หน้าแรก ประชาชื่น สัมผัสเสน่ห์ ...

สัมผัสเสน่ห์ ‘เฉวียนโจว’ 22 แหล่งมรดกโลก เมืองเก่าที่(ยัง)คอนเน็กต์‘เจนใหม่’

18.08.25 | 12:50 น.

สัมผัสเสน่ห์ ‘เฉวียนโจว’
22 แหล่งมรดกโลก
เมืองเก่าที่(ยัง)คอนเน็กต์‘เจนใหม่’

หลายคนคงคุ้นชื่อ ‘เจิ้งเหอ’

หนึ่งในนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

ทว่า อาจจะยังไม่รู้จักชื่อเสียงของเมือง ‘เฉวียนโจว’ เมืองโบราณที่เคยเป็นเมืองท่าแห่งสำคัญ สำหรับการค้าและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างแดน ซึ่งเป็นดั่งอัญมณีที่เจิดจรัสบนเส้นทางการค้าทางทะเลระดับโลก ในสมัยยุคราชวงศ์ซ่ง-หยวนของจีน

นับว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญบน เส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) จนสามารถปักหมุดให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าโลกในยุคโบราณ ซึ่งเกิดการแลกเปลี่ยนอารยธรรมต่างแดน ทำให้เมืองแห่งนี้รุ่มรวยและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรม

Advertisement
(ขวา) เว่ย ซินยี่ โขว์แผนที่แหล่งมรดกโลก 22 แห่ง กระจายอยู่ทั่วเมืองเฉวียนโจว

อีกทั้ง เมืองเฉวียนโจวมีแหล่งมรดกโลกที่โดดเด่นถึง 22 แห่ง อาทิ ท่าเรือ วัด สถานที่ผลิตเครื่องเคลือบ และสะพานโบราณ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนภาพความรุ่งเรืองของเมืองในฐานะศูนย์กลางทางการค้า ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และคนหลากเชื้อชาติที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

จนล่าสุด ‘เฉวียนโจว’ ได้รับการรับรองให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกครั้งที่ 44 และขึ้นแท่นเป็นเมืองมรดกโลกลำดับที่ 56 ของจีน ในปี พ.ศ.2564

แม้เวลาผ่านมาเนิ่นนานนับพันปี มรดกทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่เหล่านี้ ไม่ได้หล่นหายไปจากความทรงจำของผู้คน เพราะถูกอนุรักษ์อย่างเป็นระบบระเบียบ ตั้งแต่ริมถนนหนทาง มิวเซียม วัดวา หรือชุมชนดั้งเดิม ให้ยังคงมีชีวิตชีวา ด้วยการสร้างส่วนร่วมในท้องถิ่น โดยการรักษาสมดุลระหว่าง ‘การอนุรักษ์’ กับ ‘การพัฒนา’ ได้อย่างกลมกลืน

วันนี้เฉวียนโจวพร้อมเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยว ได้ไปสัมผัสเสน่ห์เหนือกาลเวลา ดื่มด่ำเรื่องราวอันทรงคุณค่า ที่จะทำให้เข้าใจอดีตอย่างลึกซึ้ง จนยากจะลืมเลือนได้ลง

พิพิธภัณฑ์การค้าทางทะเลเฉวียนโจว

บันทึกตำนานการเดินเรือ
วัตถุพยานความรุ่งเรืองนับพันปี

เริ่มปูพื้นฐานให้เห็นรากเหง้าของเมืองจากมุม เว่ย ซินยี่ (Wei Xinyi) เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์การเดินเรือเฉวียนโจว ที่เล่าว่า ที่นี่พิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในประเทศจีนที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์การค้าทางทะเล ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นจำนวนมาก

“เราจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลของเมืองเฉวียนโจว ที่เคยเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล โดยพิพิธภัณฑ์นี้ทำหน้าที่ เก็บรวบรวมและจัดแสดงหลักฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

โดยเฉพาะเอกสารและโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) ซึ่งเป็นเครือข่ายการค้าโบราณที่เชื่อมโยงจีนกับโลกภายนอก โดยสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เกี่ยวข้องกับมรดกโลก เช่น ซากเรือโบราณ เครื่องปั้นดินเผาและสินค้าส่งออก ที่พบในเรืออับปางและแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี” เว่ย ซินยี่ฉายภาพกว้าง

ก่อนลงดีเทลต่อไปว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมั่งคั่งของเมืองเฉวียนโจว ทั้งศิลาจารึกอาหรับ เปอร์เซีย และอื่นๆ ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแห่งเดียวในประเทศจีน ที่มุ่งเน้นการจัดแสดงประวัติศาสตร์การคมนาคมทางทะเล และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ

“พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีบทบาทสำคัญ ในการสะท้อนความรุ่งเรืองของเส้นทางสายไหมทางทะเล และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุน การขึ้นทะเบียนเมืองเฉวียนโจวเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 2021” เว่ย ซินยี่เน้นย้ำความสำคัญ

คนรุ่นใหม่แต่งตัวสไตล์ซวินผู่ และถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

‘มงกุฎดอกไม้’ สุดไวรัล
สวมใส่ถ่ายรูปปัง ผสานคัลเจอร์เก่า

ตัดภาพมาฟังคนท้องถิ่น จวง ชุ่น (Zhuang Qun) ชาวบ้านชุมชนซวินปู่ (Xunpu Village) วัย 55 ปี กล่าวว่า ชุมชนนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ด้วยวิถีชาวบ้านที่คลุกคลีกับ
การค้าทางทะเล และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาหลายศตวรรษ จนก่อเป็นมรดกพื้นบ้านอันมีเอกลักษณ์โดดเด่น

หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเปลือกหอยนางรม โดยกำแพงก่อสร้างด้วยเปลือกหอยนางรม ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้ในฤดูร้อน และเก็บความอบอุ่นได้ในฤดูหนาว และอาจมีคำกล่าวว่า “อิฐอยู่ได้เป็นศตวรรษ แต่เปลือกหอยอยู่ได้เป็นพันปี” จวง ชุ่นชูไฮไลต์

ต่อมา จวง ชุ่น โชว์เอกลักษณ์ด้านการแต่งกายว่า ผู้หญิงซวินผู่ ก็มีลักษณะเฉพาะที่น่าจดจำ โดยเฉพาะทรงผม ที่เครื่องหัวประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน เสื้อแขนกว้าง และกางเกงขาบาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับวิถีชีวิตในหมู่บ้านแห่งนี้

จวง ชุ่น

“รู้สึกแฮปปี้มากๆ ที่ได้เห็นนักท่องเที่ยวมาแต่งตัวตามสไตล์ของพวกเรา และถ่ายภาพสวยๆ กัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่เราทำกันมาเนิ่นนาน และค่อนข้างรู้สึกเซอร์ไพรส์ ที่ได้เห็นการผสมผสานมุมมองสมัยใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส

ชุมชนของพวกเราเป็นชุมชนพื้นบ้านดั่งเดิม ที่อยู่ใกล้ชายทะเลมานาน นับว่า ปรากฏการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว และได้นำเสนอการสวมใส่มงกุฎดอกไม้ ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่อย่างแท้จริง

ถ้าคุณได้มีโอกาสมาเดินในถนนโบราณแห่งนี้ จะเห็นคุณย่า คุณยาย สวมใส่เครื่องหัวดอกไม้ มันไม่ใช่แค่การประดับตกแต่ง แต่มีความหมายมากกว่านั้น มันเป็นสัญลักษณ์ของการนำสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต และแต่งกายในพิธีกรรมต่อการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย” จวง ชุ่นเล่ามุมคนท้องถิ่น

จากนั้น จวง ชุ่น ขมวดทิ้งท้ายว่า ตนคิดว่าที่นี่เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และหวังว่าอยากจะปั้นให้ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว ในการต้อนรับทุกคน ให้ได้มาสัมผัสจิตวิญญาณ วัฒนธรรม ของชุมชนที่เราอยู่กันมากว่า 6 เจเนอเรชั่น

“พวกเราจะแสดงให้เห็นความรัก การดูแลเอาใส่ จากญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้อย่างอบอุ่น ซึ่งมันจะต่างจากแหล่งท่องเที่ยว ที่มอบประสบการณ์และเรื่องราวให้อย่างลึกซึ้ง และแตกต่างจากอื่นอย่างแน่นอน”

‘เฉวียนโจว’ เวลคัมต่างชาติ
บ้านเมืองสุดเรียล เช็กอินคอนเทนต์ปัง!

หันมาฟังมุม มุกระวี ดีบุกคำ นักท่องเที่ยวไทยที่ได้มาเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ในรอบ 5 ปี เผยความรู้สึกว่า ตนเคยมาท่องเที่ยวที่ประเทศจีนแล้วเมื่อ 5-6 ปี แต่ครั้งนี้ตนได้มีโอกาสได้มาที่เมืองเฉวียนโจวเป็นครั้งแรก

มุกระวี ดีบุกคำ

“พอมาเห็นที่นี่ ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นสังคมแบบเมืองจ๋าเลย แต่ว่ามันแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งเขาก็จะชูเอกลักษณ์แต่ละท้องถิ่นของเขาขึ้นมา เช่น หมู่บ้านซวินปู่ ก็จะเป็นหมู่บ้านของชาวประมง ที่จะมีการสร้างกำแพงบ้านด้วยเปลือกหอยนางรม

ส่วนการแต่งกายของผู้หญิงที่นี่ เขาก็เก็บดอกไม้มาประดับตกแต่งเป็นเครื่องหัว ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลอย่างมาก ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วยังแฝงด้วยความเชื่อทางวัฒนธรรมอีกด้วย ซึ่งมันเป็นการสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น” มุกระวีร่วมสัมผัสก่อนจะเล่าต่ออีกว่า ตอนนี้กระแสการแต่งตัวแบบนี้บูมขึ้นมา ที่นี่ก็กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมยิ่งขึ้น และยังเสริมสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้านด้วย

“เราได้มีโอกาสได้แต่งชุดนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งคนที่นี่เขาก็จะเลือกดอกไม้มาปักเป็นเครื่องหัว และเลือกชุดให้เราอีกด้วย รวมถึงยังมีการแต่งหน้าสไตล์จีน ที่ทำให้ผู้หญิงที่รู้สึกว่าสวยอยู่แล้ว ก็จะสวยขึ้นไปอีก มันจะดูสดใสมากขึ้น นี่ก็อาจจะเป็นเสน่ห์ของเขาที่เราอาจจะไม่เคยเห็น คล้ายๆ กับที่คนไทยแต่งชุดไทยไปเที่ยวอยุธยา หรือเมืองเก่าต่างๆ

เมืองโบราณ Shishi Yongning Ancient Walled City

นอกจากนี้ เขายังสื่อสารในด้านเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังหันมาให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งตามจริงแล้วเด็กรุ่นใหม่ ถ้าเขาประทับใจ เห็นว่าทำแล้วสวยปุ๊บ เขาก็จะทำตามทันที แล้วมันก็ทำให้เขาได้ซึมซับประวัติความเป็นมาอีกด้วย

เรียกได้ว่า มันทำให้ชุมชนเขาได้กลับมาเล่าเรื่องอดีตให้เด็กรุ่นใหม่ได้ฟัง แล้วมันเป็นการสืบทอดด้วยความแปลกใหม่ แต่ว่ามันยังคงอนุรักษ์สิ่งต่างๆ ไว้ให้อยู่ด้วยกันได้” มุกระวีแชร์ประสบการณ์ตรง

ก่อนจะชี้ให้เห็นอีกว่า ‘ศิลปวัฒนธรรม’ ที่เขานำเสนอปูมหลังทางประวัติศาสตร์ตามท้องถนน เช่น รูปปั้นสิงโตหิน มันเป็นเรื่องของความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เมืองมีเสน่ห์ไปในตัว แล้วก็ถึงได้ง่าย พอนักท่องเที่ยวได้มาเยือน ก็จะทำให้รู้สึกว่า เขาได้อินกับสถานที่นั้นๆ แล้วเก็บภาพความประทับใจไปเผยแพร่ได้

“รู้สึกว่าเมืองนี้ เขาไม่ได้ปรุงแต่งมาก แต่มันให้กลิ่นอาย เสน่ห์ของชุมชนที่เขาอยู่กันจริงๆ ก็น่าจะถูกใจพวกเด็กรุ่นใหม่ หรือเจนซี มาแต่งตัวถ่ายรูปกันในตอนกลางวันกับสถานที่สวยๆ หรือสาดแฟลชถ่ายรูปกับย่านเก่าในยามค่ำคืน ก็จะได้อีกมู้ด

เราจะเห็นความเรียลตามท้องถนน เป็นบ้านเรือนที่เขาอยู่กันจริงๆ แล้วมีร้านเช่าชุดคอยอำนวยความสะดวกเยอะ แล้วร้านก็ปิดดึก พร้อมกับอาหารฉ่ำแน่นอน อยากชวนให้ทุกคนได้มาลองสัมผัส” มุกระวีทิ้งท้าย ด้วยการ รีแคปความประทับใจ

เรื่องราวนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งมนต์เสน่ห์ ที่ถูกถ่ายทอดออกจากแง่มุมเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่กำลังรอให้ทุกคนได้ไปสัมผัส และทำความรู้จักในฉบับของตัวเอง