หน้าแรก ประชาชื่น พวกเขาคือ‘ฮีโ...

พวกเขาคือ‘ฮีโร่’ สะพานฝัน เด็กดอยไม่ด้อยโอกาส เปลี่ยนความยากจน ด้วยเครื่องมือสร้างคน

16.08.25 | 13:52 น.
พวกเขาคือ‘ฮีโร่’ สะพานฝัน เด็กดอยไม่ด้อยโอกาส เปลี่ยนความยากจน ด้วยเครื่องมือสร้างคน

พวกเขาคือ‘ฮีโร่’
สะพานฝัน เด็กดอยไม่ด้อยโอกาส
เปลี่ยนความยากจน ด้วยเครื่องมือสร้างคน

982,304 คือตัวเลขของเยาวชนไทย (3-18 ปี)

ที่คีย์รายชื่อ แล้วไม่พบในระบบการศึกษา

กว่า 3 ล้านคนที่อยู่ในครัวเรือนภายใต้เส้นความยากจน ตามรายงานของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นทิศทางสำคัญในปี 2568 ที่ตอกย้ำว่าทุกภาคส่วนจะต้องร่วมแรงแก้ไข ให้ความเหลื่อมล้ำนี้ลดช่องว่าง

แม้ภาครัฐจะมุ่งผลักดันให้เรียนรู้ได้แบบยืดหยุ่น ค้นหาเด็กที่หลุดระบบได้ครบ 100%

Advertisement

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ต้นทุนส่งเสียเด็กคนหนึ่งให้เรียนจนจบระดับอุดมศึกษา ต้องควักงบเฉียดล้าน

ยังไม่นับปัญหาทางครอบครัว ระยะทางไปกลับระหว่างบ้าน หรือแม้แต่ข้อจำกัดและภาระในชีวิตที่พบเห็นได้สารพัดรูปแบบ

ไมเคิล-แอนเดรียเซ่น
Ms.-Nurul-Ain-Mohamed-Yunus-ตัวแทนสถานทูตมาเลเซียฯ-และ-Low-Tong-Wah-ผู้จัดการโรงงาน-ร่วมสมทบทุน

ที่แน่ชัดคือ ‘ความยากจน’ กลายเป็นอุปสรรคหลักซึ่งขัดขวางความตั้งใจของเด็กไทยในชายขอบที่มี ‘ความฝัน’ แต่ทางบ้าน ‘ไม่มีกำลัง (ทรัพย์)’ จะสานต่อ

ไม่นานมานี้ ที่โรงเรียนวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง คลาคล่ำไปด้วยนิสิต นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน ส่วนมากเป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์บนดอยทางภาคเหนือ ที่สอบติดมหาวิทยาลัยแต่ไม่มีทุนสานฝัน ต้อนรับคณะผู้สนับสนุน มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย ที่มาเยี่ยมเยียนด้วยไมตรีจิต พร้อมพูดคุยแสดงความคิดถึงและห่วงใย ไมเคิลแอนเดรียเซ่น ประธานมูลนิธิฯ

ร่วมมอบทุนการศึกษาประจำปี 2025

‘40 ทุน กว่า 11 ล้านบาท’ ส่งเสียเยาวชนที่ด้อยโอกาส ให้ได้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือน

พร้อมพาเยี่ยมชมหอพักที่ทางมูลนิธิฯได้สร้างไว้ ก่อนที่ โจนัส แอนเดอร์สัน พาเล่นเกมด้วยความสนุกสนาน และร่วมรับประทานมื้อที่สุดแสนอบอุ่น ท่ามกลางนักเรียนทุนที่ร่วมแชร์ประสบการณ์

กระดาษเปล่าสีขาว ถูกส่งต่อจากพี่ๆ ถึงมือน้องๆ บ้านเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว

ชวนจินตนาการวาดเขียนลงไปว่า ‘ใครคือฮีโร่?’ มีตั้งแต่ ฮีโร่คือครู เพราะครูให้ความรู้ ‘ฮีโร่คือแม่’ เพื่อเชื้อชวนให้เด็กๆ ฝึกตั้งเป้าหมายและมีความมุ่งมั่นตั้งใจไปพิชิตฝัน

หลากหลายเรื่องราวที่ได้สัมผัส ต่างมีจุดร่วมไม่ต่างกัน

หอนอนเด็กนักหญิง-ร.ร.วัดสระแก้ว

พลิกชีวิต ด้วยการศึกษา
เด็กดอยได้สานฝัน ไม่ต้องรีบแต่งงาน

สายชล-ตรรกชนชูชัย

มาวันนี้ ‘ตงตง’ สายชล ตรรกชนชูชัย ในวัย 23 ปี พูดจีนได้คล่องแคล่ว

เธอเกิดที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ทางบ้านส่งให้มาเรียนที่ ร.ร.วัดสระแก้ว ตอน ป.5

คว้าปริญญา 2 ใบได้สำเร็จ เป็นบัณฑิตป้ายแดงจาก ม.สวนดุสิต และ ม.กวางสี คณะวิทยาการจัดการ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ (ธุรกิจจีน-อาเซียน) หลังพ่อเสียด้วยมะเร็งสมอง แม่แต่งงานใหม่ จึงต้องไปอาศัยอยู่กับปู่ย่า

ตงตงจึงเริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิตตอน ม.1 ว่า ‘ต้องเริ่มตั้งใจเรียนได้แล้ว’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากเด็กห้อง 4 ก็ขยับไปอยู่ห้อง 1 เมื่อจบ ม.ปลาย ก็ฝันแน่วแน่ว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จีนให้ได้ แต่ด้วยปู่ทำไร่ จึงมีเงินไม่มากพอ

เมื่อได้รับโอกาส เธอได้ทำตามฝัน แม้การเรียนที่จีนไม่ง่าย สตาร์ต 07.00-22.00 น. ยิ่งช่วงใกล้สอบต้องอ่านหนังสือตั้งแต่ตี 2-3

“แต่ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร ตอนนี้เรียนจบแล้วใช้เวลาแค่ 3 ปีครึ่ง ทำให้ความฝันและอนาคตของหนูเปลี่ยนไป ได้ปริญญา 2 ใบ และได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วย ได้ทำงานเลขาฯ ที่บริษัท CMC ความตั้งใจของหนูถ้าดูแลตัวเองและครอบครัวได้ จะเอาเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือชุมชนที่เขาลำบาก รวมถึงอยากกลับมาที่ ร.ร.วัดสระแก้ว มาสอนน้องๆ”

สุพรรณี จะแล

เช่นเดียวกับสตอรี่ของ สุพรรณี จะแล  หรือเหมยลี่ ที่กำลังเรียนสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.พะเยา

เธอเป็นชนเผ่าลาหู่ เกิดที่ จ.เชียงราย พ่อแม่เสียตั้งแต่อายุได้ 2-3 เดือน จึงโตมากับคุณตา-คุณยายวัยเกือบ 70

ตอนเด็กต้องเดินเท้าเปล่าไปเรียน ตั้งแต่ตี 5 ด้วยระยะทางไกลถึง 18 กม. ผ่านหลายหมู่บ้าน เจอทั้งคนไม่เต็ม ติดยา โรคจิต สารพัดรูปแบบ จนกระทั่งได้รู้จักกับมูลนิธิไอแคร์ ซึ่งมอบจักรยานให้ในเบื้องต้น

“หลังจากถูกส่งเรียนที่ ร.ร.วัดสระแก้ว ก็ได้รับทุนช่วยเหลือค่าเทอม ค่าหอและค่ากินด้วย ได้จักรยานขี่ไป ร.ร.ทุกวัน บนดอย มันช่วยให้เราอยากไปโรงเรียนมากขึ้น”

แม้หลานจะสอบติดมหาวิทยาลัย แต่ส่งไม่ไหว จึงขอทุนฯต่อ เพราะต้องการเรียนจริงๆ

“หนูเชื่อว่าการได้เรียนมหาวิทยาลัยจะช่วยให้เปลี่ยนอนาคตได้ จากที่ครอบครัวบอกให้จบแค่ ม.6 ก็พอ แล้วมาทำงาน คือส่วนมากชนเผ่าจะชอบให้แต่งงาน ถ้าไม่มีสตางค์เลี้ยงดู แต่หนูบอกว่า ไม่อยากทำงานไร่สวน เพราะได้เงินน้อยมาก ช่วยครอบครัวไม่ได้ เลยเป็นเหตุผลให้ขอทุน”

“หนูสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน อนาคตข้างหน้า จะได้ทำงานโรงแรม ช่วยเหลือครอบครัว รวมถึงหลานๆ”
เหมยลี่เล่าความในใจ

สริตา ขจรก้องพิมาน

ด้าน สริตา ขจรก้องพิมาน หรือข้าว เลือกเรียนสาขาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง แม่เสียตอน 1 ขวบ คุณพ่อมีภรรยาใหม่ แน่นอนว่าเธอต้องอยู่กับตายาย ถึง ป.6 ก่อนคุณตาจะเสียด้วยโรคหัวใจ

“ยายทำอาชีพทอผ้า ลำบากมากที่เลี้ยงดูหนู ถ้าไม่มีทุนนี้ก็คงไม่ได้เรียนต่อ จะตั้งใจเรียนให้จบ หางานทำ ปรับพื้นฐานชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น ให้คุณยายไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน”

ฝันเป็นพยาบาล-โปรแกรมเมอร์มืออาชีพ
หวังใช้วิชา พัฒนาบ้านเกิด

“หนูฝันอยากเป็นพยาบาลบนดอย เพราะยายป่วยติดเตียง และในชุมชนไม่ค่อยมีพยาบาล สื่อสารไม่ได้

จนในที่สุดสอบได้แต่กังวลเรื่องเงิน เพราะเป็นวิชาชีพที่ใช้เงินเยอะมาก”

ณัฐริดา การชนะดี

คือเสียงของ ณัฐริดา การชนะดี  หรือเปิ้ล หนึ่งในเด็กชนเผ่าที่มุ่งมั่นจบสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี (วพบ.) เชียงใหม่

ด้วยความที่พ่อแม่ทำเกษตรกรรมดั้งเดิม ต้องแบกรับค่าปุ๋ย-ยา รายได้ไม่แน่นอน นอกจากช่วยงานทำไร่ เปิ้ลยังขายส้มตำเป็นจ๊อบเสริม

เมื่อได้สัมผัสความลำบาก ทำให้ใฝ่ฝันอยากมีอาชีพที่มั่นคง เธอจึงตั้งใจเรียน พยายามหาทุนจนได้

“เหมือนสะพานของหนูกับความฝันของหนู แม้ยังไม่ถึงฝั่ง แต่สัญญาว่าจะตั้งใจให้ถึงเป้าหมายนั้นแน่นอน ในอนาคตจะเป็นพยาบาลที่พร้อมช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ รักในใจบริการ ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์”

เปิ้ลเปรียบตัวเองเสมือนผลผลิตที่ชาวนาหว่านด้วยความใส่ใจ จึงเชื่อมั่นว่าจะเติบโตงอกงามได้อย่างสมบูรณ์

หันไปทาง ธนเทพ เปรมมณี หรือโย เฟรชชี่จาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) วิทยาเขตปราจีนบุรี เคยเลือกเรียน ปวช. เพราะค่าเทอมถูก

“ผมอยากได้เกรดดี จะได้ไปหางานดีๆ ทำ จนมาติด ปวส. อาจารย์เป็นคนแนะนำทุนนี้ ตอนนี้ผมตั้งใจเรียนต่อ ป.ตรี มาก” โย ติดต่อขอทุนอีกครั้ง จนได้รับเลือกส่งเรียนต่อ คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม

“ผมอยากเป็น ‘โปรแกรมเมอร์มืออาชีพ’ อยากพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น รวมถึงระบบที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น พัฒนาองค์กรและชุมชนให้ก้าวหน้าขึ้นด้วย” โยเล่าเป้าหมาย

ทั้งยังให้คำมั่นด้วยว่า จะพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตอบแทนกลับคืนสังคม
แรงจูงใจ ส่งต่อความช่วยเหลือ

ศุภลักษณ์ ยวงลำใย

หันไปถามความรู้สึกของรุ่นพี่ อย่าง ศุภลักษณ์ ยวงลำใย  หรือเวฟ เด็กทุนไอแคร์รุ่นแรก (ปี’65)

ค้นพบว่าชอบคอมพ์ตั้งแต่เด็ก จึงเลือกเรียนต่อด้านโปรแกรมมิ่งด้วยความมุมานะ ปัจจุบันกำลังจะเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

“ตอนนี้กำลังทำแอพพ์ ‘สร้าง สุข ใจ’ ผมมีความฝัน คือเห็นเพื่อนเป็นซึมเศร้า เราอยากมีแอพพ์ตัวนึงที่คอยอยู่เคียงข้างเขา ผมตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ”

เรายังเห็นเด็กอีกมากทั่วไทยที่ขาดโอกาส ถ้าผมโตไป มีงานดีๆ ทำ ก็จะตอบแทนให้เด็กรุ่นหลัง ที่ยังไม่มีที่เรียน”

เวฟเล่าด้วยว่า ทุนนี้เป็นแรงจูงใจที่ทำให้อยากทำบางอย่างให้เกิดขึ้น แม้ตอนนี้กำลังฝึกงาน ปี 4 แต่ได้งานทำแล้ว คือเขียนโค้ดเว็บไซต์เกี่ยวกับผู้ป่วยทั่วประเทศ

เมื่อถามว่า ถ้ามีต้นทุนชีวิตอยากทำอะไร? สำหรับศุภลักษณ์ ยังคงเลือกทำงานสายนี้ให้สุด แล้วกลับมาช่วยมูลนิธิฯ เช่น ทำเว็บไซต์ระบบหลังบ้าน

“ในหัวผมตอนนี้คือ ถ้าเรามีเว็บไซต์ที่เด็กหรือใครเข้าถึงง่าย ไปกรอกข้อมูลว่าเด็กคนนี้อยู่ที่นี่ อยากขอทุน คนจะได้มองเห็น เป็นกระบอกเสียงให้คนที่อยากช่วยยื่นมือมาช่วยเหลือ”

เปลี่ยนไทย เปลี่ยนโลก
แก้ความยากจน ด้วยเครื่องมือสร้างคน

สำหรับ 40 ทุนในปีนี้ แบ่งเป็น 20 ทุน มหาวิทยาลัย 20, 16 ทุนโครงการโรงแรม และ 4 ทุนสายอาชีวะ

นอกจากหอพักทั้ง 38 แห่ง ที่ช่วยขยับหลักกิโลเมตรระหว่างโรงเรียนให้ใกล้ขึ้น ทางมูลนิธิฯยังมีเจตจำนงที่แจ่มชัด

“เราไม่ได้ดูเกรดเป็นหลัก เรายังดูเรื่องทัศนคติด้วย เพราะอยากให้เขาเป็นเด็กที่มีประสิทธิภาพ มีอุดมการณ์เพื่อที่จะกลับมาช่วยเหลือประเทศได้”

ไมเคิล ประธานมูลนิธิไอแคร์ฯ บอกเลยว่า ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ แต่จะกลายเป็น ‘สร้างคน’ ที่กลับมาส่งต่อความช่วยเหลือ

ส่วนตัว มองการศึกษาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดหนทางให้ได้ใช้ความสามารถให้เกิดประโยชน์

ในฐานะรุ่นที่สอง ไมเคิลหวังสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ที่ตั้งใจอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

“เป้าหมายของเราคือ ‘เปลี่ยนโลก’ ปัจจุบันเด็กที่จบ ม.6 มีมากขึ้น แต่โอกาสเรียนต่อยังน้อย เราต้องการให้ทุนในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้เขาได้เป็นครู เป็นหมอ พยาบาล ที่จะกลับมาช่วยเหลือชุมชนของเขา ช่วยคนที่เดือดร้อน เขาจะได้มีโอกาส Pay it forward อย่างที่เคยได้รับ” เป็นเหตุผลที่เริ่มเมื่อ 13 ปี ที่ก่อน ปัจจุบันส่งเสียเด็กไปแล้ว 100 ทุน

“ณ ตอนนี้เด็กไทยกว่า 1 ล้านคนขาดโอกาส เราต้องการให้เขาได้เรียน เราจึงสร้างหอพักให้เด็กบนดอยกว่า 1,000 คน ให้จักรยานในพื้นที่ทุรกันดาร 1,500 คัน เรายังทำงานเพื่อแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ เขาจะได้กลับมาเปลี่ยนโลกของเขา ด้วยเครื่องมือการศึกษา” คือปณิธานของไมเคิล ที่จะทำให้ได้ในชีวิตนี้

เป็นความท้าทายของชาติ เมืองไทยจะเปลี่ยนได้หากเด็กมีต้นทุนพื้นฐาน

แน่นอนว่าความเหลื่อมล้ำยากจนจะลดลงตามไปด้วย

“เมืองไทยจะเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จากเรา แต่จากเด็กทุนที่เขาเอาความสามารถ สิ่งที่ได้เรียน กลับไปพัฒนาท้องถิ่น ช่วยเหลือพี่น้องของเขา มันจะส่งต่อกันจนเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง ด้วยคนที่พร้อม”

“ถ้าเราไปฟังประวัติของเด็กๆ เราจะเห็นว่า เขาล้วนเป็น ‘ฮีโร่’ สู้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เพื่ออนาคตของเขา การให้ทุนจึงเป็นการส่งแรงใจเฮือกสุดท้ายให้เขาไปถึงเป้าหมาย เพราะผมมั่นใจว่าเด็กๆ เหล่านี้จะเปลี่ยนประเทศได้”

แม้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ขอเป็นพลังบวกในการช่วยเหลือเด็กไทยให้มีโอกาสในวันหน้า

ไมเคิลบอกเลยว่า เป็นความสุขของชีวิต ที่สุดของที่สุด ถึงขนาดติดสอยห้อยตามพ่อแม่ ไปลงพื้นที่ตั้งแต่ 3 ขวบ และรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน

ก่อนเล่าเรื่องราวของอดีตเด็กทุน ทั้ง ‘ครูราตรี’ ที่ได้รางวัลคุณครูระดับอาเซียน รวมถึง ‘ครูอนุวัตร’ (anuwat662) ที่ดังในติ๊กต็อก เลือกไปทำงานเป็นครูใน ร.ร.ตชด. รวมถึง ‘น้องเกอจอ’ เด็กชนเผ่าตัวเล็กๆ เกิดที่ศูนย์อพยพ ซึ่งกลับมาช่วยลงพื้นที่ เป็นคนที่สื่อสารภาษากะเหรี่ยง จนกลายเป็นต้นแบบให้พ่อแม่ส่งเด็กๆ ไปเรียนหนังสือ

จากที่เด็กๆ สะท้อนมุมมองของผู้ปกครองที่ว่า การศึกษาไม่สำคัญ เน้นทำงาน แต่งงานสร้างครอบครัว เป็นอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน?

สำหรับ ประธานมูลนิธิไอแคร์ฯ ยอมรับว่าเหนื่อย ช่วงแรกไม่มีใครเห็นด้วย กว่าครึ่งไม่ส่งลูกเรียน อาจจะด้วยเขาเองไม่เคยได้รับการศึกษา จึงมองไม่เห็นความจำเป็น

“เราต้องไปเกาะประตู ขึ้นทุกดอย บางคนต้องคุยเป็นวัน เขาให้ไปเรียนได้ 1 ปี แปลว่าปีหน้าต้องคุยใหม่หลายรอบ

ตอนนี้เราภูมิใจมากๆ เด็ก 98% ในพื้นที่เรียนหนังสือ มันทำให้คนอื่นๆ เห็น แล้วไอแคร์ยิ่งเห็นว่าต้องสร้างหอพัก มันเป็นของจำเป็น เด็กเดินขนาดนี้ เขาต้องมีที่อยู่” ไมเคิลทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

อธิษฐาน จันทร์กลม