูชา ‘เชื่อผมเถอะ วันนี้มีแต่คอนเทนต์’

10.08.25 | 14:25 น.
เสธ.เบิร์ด - พลตรี วันชนะ สวัสดี เล็งเป้าสมรภูมิไทย-กัมพูชา ‘เชื่อผมเถอะ วันนี้มีแต่คอนเทนต์’

     เสธ.เบิร์ด – พลตรี วันชนะ สวัสดี
เล็งเป้าสมรภูมิไทย-กัมพูชา
‘เชื่อผมเถอะ วันนี้มีแต่คอนเทนต์’


จบลงอย่างสวยงาม สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงเต็ม ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันในการปฏิบัติตาม ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ หวังนำมาซึ่งสันติภาพและความผาสุกของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ส่วนสถานการณ์จริงนับจากนี้ไปจะเป็นเช่นไร ยังต้องติดตามแบบตาไม่กะพริบ

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเดินทางมาถึงของ พลตรี วันชนะ สวัสดี หรือ ‘เสธ.เบิร์ด’ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร ที่ให้เกียรติร่วมพูดคุยกับ ‘มติชนทีวี’ พร้อมบันทึกรายการเพื่อออกอากาศ
ในวันนี้ อาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม

Advertisement

ระหว่างนั้น การประชุมดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น

เสธ.เบิร์ด รีแคปย้อนเล่าที่มาที่ไปในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา วิเคราะห์เกม มองยุทธศาสตร์ผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน คาดการณ์สถานการณ์อนาคต

ครั้นขอ #คุยลึก ถึงท่าทีขึงขัง วาทะเชือดเฉือนโดนใจคนรักชาติ และแอ๊กชั่นพร้อมลุย ว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การสื่อสาร กับประชาชน หรือมาจาก ‘อินเนอร์’ ได้คำตอบพร้อมหยิบยกถ้อยคำจากทหารรายหนึ่ง

“ไม่ว่าจะเป็นใครถ้าต้องมาพูดเรื่องการปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารทุกคนก็พูดได้แบบนี้ โดยเนื้อแท้ไม่ต่างกัน มันคือสิ่งที่อยู่ในใจอยู่แล้ว ผมเองยังชื่นชมน้องคนหนึ่งในการปะทะครั้งนี้ที่โดนกระสุนปืนใหญ่ ถูกแรงอัด แรงกระแทก เข้าโรงพยาบาลอยู่ 2 วัน วันนี้กลับมารบเหมือนเดิมแล้ว เขาบอกว่า พี่ ผมก็แค่แก้วหูทะลุเอง นี่คือสิ่งที่โรงเรียนนายร้อยสอนเรามา”

ในบรรยากาศที่ทหารและกองทัพได้ใจคนไทยแบบเต็มๆ เก็บแต้ม ทำคะแนนจากการรักษาอธิปไตย สรรพนาม ‘องค์ดำ’ ตัวละครจาก ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวร’ ของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ที่ เสธ.เบิร์ดตีบทแตกกระจุยเมื่อ 18 ปีก่อน ก็ถูกนำกลับมาเรียกขานอีกครั้ง

ถามว่า กระแสมาแรงขนาดนี้ มีแววคืนวงการบันเทิงหรือไม่?

“อาจยากนิดหนึ่ง เพราะผมจะให้คิวได้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ต่างจากตอนถ่ายทำตำนานสมเด็จพระนเรศวร เพราะเหมือนเป็นภาพยนตร์ส่วนรวมของประเทศ มีการทำหนังสือขอตัวไปทางกองทัพอย่างเป็นทางการ” องค์ดำในตำนาน ทหารกล้าในชีวิตจริง ให้คำตอบ

สำหรับชื่อจริงในบัตรประชาชนที่ปักบนหน้าอกขวาของเครื่องแบบลายพรางอันภาคภูมิว่า ‘วันชนะ’ มีที่มาจากคุณพ่อซึ่งเป็นทหารม้าเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าคือแรงบันดาลใจสำคัญในเส้นทางชีวิต

“ชื่อวันชนะ น่าจะมาจากเรื่องราวของการที่ท่านไปรบที่เวียดนาม ที่ตาพระยา และทหารไทยได้สร้างเกียรติ ศักดิ์ศรี สามารถเป็นฝ่ายชนะได้ พอมีลูกคนโต เลยตั้งชื่อนี้

ผมอยากเดินตามรอยของคุณพ่อ อยากทำหน้าที่ของความเป็นทหารให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้เวลามันล่วงเลยไป วันนี้ ถ้ามองย้อนกลับไป ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ผมรู้สึกเสียดายกับสิ่งที่ดำรงตำแหน่งมา เช่น สมัยเป็นผู้หมวด ผู้กองเด็กๆ เราขึ้นกองกำลังสุรสีห์ ตามแนวชายแดนพม่า ก็ปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้นมาอย่างดี

เมื่อวันหนึ่งเราทำหน้าที่เสนาธิการ ก็ทำเต็มที่ วันหนึ่งเรามาเป็นผู้บังคับหน่วยของกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ ก็ทำการฝึกอบรมนักเรียน เป็นแบบอย่าง เป็นต้นแบบที่ดี จนกระทั่งถึงในปัจจุบัน ก็ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ การให้ข่าว หรือเป็นศูนย์กลางระหว่างทหารกับประชาชน ผมจะพยายามทำเต็มที่ ถึงวันนี้ก็ยังมีความภูมิใจในสิ่งที่ทำมา (ยิ้ม)”

ในวัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 เสธ.เบิร์ด ยังฟิตแอนด์เฟิร์ม พร้อมเผยเคล็ดไม่ลับ ว่า สิ่งสำคัญคือการพักผ่อน

“แม้จะนอนน้อยบ้าง แต่เราก็พยายามหาเวลางีบ ต้องตุนหน่อย ผมไม่ประมาท แต่เชื่อว่าสิ่งที่สะสมมา กำลังถูกใช้ ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตาม ถ้ามีเวลาสะสมความแข็งแกร่ง เผื่อมีโอกาสได้ใช้ต่อไปก็มีความจำเป็น”

กำลังกายพร้อม กำลังใจก็เต็มเปี่ยมไม่แพ้กัน เพราะ ‘หลังบ้าน’ ดูแลอย่างดีเยี่ยม

“ภรรยาเป็นห่วง คุยกันทุกวัน เขาพยายามดูแลเรื่องอาหารการกิน และให้คำแนะนำบางส่วนด้วย เพราะคำพูด การแสดงออกบางอย่าง อาจสร้างความไม่ปลอดภัยกับครอบครัว ส่วนลูกชาย วันนี้เขามีความสุขกับการเล่นเทนนิส เราก็ส่งเสริมเต็มที่ตามหน้าที่ของพ่อแม่ เราให้เขาทำในสิ่งที่รักที่ชอบ”

กลับมาที่ปมขัดแย้งไทย-กัมพูชา แม้ เสธ.เบิร์ดย้ำหลายครั้ง ว่าในสมรภูมินี้มี ‘คอนเทนต์’ มากมายจากฝั่งกัมพูชา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้

ทว่า ความสูญเสียของทั้ง 2 ฟากพรมแดนคือ ‘เรื่องจริง’ ไม่ใช่คอนเทนต์

ความเสียหายของบ้านเรือน โรงพยาบาล ร้านรวง ไม่ใช่ฉากบิวด์อินในสตูดิโอ

ซากศพทหาร และร่างไร้วิญญาณของพลเรือน คือ ผู้คนที่เคยมีลมหายใจ ไม่ใช่ตัวละครในหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม

คราบน้ำตา ความโศกเศร้า ไม่เลือกสัญชาติ ไม่ใช่ซีนที่สั่งคัตแล้วตัดจบอย่างง่ายดาย

การถอดบทเรียน เฝ้าระวัง และบันทึกประวัติศาสตร์บาดแผลครั้งนี้ไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเส้นทางสู่สันติที่แท้จริงในวันพรุ่งนี้

⦁ ถ้าให้ ‘รีแคป’ จากจุดเริ่มต้น จนถึงวันนี้ มีพัฒนาการของสถานการณ์อย่างไร?

ที่เราคุยกันปัจจุบันนี้ มันก็ผ่านเรื่องราวของการปฏิบัติการ เหตุการณ์การปะทะ การพูดคุยอะไรกันมาพอสมควร ผมขอเริ่มต้นด้วยคำสั้นๆ ก่อนว่าคนที่เริ่มเหตุการณ์ครั้งนี้คือฝ่ายเขมร เขาวางแผนเดินเกมค่อนข้างเป็นขั้นเป็นตอน จนมาถึงห้วงระยะเวลาหนึ่ง ผมเชื่อว่าการปฏิบัติการของฝ่ายเราไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการเท่าไหร่นัก หมายความว่าเราตอบโต้รุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ แต่ถามว่าพอเหมาะพอสมกับที่เขาทำกับเราไหม ก็พอสมควร

ในการวางแผน เริ่มด้วยการแสดงเชิงสัญลักษณ์ คือเอาคนเข้ามาร้องเพลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พาคนเข้ามาในลักษณะของการจัดตั้ง ไม่ใช่นักท่องเที่ยวโดยธรรมชาติ หลังจากนั้น มีการเผาศาลาตรีมุขบริเวณช่องบก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี 3 ประเทศ จากนั้นมีการนำกำลังรุกอธิปไตยของไทยเข้ามาที่แนวต้นพญาสัตบรรณ

หลังจากนั้น ล่วงเลยหนักขึ้นด้วยการขุดคูเลต ตอนแรกเราประท้วงไป ก่อนจะเกิดความรุนแรงคือการปะทะครั้งแรกในวันที่ 28 พฤษภาคม หลังจากนั้นเขายอมกลบคูเลตและยอมถอย แต่มีการวางสนามทุ่นระเบิดหน้าแนวคูเลตด้วย ซึ่งในภายหลังทหารไทยก็เหยียบครั้งแรกตรงนี้ การยืนยันได้ว่าเขาวางระเบิดในดินแดนไทย คือ ในเมื่อคูเลตที่เขาขุด อยู่ในแดนไทยด้วย ดังนั้น ระเบิดที่วางหน้าแนว ก็ยิ่งล้ำเข้ามาใหญ่

หลังจากนั้น มีการยั่วยุบนปราสาทตลอด เริ่มมีการนำจัดตั้งมวลชน รถบัส 10 คัน 14 คัน วิกฤตหนักคือ ทหารไทยเหยียบกับระเบิดครั้งที่ 2 ความขัดแย้งเริ่มกระจายสู่ภาคประชาชน ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ กองทัพภาคที่ 2 มีความจำเป็นต้องปิดปราสาทเพื่อยุติการยั่วยุ ด่านชายแดนก็ปิดไปก่อน สืบเนื่องจากในระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายเขมรมีการโยกย้ายกำลังเข้าสู่แนวชายแดนตลอด เราจึงจำเป็นต้องนำกำลังขึ้นมาประกบกัน ซึ่งก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะ ดังนั้น การที่เรากำหนดมาตรการเปิด-ปิดด่าน เพราะถ้าเกิดปะทะปั๊บแล้วปิดปัง! ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน

⦁ คิดว่ากัมพูชาต้องการอะไรกันแน่ จึงเปิดเกม ‘สงครามปราสาท’?

การปฏิบัติการครั้งนี้ ฮุน เซน ต้องการสร้างคะแนนนิยมให้กับลูกชายคือ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมการผ่องถ่าย เพราะตัวเองอายุมากแล้ว เขาต้องการบอกคนเขมรว่า ชนะไทย ส่วนปราสาท ถามว่า เขาอยากได้จริงไหม ไม่ ปราสาทพระวิหารที่เขาได้ไป ก็ทรุดโทรม ไม่ได้รับการบูรณะอย่างสมศักดิ์ศรี แต่อยากได้พื้นที่ไหม อยากได้ เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเขาสามารถรุกคืบได้พื้นที่ของไทยเพิ่ม เพื่อไปโฆษณาชวนเชื่อสร้างคะแนนนิยมให้ลูกชาย

⦁ มองว่าการโจมตีหนักจากกัมพูชา อย่างเหตุที่เกิดในโรงพยาบาลและปั๊มน้ำมัน เป็นความตั้งใจหรือไม่?

ตั้งใจแน่นอน แต่ไม่แม่น สะท้อนประสิทธิภาพว่าได้รับการฝึกมาไม่ดีเท่าที่ควร จะบอกว่ายิงพลาด ไม่จริง เพราะจะพลาดเป็นสิบๆ กิโลเมตร เป็นไปไม่ได้

⦁ ภาพการกลับประเทศของแรงงานกัมพูชา ที่มีการกล่าวอ้างว่าตกวันละหมื่นคน จริงไหม?

เชื่อผมเถอะว่า ไม่ถึง เขาใช้วิธีการขนคนมาอยู่ตามชายแดนให้เหมือนเยอะ คือ คนภายในเอามาขึ้นรถ แล้วขับกลับไป เชื่อเถอะครับ วันนี้ ทำคอนเทนต์อย่างเดียว ถ้าจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน เขาจะทำอย่างนั้นต่อไป อย่างเรื่องเครื่องบินปล่อยสารชีวภาพ เราก็รู้อยู่ว่าเครื่องบินลำนั้นใช้สำหรับดับไฟป่า มีการปล่อยข่าวปลอมเรื่องการใช้สารชีวภาพ มีหนังสือบอกทหารว่า สืบเนื่องจากไทยใช้สารชีวเคมีจึงให้ทหารเตรียมผ้าชุบน้ำอุดจมูก เตรียมกระเทียมไว้ทาจมูก เขาสร้างคอนเทนต์ตรงนี้เพื่อรองรับการโกหก แต่ปรากฏว่าถูกจับได้ก่อน เลยไม่ถูกขยายผล

ผมเชื่อเลยว่าคอนเทนต์นี้เขาเตรียมพาผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่ ว่าที่ผ่านมาทหารของเขาโดนสารเคมี แต่พอถูกจับได้ก่อน จึงไม่เกิดเหตุ 1 2 3 4 ตามมา

ปัจจุบันลองถามคนที่เป็นแรงงานก็ได้ ผมว่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้อยากกลับ ส่วนที่จะกลับ ผมเข้าใจว่ามาตุภูมิคือสิ่งที่มีความสุขที่สุด คือบ้าน แม้อยู่ในไทยจะสุขสบาย เป็นที่ทำมาหากิน แต่ในใจจริงๆ ก็อยากอยู่บ้านเกิด เพราะฉะนั้น วันนี้คนที่สร้างความลำบากให้ประชาชนชาวเขมร ไม่ใช่คนไทย กลับกลายเป็นคนเขมรด้วยกันเอง คือ ผู้นำของท่าน ที่สร้างความเดือดร้อนเหล่านี้ แล้วล่วงเลยมาถึงความเดือดร้อนของประชาชนชาวไทยด้วย เราคงมองเห็นแล้วว่า ปัญหาเริ่มจากตรงไหน

⦁ BHQ (Bodyguard Headquarters) หรือกองบัญชาการองครักษ์ของสมเด็จฯฮุน เซน ที่ไทยจับได้ เป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ด้วยหรือไม่ ทำไมคิดเช่นนั้น?

คนที่เราจับได้เป็น BHQ จริงไหม ผมเชื่อว่าอาจไม่ใช่ ดูจากชุดที่ใหม่เหลือเกิน แม้อ้างว่าเป็นมาหลายปีแล้ว ผมว่าเขาถูกจ้างมาทำคอนเทนต์ เช่น เผากองฟาง แล้วบอกว่ามาจัดการกับพื้นที่ส่วนหลังของไทยแล้ว วันนี้บอกได้เลยว่าคอนเทนต์ทั้งนั้น

เมื่อเร็วๆ นี้หลังหยุดการปะทะแล้ว ที่เห็นทหารเขมรไปรื้อลวดหนามหีบเพลง เชื่อไหม ผมเดาได้ว่าประชาชนเขมรจะได้เห็นภาพแค่ตอนรื้อ เพื่อไปโฆษณาว่าสามารถรุกเข้าสู่ประเทศไทย โดยรื้อรั้วได้แล้ว แต่ประชาคมโลกและคนไทย รู้ว่า ไทยเราบอกว่า ถ้าไม่หยุด ยิงนะ เขาก็หยุด และวิ่งหนีไป เราก็ไปล้อมรั้วลวดหนามใหม่

ปัจจุบัน เขาไม่มีอำนาจในการรบกับเราแล้ว ทำได้อย่างเดียวคือหันไปครอบงำคนเขมรให้เข้าใจว่าตัวเองชนะ

⦁ สิ่งหนึ่งที่สร้างความสะเทือนใจ ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน คือศพทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต แต่ไม่มีการเก็บร่าง โดยระบุยอดดับเพียงไม่กี่ราย ทางเรามีข้อมูลหรือไม่ว่ายอดจริงเท่าไหร่กันแน่?

ปัจจุบันยืนยันได้ว่าศพเยอะจริง ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวเรื่องการเสียชีวิตฝั่งกัมพูชาหลายกระแส ตั้งแต่เลข 100 เกือบพัน เช่น 500-700 ไปจนถึงพันกว่า 2,000 จนถึงเกิน 5,000 แต่โดยที่ผมติดตามข่าว เข้าใจว่าอยู่ประมาณ 2,000 นิดๆ ถือว่าเยอะ แต่เขาบอกว่าเสียชีวิต 5 นาย

ส่วนเงินเยียวยาที่มีกล่าวกันว่า 300,000 บาท เอาเป็นว่า ศพยังไม่เก็บเลย การส่งกำลังในระดับทหารด้วยกัน ถ้าดีจะมีการเก็บศพ การส่งศพคืนสู่ครอบครัว จนเสร็จกระบวนการ การไม่ยอมรับศพ ผมถือว่าการปฏิบัติการลักษณะแบบนี้ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ยิ่งผู้นำที่ได้ชื่อว่าเป็นทหารมาด้วย ทำให้ผมเริ่มสะท้อนใจว่า จริงๆ แล้ว จิตใจของเขาเป็นทหารจริงหรือไม่ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่ทหารจะปฏิบัติต่อทหารด้วยกันแบบนี้ ทำให้ผมมองย้อนกลับไปว่า ที่ฮุน เซน โฆษณาว่าผ่านการรบ มันเป็นแค่การดีลที่ทำให้ตัวเองอยู่รอด สุดท้ายรอดมาได้ในสนามรบ เห็นชัดเจนว่า เขาไปอี๋อ๋อกับจีนครั้งหนึ่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ไปกับอเมริกา

⦁ แล้วจริงหรือไม่ ที่ว่าทหารกัมพูชาส่วนใหญ่บริเวณแนวชายแดนคือทหารสูงวัย กับวัยรุ่นที่โดนบังคับมารบ?

ภาพที่เราเห็นก็เป็นสัดส่วนที่พอๆ กัน ถ้าข่าวเป็นจริงว่าเขาเอาแรงงานกลับไปแล้วมารบเลยก็อาจเป็นคนที่รวมๆ กันได้ว่า มีสูงอายุส่วนหนึ่ง แต่บางส่วนเป็นวัยรุ่น ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกฝึกในการเป็นทหารมาก่อน แล้วถูกบังคับมาเป็นทหารเลย ก็ไม่มีความพร้อม ทหารแม้กระทั่งถูกฝึกมาอย่างเข้มข้น เคี่ยวเข็ญ ถามว่าเขาอยากไปรบไหม ผมบอก ทุกคนกลัวหมด แม้กระทั่งตัวผม ถามว่ากลัวไหม กลัว แต่เราหักความกลัวเหล่านั้นจากความกล้าในใจที่มีอยู่ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่

มีกระแสหนึ่ง แต่ยังไม่ยืนยัน ว่าทหารที่รบตามแนวชายแดน เป็น
กลุ่มที่เขาไม่ชอบอยู่แล้ว เช่น พวกเขมรแดงเดิม การปฏิบัติต่อทหาร BHQ ของเขา กับทหารตามแนวชายแดน มันไม่เท่ากัน

ถามว่าทหารเขมรที่รบตามแนวชายแดนทุกวันนี้ เขารบเพื่อฮุน เซน ไหม ผมบอกเลยว่า ไม่ใช่ เขารบเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น เงินเดือนที่ได้จากภาครัฐน้อยนิด แล้วรัฐบอกให้เขาไปหากินเองตามแนวชายแดน เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ผู้มีอิทธิพลตามแนวชายแดนฝั่งเขมรคือทหารที่คุมพื้นที่ เพราะฉะนั้น ของเถื่อนที่เข้าออกตรงนั้น ทหารที่คุมพื้นที่หากินกันแบบผิดๆ เพราะฮุน เซน ปล่อยให้คนเหล่านี้ไปหาเอา ทหารที่รบวันนี้ จึงรบเพื่อความอยู่รอด ไม่ได้รบเพื่อฮุน เซน

ทหารที่อัดคลิปไปรบไป ผมว่าส่วนหนึ่งอาจจะพยายามถ่ายเพื่อทำคอนเทนต์ส่งส่วนกลาง

⦁ สิ่งที่อยากฝากถึงสมเด็จฯฮุน เซน?

ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าหลับตาสนิทไหม เพราะดูคอนเทนต์เยอะมาก ผมอยากให้เขาลดระดับการกระทบกระทั่ง ถอนกำลังออก สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกันใหม่ เราไม่อยากทะเลาะกันหรอก ในโอกาสที่เพิ่งผ่านวันเกิดของฮุน เซน มาไม่นาน ของขวัญวันเกิดที่มีค่าสำหรับเขามากที่สุด อยากให้เห็นแก่ประชาชนของเขาเอง คือ สร้างสันติภาพอย่างจริงจัง อาจจะเป็นของขวัญวันเกิดที่จะได้รับการจดจำไปตลอดก็ได้

⦁ คิดอย่างไรกับกรณีที่สมเด็จฯฮุน เซน ขอไทยอย่าใช้เอฟ 16 และขอโลกอย่าขายยุทโธปกรณ์ให้ไทย?

ลักษณะเป็นคอนเทนต์เหมือนกัน ผมตามอ่านข้อความของฮุน เซน ด้วย สิ่งที่โพสต์ออกมาคือพยายามหาเพื่อน มีข้อความทิ้งท้ายว่า อย่าใช้เครื่องบินนี้กับพม่า ลาว ซึ่งจริงๆ แล้วมุมยิงของไทยไม่มีทางยิงออกด้านข้างหรอก แต่ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าการที่เขาออกมาแถลง เป็นเพียงแค่คอนเทนต์ วันนี้เขาเตรียมลงอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียหน้ามากนัก

ก็รู้กันอยู่ ว่ากำลังของเขาอ่อนด้อยกว่าเราตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกำลังทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ เราไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อน

การปฏิบัติการทางอากาศของไทย ที่คุณออกมาพูดว่ากลัวนักกลัวหนา เราทำแค่ประมาณ 5-7% ในขีดความสามารถของกองทัพอากาศ เป็นเพียงแค่การสนับสนุนกองกำลังทางบก และทำสู่พื้นที่การยิงสนับสนุน แต่ถ้ากองทัพอากาศปฏิบัติการแบบเต็มรูปแบบในเชิงรุก ความกว้างใหญ่ของเขมร ประมาณภาคอีสานของไทยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การปฏิบัติการของกำลังทางอากาศ ทางทะเล น่าจะใช้เวลาไม่นาน

⦁ บรรยากาศจริงบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาตั้งแต่ก่อนการเผชิญหน้าจนถึงวันนี้ เป็นอย่างไร?

เราอยู่กันแบบพี่น้อง การรบครั้งนี้ แทบจะบอกได้ว่าก่อนรบกัน เรามาเจอกันแล้วจับมือกัน ตกลงกันว่าหลังจากนี้ไป เราจะรบกันนะ แล้วแยกย้าย ทุกคนทำตามหน้าที่ เพราะฉะนั้น พอจบหน้าที่ตรงนี้ ก็พร้อมที่จะกลับมาเป็นมิตรกันเหมือนเดิม นี่คือ วิถีของทหาร เราไม่เคยโกรธเกลียดกัน

การดูแลกำลังพลต่างๆ ผมยืนยันว่า กองทัพไทยดูแลอย่างดี ในส่วนของชีวิตความเป็นอยู่ มีการผลัดเปลี่ยนกำลังในการขึ้นสนาม เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน มีพัก มีสลับคน เมื่อครบปี เปลี่ยนหน่วย มีการโอนถ่ายกำลังกันอย่างประสานสอดคล้อง จึงมั่นใจได้ว่าอธิปไตยของไทยรอบประเทศประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ทหารมีความพร้อม การรบในครั้งนี้ พิสูจน์อย่างหนึ่งว่าการเตรียมกำลังของกองทัพที่ผ่านมา ทำมาถูกทาง เมื่อถึงวันนี้ ต้องใช้กำลัง เราสามารถเอาสิ่งที่เตรียมมาทั้งหมด มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการยิง ความแม่น การประสานสอดคล้องระหว่างอาวุธยิงสนับสนุน การเข้าตีของพื้นราบ มีการประสานสอดคล้องเหมือนอย่างที่ฝึกมา

⦁ ประชาชนคนไทย ยังกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์อีกไหม ตอนนี้เรานอนหลับได้สนิทหรือยัง?

ถามว่าวันนี้ ปลอดภัยแล้วหรือยัง เรายังไม่ไว้ใจ ในระดับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นผู้ประสบภัย ตัวเลขตอนต้นๆ อาจสูงถึง 2 แสน แล้วลดลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันอาจจะประมาณแสนคน ผมขอให้ข้อคิดว่า ในด้านความปลอดภัย ทางการคงห้ามไม่ให้ท่านกลับเข้าบ้านไม่ได้ เพราะเข้าใจดีว่า อาจห่วงทรัพย์สินของมีค่าในบ้าน แต่ขอร้องได้ไหมว่า ถ้ากลับเข้าไปแล้วเห็นว่าไม่ปลอดภัย เช่น ไปเจอเศษวัตถุระเบิด ลูกปืนใหญ่ อย่าไปจับหรือโยกย้าย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบ้านหนึ่งหลังมีชายฉกรรจ์ อาจเข้าไป 1 คน ส่วนที่เหลือยังอยู่ที่ศูนย์อพยพก่อน แม้ความเป็นอยู่อาจจะดูลำบากสักนิดหน่อย แต่คิดว่าทางการพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ที่สุด รวมถึงวันนี้เราได้รับความช่วยเหลือจากภาคประชาชน มูลนิธิต่างๆ

⦁ เมื่อเราต่างก็ย้ายแผ่นดินไม่ได้ อนาคตจะอยู่กันอย่างไร สถานการณ์จะคลี่คลายจนกลับมาเป็นปกติได้ไหม?

ผมว่าได้ แม้สิ่งที่สูญเสีย ลบจากใจไม่ได้ ครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่มีทางลบได้แน่นอน มันไม่ผิดอะไรที่คนเหล่านี้จะยังไม่ให้อภัย แต่เชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาจให้อภัยมากขึ้น ก็ต้องอาศัยเวลา แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้รับผลกระทบเลย เขาอาจจะกลับมาสู่ความเป็นเพื่อนกันได้เร็วกว่าคนที่ได้รับผลกระทบ

ในความสัมพันธ์มีหลายระดับ ระดับการทูต ระดับรัฐบาล ประเทศที่อยู่ติดกัน เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็จะค่อยๆ ฟื้นกลับคืนมา

⦁ มองอย่างไรที่สมรภูมินี้ ‘เฟคนิวส์’ ร่วมออกรบหนักมาก?

เป็นเรื่องตลกมาก คือ แผนการในครั้งนี้ เขมรมีความต้องการให้ประชาคมโลกล้อมไทย สังเกตได้ว่า พอมีการพูดคุยทีไรเขาจะดึงศาลโลกบ้าง ดึงคนอื่นมาบ้าง แต่เกมพลิก โลกไม่ได้ล้อมไทย กลายเป็นโลกล้อมเขมร กระตุ้นเตือนให้เขมรต้องปฏิบัติการบางอย่าง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเขมรมีความจริงใจในเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผมเชื่อว่าก่อนหน้านี้การรับรู้ของสังคมโลก และสังคมไทยในเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเขมรไม่เยอะขนาดนี้ รวมถึงเรื่องราวของธุรกิจตระกูลฮุน เมื่อก่อนเราไม่รู้ รวมถึงการกำจัดคนเห็นต่าง

วันนี้ผมเชื่อว่าเขมรเริ่มคิดกลับมาย้อนหลังว่า ไม่น่าเลย ไม่น่าเริ่มเกมนี้กับไทยเลย

ผมขอบคุณภาคประชาชน ที่สามารถเทียบเคียงจนรู้เลยว่าตัดต่อภาพยนตร์ รู้เลยว่าเป็นภาพเก่า ถามว่าจะรับมืออย่างไร ผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยสามารถรับมือกับเฟคนิวส์ได้ แต่เฟคนิวส์ไม่ควรเกิดจากหน่วยงานภาครัฐ พลาดครั้งเดียวยังยอมรับได้ แต่นี่มีเฟคนิวส์ทุกวัน ผมว่าเป็นปฏิบัติการที่ล้าหลัง เป็นการรบในสมัยสงครามเย็น ย้อนหลังกลับไป 40-50 ปี

ยุคนี้การตรวจสอบง่ายขึ้น คุณอาจได้กระแสช่วงสั้นๆ เมื่อความจริงปรากฏ ก็กลายเป็นว่า วันนี้ทำไมโลกไม่ได้ล้อมไทยอย่างที่คุณต้องการ กลายเป็นว่าโลกล้อมเขมร

ทีมข่าวเฉพาะกิจ – เรื่อง
พัทรยุทธ ฟักผล – ภาพ