หน้าแรก ประชาชื่น เปิดโมเดล ‘โร...

เปิดโมเดล ‘โรงพยาบาลราชพิพัฒน์’ โชว์แผน ‘โรงพยาบาล กทม. ทุกมุมเมือง’ ลดเหลื่อมล้ำ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

22.08.25 | 12:29 น.

เปิดโมเดล ‘โรงพยาบาลราชพิพัฒน์’
โชว์แผน ‘โรงพยาบาล กทม. ทุกมุมเมือง’
ลดเหลื่อมล้ำ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

เปิดแทบทุกซอกมุมให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมไปหมาดๆ สำหรับ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ย่านบางแค

โดยมี นายแพทย์ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พาชมบริการทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และศูนย์เวชศาสตร์เขตเมืองเพื่อการฟื้นฟูและการดูแลแบบประคับประคอง

เน้นย้ำการบริการที่เข้าถึงง่าย และทั่วถึงทุกมุมเมือง หวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นายแพทย์ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์

ผสมผสานบริการทางไกล
การแพทย์เคลื่อนที่
ดูแลฟื้นฟูต่อเนื่องที่บ้าน

Advertisement

นายแพทย์ภูริทัตอธิบายว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้ายกระดับระบบบริการสาธารณสุข “โรงพยาบาล กทม. ทุกมุมเมือง” ตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัล โดยบูรณาการทั้งโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยี การแพทย์เคลื่อนที่ และการดูแลต่อเนื่องในชุมชน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมและความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ เน้นการลดระยะเวลารอคอยการรักษา ตอบสนองเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว และส่งเสริมให้คนเมืองใส่ใจในเรื่องสุขภาพตั้งแต่ต้น

นายแพทย์ภูริทัตยังอธิบายถึงองค์ประกอบหลักของโมเดล ที่ผสมผสานบริการทางไกล การแพทย์เคลื่อนที่ การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน และการฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต เพื่อสร้างความครอบคลุมและเพิ่มประสิทธิผลของระบบสุขภาพ และยังให้ข้อมูลโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

โครงสร้างดิจิทัลและแพทย์ออนไลน์

เปิดบริการ “รพ.ออนไลน์ กับหมอ กทม.” รองรับการพบแพทย์ทางไกล นัดหมายรับยา และติดตามอาการ เชื่อมต่อข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทุกที่ทุกเวลา ปัจจุบัน โรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในสังกัดสำนักการแพทย์ ให้บริการ Telemedicine ครบทุกแห่ง ผ่านแอพพลิเคชั่น “หมอ กทม.” และศูนย์สนับสนุนเวชศาสตร์เขตเมือง หรือ UMSC โดยมีอัตราการตอบรับบริการภายใน 15 นาที มากกว่า 99% และมีผู้รับบริการเฉลี่ยกว่า 200,000 รายต่อปี กรุงเทพมหานครยังตั้งใจพัฒนาระบบต่อเนื่องเพื่อให้บริการ UMSC ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่

‘มอเตอร์ไซค์กู้ชีพฉุกเฉิน’
พร้อมซิ่งฝ่ารถติด ช่วยชีวิต
เชื่อมศูนย์สั่งการเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมีรถมอเตอร์ไซค์กู้ชีพฉุกเฉิน Motorlance รถจักรยานยนต์พร้อมชุดช่วยชีวิตเบื้องต้น เข้าถึงผู้ป่วยได้รวดเร็วในพื้นที่จราจรหนาแน่น พร้อมเชื่อมต่อสื่อสารกับศูนย์สั่งการแบบเรียลไทม์ เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งปัจจุบัน โรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในสังกัดสำนักการแพทย์ ดำเนินการให้บริการ Motorlance โดยมีจุดจอดรถประจำโรงพยาบาลและนอกพื้นที่รวมทั้งหมด 40 คัน และสามารถเข้าถึงเหตุฉุกเฉินได้โดยเฉลี่ยภายใน 5 นาที สำหรับแผนในอนาคต กรุงเทพมหานครตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถ Motorlance เป็น 100 คันภายในปี 2569 พร้อมขยายจุดจอดครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีจุดบริการใกล้บ้านและคลินิกออนไลน์ บริการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น เชื่อมต่อแพทย์ออนไลน์ และส่งต่อผู้ป่วยตามความรุนแรง พร้อมเปิด ศูนย์เทคโนสุขภาพดี (Health Tech) เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลและเสริมระบบบริการปฐมภูมิในชุมชน ปัจจุบันมีศูนย์เทคโนสุขภาพดีให้บริการแล้ว 7 แห่ง ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์และโรงพยาบาลกลาง สำหรับแผนในอนาคต กรุงเทพมหานครตั้งเป้าขยายศูนย์เทคโนสุขภาพดีเพิ่มอีก 3 โซน ได้แก่
โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลสิรินธร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้านได้มากขึ้นและทั่วถึงยิ่งขึ้น

บ้านก็เยี่ยม ออนไลน์ก็พร้อม
ดูแลประคับประคอง
พัฒนาแผน ‘เฉพาะบุคคล’

สำหรับบริการเยี่ยมบ้านและออนไลน์

ทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่และติดตามอาการผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอล พร้อมระบบ BMA Home Ward ที่เชื่อมต่อการดูแลจากโรงพยาบาล-ศูนย์บริการ-อาสาสมัครสาธารณสุข โดยใช้ Telemedicine และ CCTV ภายใต้การยินยอมของผู้ป่วยและญาติ มีฐานข้อมูลกลางที่ UMSC รองรับการติดตามและเชื่อมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

นายแพทย์ภูริทัตบอกเล่าถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยประคับประคอง ซึ่งมีการพัฒนาแผนดูแลเฉพาะบุคคล ครอบคลุมด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ผ่านคลินิกผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์เมืองเพื่อการฟื้นฟูและการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเปิดบริการ คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร ครอบคลุม 11 โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และคลินิกชุมชนอบอุ่น 8 แห่ง พร้อมเปิดศูนย์เวชศาสตร์เมือง เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลแบบประคับประคอง สำหรับอนาคต มีแผนขยายบริการคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรให้ครอบคลุมทุกคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลต่อเนื่องและครบถ้วนในทุกมิติ

ตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน
ย้ำเจตนารมณ์ ‘ลดเหลื่อมล้ำ’

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์น่าสนใจคือ โครงการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ ซึ่ง กทม.เดินหน้าโครงการ “ตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน” เพื่อขยายการเข้าถึงการตรวจสุขภาพเชิงรุก-เชิงรับ คัดกรองโรคเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล ชุมชน และภาคเอกชน พร้อมกิจกรรม “วิ่งล้อมเมือง” เพื่อกระตุ้นการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครวางแผนดำเนินการตรวจสุขภาพประจำปีตามสิทธิประโยชน์ของประชาชนร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพฯ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมวิ่งล้อมเมืองอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเขต โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมครบทั้ง 50 เขต เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม

“การพัฒนาการจัดบริการสุขภาพนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และสร้างระบบที่มีมาตรฐาน ทันสมัย และใกล้ชิดกับประชาชน เพื่อให้ทุกคนในกรุงเทพฯเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงทุกพื้นที่ ในโครงการ ‘โรงพยาบาล กทม. ทุกมุมเมือง’ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการพัฒนาระบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัดและความท้าทายที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะในด้านการเชื่อมโยงข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังคงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

ขณะที่การให้บริการทางไกลและการแพทย์เคลื่อนที่ ยังคงต้องอาศัยความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประชาชนบางกลุ่มโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้งานดิจิทัล อาจยังประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการออนไลน์ ที่สำคัญคือความยั่งยืนทางการเงิน เนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการในระยะยาวจำเป็นต้องมีงบประมาณและการสนับสนุนที่เพียงพอ เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง” นายแพทย์ภูริทัตกล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า

กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าพัฒนาระบบดังกล่าวและขยายศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับปรุงจุดอ่อนและเสริมจุดแข็ง

เพื่อให้ประชาชนในทุกมุมเมืองได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ทันสมัย และครอบคลุมอย่างแท้จริง